ฟอร์มใหม่วีซ่าเข้าอเมริกา DS-160

วีซ่านักเรียน วีซ่านักท่องเที่ยวเข้าอเมริกาได้เปลี่ยนแบบฟอร์มใหม่แล้ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 ไม่ใช้แบบฟอร์มเดิม DS-156, DS-157 และ DS-158 ให้ใช้ฟอร์มใหม่      DS-160 ฟอร์มเดียว

รายละเอียดการกรอกข้อความ หรือคำถามที่ถามส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับแบบฟอร์มเก่า ในอดีตเราสามารถกรอกฟอร์มวีซ่าก่อน แล้วค่อยจ่ายค่า SEVIS I-901 FEE หรือจะเลือกทำการนัดหมายก่อน โดยยังไม่ได้กรอกฟอร์มวีซ่าก็ได้ แต่ฟอร์ม DS-160 ในปัจจุบัน จะมีคำถามๆหนึ่งในฟอร์ม DS-160 ว่า ท่านได้ชำระค่า SEVIS I-901 FEE แล้วหรือยัง และต้องนำหมายเลขใน SEVIS I-901 ที่ได้ไปใช้ในการกรอกฟอร์มวีซ่า DS-160  เมื่อกรอกฟอร์มวีซ่า DS-160 เสร็จเรียบร้อย นักศึกษาจะได้รับ DS-160 Confirmation Number ที่สามารถนำไปใช้ในการนัดหมายสอบสัมภาษณ์วีซ่าได้

จากประสบการณ์ในการเตรียมเอกสารวีซ่าให้นักศึกษา สิ่งที่ต้องทำตามลำดับมีดังนี้คือ


1. ชำระค่า SEVIS I-901 FEE ผ่านเว็บไซต์ www.fmjfee.com พิมพ์ใบเสร็จออกมา ในใบเสร็จจะมีหมายเลข Sevis ประจำตัวนักศึกษา (ข้อสังเกต หมายเลข Sevis ของนักศึกษาจะตรงกันกับหมายเลขตรง N number ที่อยู่เหนือ Barcode ในหน้าแรกของ I-20)

2. การกรอกฟอร์ม DS-160 ให้ไปที่เว็บไซต์    https://ceac.state.gov/genniv/

ใส่ข้อความเลือกประเทศ และเมืองที่จะสอบสัมภาษณ์ และใส่ Code ที่หน้าเว็บไซต์ให้ไว้ ก่อนคลิก start application  โปรดจดหมายเลข ID Application ไว้ เมื่อจะ save file แล้วกลับมากรอกทีหลัง หรือ retrieve ข้อมูลนั่นเอง จะมีคำถามหนึ่งถามว่า หมายเลขเดิมที่เคยกรอกคือ หมายเลขอะไร เมื่อตอบคำถามไปถึงหน้าสุดท้าย  upload  photo  รูปถ่ายจะต้องมีขนาด 2 นิ้วคูณ 2นิ้ว  สำหรับการ upload รูปถ่าย วิธีที่ง่ายที่สุดคือ scan รูปที่ร้านถ่ายรูปทำไว้ใส่ลงไปในกรอบภาพ ถ้าจะถ่ายรูปเองก็ทำได้แต่ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด

ข้อควรระวังเรื่องรูปถ่าย ให้ดูข้อจำกัดหรือคุณสมบัติของรูปถ่ายจากเว็บไซต์

ถ้ารูปถ่ายไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด จะทำให้หลังจาก Upload รูป อาจจะพบข้อความทำนองนี้เกิดขึ้น เช่น ศีรษะใหญ่ไปบ้าง หรือแสงมากไปบ้าง ดังนั้นควร print ข้อกำหนดเรื่องรูปถ่ายไปให้ร้านถ่ายรูปช่วยดูและทำให้ได้รูปถ่ายที่ถูกต้อง

3.  กรอกฟอร์ม DS-160 ตอบคำถามประมาณ 10 หัวข้อ ภายในเวลา 20 นาทีตามกำหนด ไม่จำเป็นต้องคลิก save ทุกหน้า ดูนาฬิกาที่มุมล่างขวามือของหน้าจอคอมพิวเตอร์คร่าวๆ  เมื่อตอบคำถามไปประมาณ 10-15 นาทีแล้ว ให้กด save ครั้งหนึ่ง ถ้าทำเสร็จไม่ทันภายใน 20 นาที ข้อมูลจะได้ไม่หายไปทั้งหมด ไม่ต้องเริ่มพิมพ์ใหม่ตั้งแต่ต้นอีก หาก save ไว้เราสามารถพิมพ์ใหม่ต่อไปได้หลายครั้งจนกว่าจะทำเสร็จ

อย่างไรก็ตาม  ปัจจุบัน (2018) ข้อมูลจะถูก save โดยอัตโนมัติระหว่างที่กรอก ในหน้าสุดท้ายมีคำถามเกี่ยวกับหมายเลข SEVIS NUMBER ของนักศึกษา ให้นำหมายเลขที่ได้จากข้อ 1 มาใส่ลงไปในช่องที่ต้องกรอก ถ้าเป็นวีซ่านักท่องเที่ยวจะไม่มีคำถามนี้ใน DS 160

4. หลังจากกรอกฟอร์ม DS-160 เสร็จให้ตรวจความเรียบร้อยของการกรอกข้อมูล เซ็นต์ชิ่อ e-signature โดยเราต้องกรอกหมายเลขหนังสือเดินทางและ code ตัวอักษรที่เขาให้มา

5. กด submit จะได้ DS-160 Confirmation Number ซึ่งประกอบด้วย ชื่อ, สัญชาติ, หมายเลขหนังสือเดินทาง, วันที่กรอกข้อความเสร็จ, DS-160 Confirmation Number, Barcode, รูปถ่าย (กรณี Upload รูปไม่ได้ ตรงช่องรูปถ่ายจะเป็นเครื่องหมายกากบาท) ให้ print เอกสารที่มี DS-160 Confirmation Number Form นี้ออกมา เพราะต้องนำไปแสดงที่สถานทูตในวันสอบสัมถาษณ์

6.สำหรับการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.ustraveldocs.com/th_th/th-niv-paymentinfo.asp โดยชำระ้ป็นเงินสดที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด หลังจากชำระเงินเรียบร้อบแล้ว วันรุ่งขึ้นหลังเที่ยงก็จะทำการเลือกวันนัดสัมภาษณ์ได้

7. การนัดวันสอบสัมภาษณ์วีซ่าไปที่เว็บไซต์ http://www.ustraveldocs.com/th/th-niv-appointmentschedule.asp กรอกฟอร์มทำการนัดหมายวันสอบสัมภาษณ์ตามปกติ มีคำถามเพิ่มขึ้นมาคือ ให้กรอกหมายเลข DS-160 Confirmation Number ด้วย เมื่อได้ทำการยืนยันการนัดหมายสอบสัมภาษณ์เสร็จ ให้พิมพ์ใบนัดสอบสัมภาษณ์ออกมาด้วย

ส่วนเอกสารที่นำไปในวันสอบสัมภาษณ์ (ในเว็บไซต์สถานทูตสหรัฐอเมริกาอาจไม่ได้บอกไว้มากตามที่แสดงไว้ แต่จากประสบการณ์ที่นักศึกษาถูกถาม ขอแนะนำให้นักศึกษาเตรียมพร้อมนำหลักฐานข้างล่างนี้ไปทั้งหมด) มีดังนี้ คือ

1.   transcript จากสถานศึกษาล่าสุดที่เรียนจบมา

2.  จดหมายผ่านงาน(ถ้าเคยทำงาน) ระบุ ตำแหน่งงาน เงินเดือน วันแรกที่เข้าทำงาน

3.  DS-160  Confirmation Number

4.  ใบเสร็จค่า  SEVIS I-901 FEE

5.  ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่าชำระที่ธนาคารศรีอยุธยา จำนวน 5,600 บาท (ราคานี้เปลี่ยนแปลงได้ตลอดตามราคาอัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนไป)

6.  หนังสือรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของผู้ปกครอง

7.  บัญชีตัวจริง เช่น สมุดเงินฝาก หรือ statement ย้อนหลัง 6 เดือน

8. จดหมายรับรองการทำงานของผู้ปกครอง หากผู้ปกครองเป็นเจ้าของธุรกิจ ให้แสดงใบทะเบียนการค้าด้วย

9. นำหลักฐานการจ่ายเงินค่าซื้อ Pin นัดสัมภาษณ์จากไปรษณีย์ไปด้วย หากซื้อ Pin โดยตัดจากบัตรเครดิตให้ Print Pin Payment ไปเป็นหลักฐานให้สถานทูตประกอบการยื่นขอวีซ่า เพราะทางสถานทูตจะนำหลักฐานการซื้อ Pin ไปเช็คว่า ตรงกันกับที่นัดหมายสัมภาษณ์เข้ามาหรือไม่ ได้ทราบจากผู้ที่ไปยื่นขอวีซ่าบางท่านว่า ไม่ได้นำ Pin Payment เข้าไปให้ทางกงสุลดู ปรากฏว่า ทางสถานทูตให้ออกไปนอกสถานทูต เพื่อไป Print ใบยืนยันนี้ออกมาจากอีเมล์ของผู้ยื่นขอวีซ่า แล้วรีบนำกลับเข้าไปยื่นอีกครั้งในวันเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาได้ (Update ข้อมูล 21-07-2011)

ปัจจุบัน ต้องเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์  www.ustraveldocs.com  และได้ยกเลิกการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าและ Pin นัดสุัมภาษณ์ที่ไปรษณีย์ไปแล้ว ให้ชำระเฉพาะค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาอย่างเดียว มีอีกทางเลือกในการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า คือ การโอนเงินไปที่  Bank of America แต่ต้องระวังเรื่องอาจจะมีค่าธรรมเนียมในการโอนเงินเกิดขึ้นได้

[email protected] GovisaEdu All rights reserved

1,627 thoughts on “ฟอร์มใหม่วีซ่าเข้าอเมริกา DS-160”

  1. สวัสดีค่ะ มีเรื่องขอรบกวนถามค่ะ คุณแม่จะขอวีซ่าไปงานจบปริญญาหลานที่ USA คนอื่นในคณะมีวีซ่าหมดแล้ว ขาดคุณแม่คนเดียว เราจะเข้าไปเป็นเพื่อนคุณแม่เพื่อขอวีซ่าได้ไหมค่ะ

    1. น้องดาคะ ไม่ได้ค่ะ เพราะสถานทูตอนุญาตให้เฉพาะคนที่ยื่นขอวีซ่าเป็นกลุ่มเข้าไปค่ะ อีกทีที่เห็นเจ้าหน้าที่เค้าจะอนุโลมให้เข้าไปได้คือคุณพ่อคุณแม่คนใดคนหนึ่งที่เข้าไปกับลูกอายุยังไม่ถึง 15 ค่ะ น้องอาจจะฝากให้คนในคิวเวลาช่วงเดียวกันดูบุคลิกคนที่จะฝากหน่อยนะคะ เช่น เป็นวีซ่านักเรียนดูท่าทางใจดีหรือใจเย็นหน่อยให้เค้าช่วยดูๆคุณแม่ให้ แต่คุณแม่ต้องสัมภาษณ์เองซึ่งส่วนใหญ่ถ้ากงสุลเห็นเป็นผู้ใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ก็จะพูดภาษาไทยด้วยค่ะ

  2. ขอถามต่อนะคะว่า แล้วต้องทำการกรอก DS160 ใหม่ไหมคะ หรือว่า สามารถใช้อันเก่าได้คะ ขอบคุณมากเลยคะ สำหรับคำตอบก่อนหน้านี้และขอบคุณสำหรับคำถามนี้ด้วยคะ

    1. ถ้าน้อง Omi จะยื่นขอวีซ่าใหม่ น้องต้องกรอก DS-160 ใหม่และจ่ายเงิน 5,280 บาทอีกครั้งที่ธนาคารกรุงศรีอยธยาค่ะ

  3. อยากทราบว่า เคยจ่ายค่า SEVIS ไปแล้ว และยื่นเรื่องขอวีซ่านักเรียนไปแล้ว แต่โดนปฎิเสธวีซ่า แล้วที่นี้จะยื่นเรื่องอีกรอบ จะต้องจ่ายค่า SEVIS ใหม่อีกหรือเปล่าคะ หรือว่า สามารถใช้ตัวเก่าได้ รบกวรด้วยนะคะ

    1. น้อง Omi คะ อ่านเว็บไซต์ของรัฐบาลสหรัฐฯหน้านี้นะคะ http://www.ice.gov/sevis/i901/faq3.htm พี่ได้คัดลอกคำถามและคำตอบบางส่วนของข้อ 3. B.1 คำถาม ” In general, who does not pay the fee? คำตอบคือ ” Applicants who paid the SEVIS I-901 fee, were denied a visa and are applying again for the same type of visa within 12 months of the date of the denial (exchange visitors must applying in the same category as the previous application and the SEVIS I-901 fee amount must be the same or less than the fee originally paid)………”

  4. สวัสดีค่ะ มีเรื่องรบกวนค่ะ คือสมัครวีซ่าอเมริกา ครั้งแรกค่ะ จะไปกับแม่และน้องสาวเป็นวีซ่าท่องเที่ยวไปประมาณ 10 วันค่ะ แม่เป็นข้าราชการเกษียร น้องสาวเป็นพยาบาลทำงานมาประมาณสี่ปีเงินเดือนประมาณ 20,000 กว่าบาทต่อเดือน ส่วนตัวดิฉัน ทำงานโรงแรม มาประมาณ 5 ปี เงินเดือนประมาณสองหมื่นกว่าบาทมีน้าเขยคนอเมริกา เป็นคนทำหนังสือเชิญ รับรองที่พักและอาหารให้ค่ะ
    1. น้าเขยที่อยู่เค้าอยู่ที่ฟิลาเดเฟีย แต่เราจะไปที่ แคริฟอเนียก่อน (ลูกชายเค้าอยู่ที่นั่นจะแวะไปเยี่ยมก่อน) แล้วจึงไปที่ฟิลาเดเฟีย การกรอกที่อยู่ที่อเมริกาจะต้องกรอกที่ไหนดีคะ
    2. เกี่ยวกับพาสปอร์ต City Where Issued/
    State/Province Where Issued คือเมืองที่ออกพาสปอร์ต ของดิฉันคือขอนแก่น ตอบอย่างนี้ได้มั้ยคะ
    3. Are you traveling as part of a group or organization? ดิฉันใส่ yes คือไปแบบครอบครัว แล้วเวลาไปสัมภาษณ์ จะได้สัมภาษณ์เป็นกลุ่มหรือเดี่ยวคะ

    รบกวนขอคำแนะนำหน่อยนะคะ

    1. น้อง Aey คะ น้องบอกสถานะของทุกคนมาว่าใครทำงานอะไร เงินเดือนเท่าไร แล้วเงินเก็บหรือเงินฝากในธนาคารมีคนละเท่าไรคะ ถ้ามีสักคนละห้าแสนก็คงจะอุ่นใจหน่อยว่ามีฐานะการเงินมั่นคงดีค่ะ
      1. น้าเขยเป็นคนที่เค้ามาเกี่ยวโยงกับเราทางกฎหมาย ตามหลักการไม่ได้มีความผูกพันทางสายเลือด ทำให้พี่ต้องย้อนกลับไปถามถึงเงินในบัญชีธนาคารของน้องที่จะนำไปแสดงกับกงสุลว่าน้องมีเงินที่จะ sponsor ตนเองกันคนละเท่าไร ดูมั่นคงหรือไม่ค่ะ และการกรอกที่อยู่น่าจะบอกไปตามความเป็นจริงว่าแวะเยี่ยมลูกชายที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ที่…และพาคุณแม่ไปเยี่ยมน้องสาวคุณแม่ซึ่งก็คือคุณน้าของน้องที่ Philadelphia ค่ะ ดังนั้นใส่ที่อยู่ในรัฐ California ก่อนก้ได้ค่ะ พี่ไม่ทราบว่าน้องจะไปอยู่ที่ apartment ลูกชายได้ไหม หรือจะไปเช่าโรงแรมอยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัยที่ลูกเรียนค่ะ
      2. ตอบขอนแก่นได้ค่ะ
      3. ถูกต้องแล้วค่ะ

      1. สวัสดีค่ะ กรอกเอกสารเสร็จแล้วค่ะ ใส่ confirmation number แล้วค่ะตอนนี้รอจองวันสัมภาษณ์แต่ พอกลับมาเช็กตัว confirm ปรากฎว่า ใส่นามสกุลแม่ผิดค่ะ ยกตัวอย่างนะคะ นามสกุล ของดิฉัน wongsrila และน้องสาวเหมือนกันค่ะ แต่ของแม่ดัน มีตัว r ต่อท้ายค่ะ เห็นแล้วก็โกรธตัวเองที่ไม่ละเอียดพอ พี่พอจะมีคำแนะนำ เพื่อแก้ไขบ้างมั้ยคะ
        ขอบคุณค่ะ

        1. น้อง Aey คะ แก้ไขได้โดยการกรอก DS-160 ของแม่ใหม่และให้แม่ถือ DS-160 Confirmation Number ทั้งหมายเลขเก่าและหมายเลขใหม่เข้าไป ถ้าเค้าถามก็บอกว่า พิมพ์ r เกินไป 1 ตัวอัการตรงนามสกุลแม่ค่ะ

  5. ขอบคุณคะพี่ govisa แต่ปัญหาก็คือ เรียนจบโทแล้วคะ ตอนนี้อยู่ในช่วง OPT 1ปี กำลังจะหมดเดือน 7 นี้คะ แล้วก็เลยอยากจะลงเรียนเอกเลยแล้วเอา I20 ของเอกกลับไทยไปขอต่ออ่ะคะ ไม่อยากรอปีหน้า เพราะปีนี้ที่อยู่ในช่วง OPT ไม่ได้กลับไทยเลยอ่ะคะ แต่ก็กลัวจะเกิดปัญหา แค่อยากจะทราบแน่ชัดว่าถ้าขอต่อไม่ได้ ทางกงสุลจะยกเลิกวีซ่าอันเก่ามั้ยอ่ะคะ คิดไว้ว่าถ้าต่อได้ก็ดี ปีหน้าจะได้ไม่ต้องมาขออีก แต่ถ้าไม่ได้ก็กลับไปพร้อมวีซ่าเก่าแล้วปีหน้าค่อยมาใหม่อ่ะคะ
    ขอบคุณคะ

    1. ถ้าน้อง Yim มี I-20 ของป.เอกแล้ว น้องสามารถขอต่ออายุวีซ่าที่สถานทูตอเมริกาที่เมืองไทยได้ค่ะ

      แต่สิ่งที่พี่ไม่แน่ใจในสถานการณ์ของน้องคือ หลังจากหมด OPT เดือน 7 และน้องไม่ได้วางแผนสมัครเรียนป.เอกเทอม Fall 2014 ไว้ล่วงหน้า พี่เกรงว่าจะเลยเวลาสมัครไปแล้วค่ะ อีกประการหนึ่ง หากน้องทำ OPT จะมีผลกระทบต่อการหมดอายุวีซ่านักเรียนด้วยไหม ลองคุยกับเจ้าหน้าที่ International Student Office ในมหาวิทยาลัยที่น้องเคยเรียนอยู่ดูนะคะ

      ถ้าอ่านตามเว็บไซต์ของ International Student Office มหาวิทยาลัยต่างๆจะมีแจ้งไว้ทำนองว่า หากน้องจะกลับเข้าไปศึกษาต่อภายหลังสิ้นสุดโครงการ OPT น้องมีเวลาเหลือ 60 วันที่จะ transfer SEVIS กลับไปที่มหาวิทยาลัยที่ตอบรับน้องเข้าศึกษาต่อ และถ้าน้อง transfer SEVIS ก่อนหน้าที่ OPT ของน้องจะหมดอายุจะส่งผลกระทบให้ EAD card ของน้องหมดอายุก่อนหน้าวันหมดอายุที่กำหนดไว้บนบัตร EAD ค่ะ

      พี่ไม่ทราบว่า น้องเรียนที่ไหน พี่ได้ยกตัวอย่างเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยชิคาโกมาให้น้องลองอ่านดู ภายใต้หัวข้อ ” While on OPT “และ ” Transferring Out ” https://internationalaffairs.uchicago.edu/page/opt-optional-practical-training#reporting นะคะ น้องรีบขอคำแนะนำเจ้าหน้า International Student Office ของ U ที่น้องเคยเรียนดูนะคะ ได้ผลเป็นอย่างไร ขอความกรุณาแชร์ข้อมูลให้เป็นวิทยาทานน้องๆท่านอื่นที่กำลังทำ OPT ด้วยนะคะ

  6. สวัสดีคะ ขอสอบถามเรื่องการต่อวีซ่าคะ
    วีซ่าจะหมดเดือนกุมภาฯปีหน้าคะ แต่อยากจะไปขอต่ออายุวีซ่าด้วย I-20 DBA คะ
    แต่ก็กลัวว่าจะต่อไม่ผ่าน แล้วจะกลับมาอเมริกาไม่ได้อ่ะคะ เพราะได้ยินคนพูดมาว่า
    ถึงแม้มีวีซ่าเหลืออยู่ แต่ไปขอต่อแล้วไม่ได้ วีซ่าที่เหลือก็ถูกยกเลิกไปด้วย ไม่รู้ว่าจะ
    ทำยังไงดีอ่ะคะ ควรจะเรียนไปก่อนแล้วไปขอใกล้ๆ หรือไปขอได้เลยก่อนวีซ่าหมด 6 เดือน
    ใจนึงก็อยากกลับไปเสี่ยงแต่อีกใจก็กลัวจะกลับมาไม่ได้อ่ะคะ ..
    ขอบคุณมากคะ

    1. น้อง Yim คะ การต่อวีซ่าจะได้หรือไม่่ได้ขึ้นอยู่กับเหตุผลที่น้องจะแจ้งให้สถานทูตทราบนะคะ เช่น ถ้าน้องยังเรียนไม่จบ มีหลักฐานการศึกษาที่กำลังเรียนอยู่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ Transcript ของวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาอยู่แสดงให้กงสุลเห็นว่า น้องลงทะเบียนเรียนเต็มเวลาแบบนักศึกษาต่างชาติที่ถูกต้อง มีผลสอบว่าผ่าน ยังเหลืออยูอีกกี่หน่วยกิตของหลักสูตรนี้ ถ้าคิดว่าพร้อมจะกลับมาขอวีซ่าช่วง Summer ที่ที่เรียนของน้องปิดเทอมก็กลับมาขอได้ค่ะ น้องอย่า่วิตกกังวลเกินไปค่ะ

      การจะไม่ได้วีซ่ามีได้หลายกรณีเท่าที่เคยทราบมา เช่น น้องคนไทยบางคนเรียนภาษาอยู่ตลอดอายุวีซ่านักเรียน 5 ปี แล้วแอบไปทำงานในร้านอาหารไทย ซึ่งเป็นการผิดกฎของวีซ่านักเรียนที่นักศึกษาจะทำงานได้เฉพาะ on campus และไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ น้องท่านนั้นหากกลับมาขอต่อวีซ่าด้วยการใช้ I-20 ของที่เรียนภาษาอยู่อีกก็ไม่ควรจะได้รับวีซ่าแน่นอนค่ะ เพราะวีซ่านักเรียนมีข้อบังคับว่า ต้องไปเรียนค่ะ

  7. สอบถามค่ะ เกี่ยวกับการกรอก DS-160
    ตอนนี้ได้จ่ายค่า Sevis Fee เรียบร้อยแล้ว
    1. สามารถกรอก DS-160 ได้เลยมั้ยคะ
    2.เมื่อก่อนจะต้องซื้อ PIN อยากทราบว่าตอนนี้ DS-160 ต้องจ่ายอย่างไรคะ
    3.ตอนจองวันสัมภาษณ์ต้องจองนานมั้ยคะ คอร์สเริ่มวันที่ 7 July 2014 ค่ะ กลัวไม่ทันมากๆ 4.เอกสารที่เตรียมไปในวันสัมภาษณ์ควรมีอะไรบ้างคะ

    1. น้อง PT คะ

      หน้าเว็บไซต์ที่ใขช้ในการกรอกฟอร์มวีซ่า DS-160, หน้าเว็บไซต์ชำระเงินค่าธรรมเนียมวีซ่า และหน้าเว็บไซต์นัดวันสัมภาษณ์จะรวมกันอยู่ในหน้าเว็บไซต์เดียวกันคือ http://www.ustraveldocs.com/th_th/th-niv-paymentinfo.asp

      1. กรอฟอร์มวีซ่า DS-160 online คลิกที่หน้านี้ค่ะ https://ceac.state.gov/genniv/

      2. ค่าธรรมเนียมวีซ่าและค่านัดวันสัมภาษณ์จะรวมเป็นเงินก้อนเดียวกัน ราคา ณ.วันนี้คือ 4,960 บาทค่ะ การชำระเงินทำได้ 2 ทางคือ
      ***** การโอนเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ – Electronic Funds Transfer (EFT) หรือโอนเงินทางอินเทอร์เน็ตจากบัญชีธนาคารที่น้องมี จะเป็นธนาคารคนไทยแบรนด์ไหนก็ได้ที่น้องเป็นสมัครสมาชิกการใช้บริการทางอินเทอร์เน็ต น้องโอนเงินเข้าบัญชีสถานทูตไปที่ธนาคาร Bank of America
      ***** ชำระเงินสดที่ธนาคาร ซึ่งก็คือ ชำระด้วยเงินสดผ่านธนาคารศรีอยุธยาค่ะ

      โปรดศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง ” ผู้สมัครทำนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าได้ทาง ออนไลน์ หรือ เจ้าหน้าที่คอลเซนเตอร์ โดยใช้เลขที่อ้างอิง Virtual Account ID เพื่อทำการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่า , กับ ตารางแสดงระยะเวลาที่ผู้สมัครสามารถทำการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่าได้หลังจากชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าแล้ว……”

      หากมีข้อสงสัยโปรดดทรศัพท์สอบถามสถานทูตตามหมายเลขโทรศัพทืนี้ ในวันและเวลาทำการค่ะ http://www.ustraveldocs.com/th_th/th-main-contactus.asp
      3. จองวันนัดสัมภาษณ์ไม่นานค่ะ คอร์สเริ่มวันที่ 7July ขอสัมภาษณ์ตั้งแต่ตอนนี้ทันอยู่แล้วค่ะ
      เอกสารที่ใช้สัมภาษณ์
      1. จดหมายตอบรับจากสถานศึกษาหรือ I-20
      2. ฟอร์ม DS-160 Confirmation Number
      3. ใบเสร็จจ่ายธรรมเนียมวีซ่าที่ธนาคารศรีอยุธยา
      4. Transcript
      5. หนังสือเดินทาง
      6. จดหมายรับรองฐานการเงินจากธนาคารของ sponsor
      7. จดหมายผ่านงาน ถ้าน้องเคยทำงานมาก่อนค่ะ

  8. สวัสดีค่ะ หนูชื่อ ปุ๊กนะค่ะ คือจะขอทำวีซ่าท่องเที่ยวไปกับคุณแม่อ่ะค่ะเพื่อไปเยี่ยมพี่สาวที่อเมริกา แต่กรอกข้อมูลDS-106ของคุณแม่ผิดอ่ะค่ะ พอกรอกข้อมูลของหนูเสดและคอนเฟิมเรียบร้อยแล้ว เค้าก้จะมีขึ้นให้เหมือนกับว่าต้องการทำของคนอื่นอีกมั้ย หนูเลยกรอกของคุณแม่ไปค่ะ แต่ตรงช่องที่ถามว่า“Yes” หรือ “No” ส าหรับคำถามที่ว่าท่านเคยใช้ชื่ออื่นๆ ในช่วงชีวิตของท่านหรือไม คือคุณแม่หย่ากับคุณพ่อแล้วได้เปลี่ยนนามสกุลอ่ะค่ะ แต่หนูตอบว่า NOไปอ่ะค่ะและก้คอนเฟิมSubmit Applicationไปแล้วด้วยค่ะ จะเปนไรมั้ยค่ะ ต้องทำDS-106 ของคุณแม่ใหม่มั้ยค่ะ แล้วถ้าทำใหม่จะมีผลต่อวันนัดสัมภาษณ์ หรือมีผลต่อบุคคลที่เดินทางไปด้วยรึป่าวค่ะ

    1. น้อง pook คะ ถ้าน้องต้องการแก้ไขข้อมูลของคุณแม่ให้ถูกต้องน้องสามารถกรอก DS-160 ใหม่โดยไม่ต้องกรอกแบบ family ก็ได้ค่ะ และ print confirmation number หมายเลขใหม่ โดยในวันสัมภาษณ์คุณแม่จะยื่น DS-160 Confirmation Number ทั้งใหม่และเก่าให้สถานทูตค่ะ หมายเลขเก่าที่ต้องยื่นเพราะใช้หมายเลขนั้นในการยืนยันวันนัดสัมภาษณ์ ส่วนหมายเลขใหม่ที่ยื่นเพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องค่ะ แต่ถ้าน้องยังไม่ได้ทำการนัดวันสัมภาษณ์ น้องใช้ DS-160 Confirmation Number หมายเลขใหม่หมายเลขเดียวไปเลยได้ค่ะ

  9. คือตอนนี้ผมกำลังรอ i-20 จากทางเมกาอยู่ ในขณะที่รอผมสามารถกรอก DS160ไปพลางๆได้ไหมครับ หรือจำเป็นต้องกรอกให้ครบทีเดียว

    อีกคำถามนึงคือ ถ้าผมจะไปจ่ายค่าPINกับค่าขอวีซ่าก่อนที่จะกรอก DS160เสร็จจะได้ไหมครับไม่อยากไปไปรษญีหลายๆรอบเนื่องจากตอนนี้ผมกำลังทำงานด้วย

    ส่วนคำถามสุดท้าย ตอนนี้ผมยังทำงานอยู่และกำลังจะออกปลายเดือนกพ แต่ผมจำเป็นต้องทำวีซ่าให้เสร็จก่อนปลายเดือน และทางที่ทำงานไม่สามารถออกใบผ่านงานให้ได้ก่อนวันสัมภาษเพราะจดหมายผ่านงานจะให้ต่อเมื่อ last dayของการทำงานเท่านั้น ใช้ใบยืนยันสถานะภาพจากที่ทำงานไปยื่นก่อนได้ไหมครับ

    1. น้องSongpol คะ น้องสามารถกรอก DS-160 online ไปพลางๆก่อนได้ แต่ submit ไม่ได้เพราะขาดรายละเอียดของ Sevis ID และชื่อผู้เซ็นต์ออก I-20 ให้น้องค่ะ น้องสามารถทำการจองวันนัดสัมภาษณ์ได้ และกลับมากรอกฟอร์ม DS-160 online ต่อให้จบหลังจากที่ได้รับ I-20 แต่น้องจะต้องทำการจองวันนัดสัมภาษณ์ให้พอดีกับ I-20 จะมาถึงที่บ้าน เพราะถ้าถึงวันนัดสัมภาษณ์แล้วแต่ยังไม่ได้รับI-20ก็จะไปยื่นขอสัมภาษณ์วีซ่าไม่ได้ค่ะ วันนัดสัมภาษณ์ที่จะจองจะปรากฏให้ผู้จองเห็นประมาณสองอาทิตย์ถึงไม่เกินสี่อาทิตย์เท่านั้นค่ะ ลองเข้าไปจองดูได้ค่ะ
      จดหมายผ่านงานลองถามดูว่าจะออกว่าเราเคยทำงานตั้งแต่วันที่นี้ถึงวันที่นี้ได้ไหมนะคะ

  10. กรอกหน้า sevis ID ไม่ได้ค่ะ เลข sevis ID มาจากไหน อยากได้คำตอบด่วน ตอนนี้อยู้่หน้า กรอกข้อมูล sevis

    1. ขอโทษน้อง kedsada นะคะ บังเอิญคำถามของน้องไม่ได้อยู่ในกล่องที่พี่ควรจะได้รับเพื่อตอบคำถาม เลยอาจจะทำให้พี่ตอบน้องช้าไปค่ะ Sevis ID คือ N Number ที่อยู่เหนือบาร์โค้ดในหน้าแรกของ I-20 ค่ะ

    1. Sevis ID จะมีตัวอักษร N อยู่ข้างหน้าและมีตัวเลขอยู่ข้างหลัง 10 ตัวเลขค่ะ จะวางอยู่เหนือบาร์โค้ด ในหน้าแรกของ I-20 สำหรับนักเรียนทุนส่วนตัวที่ขอวีซ่า F-1 ลองอ่าคำอธิบายที่บางมหาวิทยาลัย เช่น ที่พี่ยกตัวอย่างมาคือ University of Denver เขียนไว้ว่า http://www.du.edu/apply/admission/apply/international/sevis.html ” ……the SEVIS Identification Number on your I-20. This number is in the upper right-hand corner of the I-20 and begins with an N and has 10 digits.”

      และ Sevis ID ของนักเรียนทุนที่จะขอวีซ่า J-1 ก็จะอยู่เหนือบาร์โค้ดของ DS-2019 เหมือนกันค่ะ ลองอ่านรายละเอียดที่อยู่ในหน้า DS-2019 สำหรับผู้ขอวีซ่า J-1 จากเว็บไซต์ http://j1visa.state.gov/participants/how-to-apply/about-ds-2019/detailed-description-of-the-ds-2019/ ค่ะ

  11. สวัสดีคะ ถ้าเราจะไปเที่ยวขอวีซ่าท่องเที่ยว และไห้ญาติที่เมการับรองเราต้องมีเอกสารอะไรบ้าง หรือแบบฟอรืมหนังสือรับบรองนะคะ่ มีไหมค่ะ

    1. น้อง kimball คะ “ให้ญาติที่อเมริการับรองเรา” หมายความว่า รับรองทางการเงินใช่ไหมคะ ถ้าญาติที่อเมริการับรองทางการเงิน โอกาสไม่ได้วีซ่ามีค่อนข้างมาก เพราะหมายถึงน้องไม่ได้มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงเท่าไรนักในการจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่อเมริกา น้องจะต้องให้ญาติส่งใบรายการเสียภาษีของเขาในรอบปีที่ผ่านมาเพื่อแสดงฐานะและรายได้ ญาติต้องส่ง statement บัญชีเงินฝากที่อเมริกามา และญาติต้องกรอกฟอร์ม I-130 มาด้วยค่ะ http://www.uscis.gov/i-130 และอาจจะต้องกรอก I-134 เพิ่มด้วยเป็น Affidavit form ที่แสดงบานะการเงินของคนที่อเมริกาว่าจะ support เราค่ะ

      แต่ถ้าหมายความว่าญาติจะรับรองเฉพาะเรื่องที่พัก กน้องจะรับรองฐานะทางการเงินบัญชีของน้องเอง แบบนี้ดูจะมีภาษีในการได้รับวีซ่ามากกว่า ญาติเขียนจดหมายรับรองว่าน้องชื่ออะไร จะไปพักกับเค้านานกี่วัน ญาติจะดูแลเรื่องที่พักกับอาหารให้ค่ะ

  12. พี่ครับคือพอดีจะไปแก้ไขใบ ds160 อะครับพอดีจะเข้าไปแก้แล้วตรงคำถามความปลอดภัยไม่ใฃ่คำถามนี้ที่ผมตั้ง ตั้งแต่แรกแล้วผมจำไม่ได้ว่าคำตอบคืออะไร สามารถแก้ไขได้ไหมครับคือคอนเฟิมวันสัมภาษณ์แล้วด้วยทำไงดีครับข้อมูลก็ยังกรอกไม่เสร็จยังไม่ได้คอนเฟิมด้วยครับ

      1. ชอบคุณมากๆๆครับ กรอกแบบฟอร์มใหม่แล้วตรงคอนเฟิมสัมภาษณ์ละครับจะแก้ตรงไหนอะครับ คือจะแก้ confirm number ได้ตรงไหนครับ

        1. แก้ไขตรงนัดวันสัมภาษณ์ไม่ได้ค่ะ เพราะฉะนั้นน้องจะต้องนำใบ DS-160 Confirmation Number ทั้งเก่าและใหม่ไปด้วยในวันสัมภาษณ์เท่านั้นเองค่ะ น้อง donut

          ถ้าหากน้อง donut ต้องการแก้ไขวันนัดสัมภาษณฺก็จะต้องซื้อพินใหม่นัดวันใหม่ซึ่งพี่คิดว่าเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์เพราะสถานทูตอนุดลมให้ใช้ DS-160 Confirmation Number ทั้งใหม่และเก่าได้ค่ะ

  13. พรรณภา

    ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูลที่แนะนำให้ คงจะต้องเริ่มศึกษาทำความเข้าใจจะได้เตรียมเอกสารให้พร้อมค่ะ จะปีใหม่แล้วก็ขอให้ คุณ Govisa มีความสุขประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่่มุ่งหวัง และสุขภาพแข็งแรงนะค่ะ

    1. ขอบคุณน้องพรรณภาค่ะ อ่านข้อมูลให้ดีๆและค่อยๆตัดสินใจว่า ควรจะเลือกใช้วีซ่าแบบใดที่เหมาะสมกับน้องค่ะ สวัสดีปีใหม่เช่นกันค่ะ

  14. พรรณภา

    สวัสดีอีกค่ะคุณ Govisa วันนี้มีเรื่องรบกวนสอบถามอีกแล้วค่ะ พอดีวางแผนจะแต่งงานกับแฟนคนอเมริกันที่ไทยปีหน้าแล้วจะบินไปอยู่ที่โน่นเลย… ตัวเองมีวีซ่าท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่หลายคนแนะนำว่าให้ขอวีซ่าใหม่จะได้ไม่ปัญหาเวลาจดทะเบียนสมรสที่อเมริกา… เลยอยากจะขอคำแนะนำว่าควรจะขอวีซ่าประเภทไหนดีค่ะ ระหว่างวีซ่าคู่หมั่น กับ วีซ่าคู่สมรส (จะแต่งงานที่ไทยแต่ไม่จดทะเบียนสมรส) และเราต้องเริ่มดำเนินอย่างไรบ้างค่ะ รบกวนขอคำแนะนำอีกครั้งนะค่ะ

    1. น้องพรรณภาคะ ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ และสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าค่ะ

      1. น้องลองเข้าไปศึกษาเรื่องการแต่งงานกับคนอเมริกันในเว็บไซต์สถานทูตอเมริกันประจำกรุงเทพดูก่อนนะคะ http://thai.bangkok.usembassy.gov/service/marriage.html
      2. วีซ่าคู่หมั้นหรือ K-1 ใช้เวลาในการรออนุมัตินานประมาณ 4-6 เดือน อย่างไรก็ตาม วีซ่า K-1 จะได้รับการอนุมัติเร็วกว่าวีซ่าคู่สมรสหรือ K-3 และว๊ซ่าคู่สมรสถาวร หรือ CR-1
      3. ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในตอนยื่นฟอร์ม I-129 เพื่อขอวีซ่า K-1, K-3 และ CR-1 จะสังเกตได้ว่าวีซ่า K-1 มีค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้อง ขณะที่ K-3 และ CR-1 ไม่มีค่าธรรมเนียม http://www.uscis.gov/sites/default/files/files/form/i-129finstr.pdf
      4. กฎเกณฑ์ในการขอวีซ่า K-1 คือ ต้องรู้จักแฟนชาวอเมริกันไม่ต่ำกว่า 2 ปี และจะต้องทำการสมรสและจดทะเบียนภายในเวลา 90 วันเท่าอายุวีซ่า K-1 http://www.uscis.gov/sites/default/files/USCIS/Resources/A2en.pdf เมื่อแต่งงานแล้วต้องยื่นฟอร์ม I-485 เพื่อขอกรีนการ์ดหรือ Permanent resident ในขณะเดียวกันหากคู่สมรสคือน้องพรรณภาต้องการทำงานไปด้วย น้องสามารถยื่นฟอร์ม I-765 เพื่อขอทำงานควบคู่ไปกับ I-485 ที่ยื่ขอกรีนการ์ดได้เลยค่ะ http://www.uscis.gov/family/family-us-citizens/fiancee-visa/fiancee-visas แฟนน้องสามารถทำการยื่นเรื่องราวการขอว๊ซ่า K-1 ให้น้องได้ตามขั้นตอนดังนี้ http://travel.state.gov/visa/immigrants/types/types_2994.html
      5. กรณีทำเรื่องขอวีซ่าคู่สมรสหรือ K-3 ภายหลังจากที่น้องจดทะเบียนที่ไทยและให้สถานทูตอเมริกันรับรองตามข้อ 1 แล้ว น้องจะต้องกรอกฟอร์ม I-130 ขณะที่แฟนกรอก I-129F ส่งมาที่สถานทูตอเมริกันในไทย น้องอ่านแต่ละขั้นตอนในการยื่นขอวีซ่า K-3 ได้ที่เว็บไซต์รัฐบาลอเมริกันค่ะ http://travel.state.gov/visa/immigrants/types/types_2993.html#4 ระยะเวลาในการยื่นขอวีซ่า K-3 อาจจะนานถึงเกือบ 1 ปีค่ะ น้องอ่านเว็บไซตื USCIS เรื่อง bringing spouses to live in the Unites States as Permanent Residents เพิ่มเติมด้วยก็ดีค่ะ http://www.uscis.gov/family/family-us-citizens/spouse/bringing-spouses-live-united-states-permanent-residents ถ้าต้องการทราบว่าวีซ่า K-3 มีข้อดีหรือข้อเสียเปรีบจากวีซ่าอื่นอย่างไร USCIS มีคำอธิบายให้น้องคลิกในหน้าที่พี่บอกว่ามีเรื่องการนำคู่สมรสเข้าไปอยู่ในอเมริกาตรงคำว่า K-3 นะคะ http://www.uscis.gov/family/family-us-citizens/k3-k4-visa/k-3k-4-nonimmigrant-visas ข้อดี เช่น Once admitted to the United States, K-3 nonimmigrants may apply to adjust status to a permanent resident at any time ไม่ต้องมีเงื่อนไขว่าต้องภายใน 90 วันเหมือน K-1 ค่ะ และหลังจากได้รับอนุมัติแล้วสามารถขอทำงานได้ด้วยกรอกฟอร์ม I-765 ค่ะ ส่วนข้อจำกัดหรืออาจจะมองว่าเป็นข้อด้อยข้อเสียเปรียบของ K-3 น่าจะอยู่ที่สถานะของลูกที่จะได้ K-4 ลองเข้าไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเองนะคะ วีซ่า K-3 มีอายุ 2 ปี ระหว่างนี้ให้ยื่นขอเปลี่ยนสถานภาพเป็นกรีนการ์ดหรือ permanent resident หากการขออนุมัติไม่เสร็จภายใน 2 ปีก็ต้องทำเรื่อง extend การขออยู่ต่อในสหรัฐฯค่ะ
      6. ส่วนวีซ่า CR1 กับวีซ่า IR1 มีขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าตามที่ปรากฏอยุ่บนเว็บไซต์ travel.state.gov คือ http://travel.state.gov/visa/immigrants/types/types_2991.html#1
      7. บังเอิญได้อ่านเว็บไวต์สำนักงานทนายความคนไทยคิดว่าน่าสนใจ น้องอ่านจะลองศึกษาประกอบไปกับเว็บไซต์ของ USCIS ค่ะ http://www.siam-legal.com/US_Visa/th/cr1-visa-thailand.php
      8. เว็บไซต์ us4thai.com เป็นอีกเว็บไซต์หนึ่งที่มีผู้ที่เคยมีประสบการณ์การขอวีซ่าคู่หมั้น วีซ่าแต่งงาน โพสต์อยู่เนืองๆลองเข้าไปศึกษาประสบการณืจริงของท่านเหล่านั้นดูค่ะ http://www.us4thai.com/board/viewtopic.php?f=4&t=33937

  15. สวัสดีค่ะ คือหลานสาวอายุ 28 ปี ทำงานรับจ้างเอกชน เงินเดือน 23000 ได้ขอวีซ่า F-1 เพื่อไปเรียนภาษาที่ Inlingua washington คือนายจ้างซึ่งเปนเอกชนเล็กๆ ได้รับผิดชอบค่าเรียนให้ และตอนนี้ได้รับ I-20 แล้ว และจะยิืนขอ F-2 ให้สามีอายุ 28 และลูกน้อยอายุ 3 ขวบพร้อมกันเพื่อติดตามเป็นเพื่อนด้วย ( สามีเงินเดือน 27000 และมีรายได้พิเศษอื่นๆอีกในบางเดือน) จะมีโอกาสผ่านทั้ง 3 คนไหมคะ ระยะเวลาเรียน 3 เดือน ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ ออกเองเราควรจะกรอกที่ช่องผู้สปอนเซอร์ว่าเป็นใครดีคะ หลานสาวและครอบครัวไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศ นายจ้างเป็นเพียงกิจการอู่เล็กๆ ในเครือบริษัทประกันค่ะ ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

    1. น้อง july คะ นอกจากสถานทูตจะดูว่าผู้ยื่นขอวีซ่ามีสถานภาพทางสังคม คือ หน้าที่การงานดีไหม ก็คงจะดูเรื่องรายรับในบัญชีเงินฝากธนาคารด้วยว่ามีเพียงพอที่จะดูแลตนเองในประเทสสหรัฐไหมคะ ถ้าไปลำพังหลานสาวใช้บัญชีเงินฝากของสปอนเซอร์ที่เป็นเจ้าของอู่เล็กๆในเครือบริษัทประกันภัย พี่ก็ไม่แน่ใจว่ากิจการที่เล็กๆนั้นมีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องพัฒนาพนักงานโดยการออกทุนให้ไปเรียนภาษาไกลถึงสหรัฐอเมริกาเลยหรือคะ อาจจะออกเงินให้ไปเรียนภาษาในโรงเรียนภาษาชั้นยอดในกรุงเทพก็พอแล้ว หรือมิเช่นนั้นก็ประเทศใกล้ๆ อีกประการหนึ่งหลานสาวก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นลูกสาวของเจ้าของอู่ค่ะ ในประเด็นนี้พี่จึงไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของอู่กับหลานสาวว่าเป็นญาติกันหรือเปล่า หรือว่าหลานสาวมีเงินในบัญชีธนาคารของตนเองไม่มากพอที่จะสปอนเซอร์ตนเอง จึงขอความอนุเคราะห์จากเจ้าของอู่ที่อาจจะใจดี พูดจาให้ช่วยเหลือรับเป็นสปอนเซอร์ให้ค่ะ

      ประการถัดมาการจะนำลูกอายุ 3 ขวบไปด้วยในเวลา 3 เดือนจริงอยู่ว่ามีสามีไปดูแลลูก 3 เดือน แต่ค่าใช้จ่ายในเรื่องลูกเวลาอยู่ต่างประเทศก็มี หากดูสถานการณ์แล้วเหมือนจะอพยพไปอยู่ที่อเมริกาทั้งครอบครัว สามีจะลางาน 3 เดือนได้อย่างไร หรือว่าสามีลาออกจากที่ทำงาน สามีมีบัญชีเงินฝากที่มากพอจะดูแลตัวลูกและตัวสามีเองในเวลา 3 เดือนได้ไหม และจะมีหลักประกันอะไรที่หลานสาวจะไม่อยู่ลงทะเบียนเรียนต่อหลังจากจบภาษา 3 เดือนแล้ว เหล่านี้คือคำถามที่น้องลองตอบตนเองให้ชัดเจนก่อนและถ้ามีเหตุผลที่ดีเพียงพอ หลานสาวคงจะไปตอบคำถามเพื่อช่วยตนเองกับครอบครัวให้ผ่านวีซ่าได้ในสถานทูตอเมริกาค่ะ

      อนึ่ง หากผู้ปกครองหลานสาวมีเงินฝากในบัญชีส่วนหนึ่งที่จะช่วยเป็นสปอนเซอร์ให้หลานสาว และผู้ปกครองสามีมีเงินฝากในบัญชีที่พร้อมจะช่วยสนับสนุนสามีของหลานสาวน่าจะเป็นหลักที่ดีได้ว่า คนทั้งคู่มีความผูกพันทางครอบครัวในประเทศไทยค่ะ ดังนั้นหากทำได้ก็น่าจะเป็นชื่อผู้ปกครองของแต่ละคน คือของหลานสาวเป็นชื่อผู้ปกครองหลานสาวเป็นสปอนเซอร์ ส่วนของสามีใช้ชื่อผู้ปกครองของสามีเป็นสปอนเซอร์ ขณะเดียวกันให้นำบุ๊คบัญชีเงินฝากขงทั้งหลานสาวและสามีไปแสดงด้วย พร้อมกับจดหมายรับรองการทำงานของทั้งคู่ค่ะ ส่วนท่านเจ้าของอู่ ให้น้อง July และหลานสาวตัดสินใจเองว่า ควรจะแสดงความสัมพันธ์ว่าเป็นญาติกันดีกว่าไหมค่ะ

  16. จะขอprintแบบฟอร์มขอวีซ่า DS-160 ไปอเมริกาได้อย่างไรค๊ะ จะต้องให้คนไปกรอกค่ะ

    1. เมื่อคนที่นำข้อมูลของน้อง aranya ไปกรอกให้ เขากรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อยและคลิก submit แบบฟอร์ม DS-160 online ไปแล้ว ให้น้องขอหมายเลข DS-160 Confirmation Number ที่ขึ้นต้นด้วย AA 003…..พร้อมทั้งขอรหัสที่เขาตั้งไว้ในตอนแรก เช่น อาจจะมีคำถามที่ถามว่าคุณแม่ของคุณแม่ชื่ออะไรคนกรอกแทนน้อง aranya เขาใส่ข้อมูลอะไรให้น้อง หรือคนกรอกข้อมูลอาจจะเปลี่ยนใช้คำถามอื่น ให้น้องถามคนกรอกข้อมูลว่า เขาใช้คำถามที่เป็นรหัสลับว่าอะไรและคำตอบที่เขาใส่คืออะไร

      หลังจากนั้นให้น้องเข้าไปที่เว็บไซต์ https://ceac.state.gov/genniv/ เลือกประเทศไทยหรือ Thailand Bangkok แล้วคลิกคำว่า Retrieve an Application จะได้เว็บไซต์หน้าตาทำนองนี้ https://ceac.state.gov/genniv/Common/Recovery.aspx ให้ใส่หมายเลข AA003……หน้าถัดไปจะให้ใส่อักษร 5 ตัวแรกของนามสกุล ปีค.ศ.ที่เกิด และคำถามที่เป็นรหัสลับเมื่อกรอกครบจะขึ้นหน้า DS-160 Confirmation Number ออกมาให้ print ค่ะ

  17. เลื่อนตั๋วเดินทางได้แล้วค่ะ…​เลยอยากจะมาแนะนำเพื่อนคนไหนจองตั๋วไว้กับทางเอเจนซี่ให้โทรติดต่อกับแอร์ไลน์โดนตรงเลยนะค่ะ ไม่ต้องผ่านเอเจนซี่เพราะเค้าจะคิดค่าบริการ ของตัวเองบินกับโคเรียนแอร์เลยโทรสอบถามปรากฎว่าเจ้าหน้าจัดการให้หมดทุกอย่าง ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เลยค่ะ…

    1. ขอบคุณน้อง phannapa มากค่ะที่เข้ามาช่วยอัพเดทเรื่องการเลื่อนตั๋วเครื่องบินในวันกลับ ขอให้เดินทางถึงกรุงเทพโดยปลอดภัยนะคะ

  18. สวัสดีอีกครั้งค่ะ ตอนนี้อยู่อเมริกากำลังจะกลับไทยวันที่ 20 สิงหาคม นี้ แต่อยากจะเลื่อนวันกลับเป็น 22 สิงหา ไม่ทราบว่าเราต้องทำยังไงบ้างค่่ะ… ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ พอดีสั่งออนไลน์ไว้แต่ของยังไม่มาส่งกลัวจะไม่ทันค่ะ รบกวนขอคำแนะนำอีกครั้งนะค่ะ

    1. น้อง Phannapa ลองโทรไปติดต่อกับแอร์ไลน์ที่น้องใช้บริการ หรือจะเข้าเว็บไซต์ของแอร์ไลน์นั้นเพื่อเลื่อนตั๋วเองก็ได้ค่ะ น้องคงต้องดูด้วยว่า 1. วันที่ที่น้องต้องการจะกลับมีที่นั่งว่างตั้งแต่อเมริกาถึงกรุงเทพไหม บางครั้งผ็ดดยสารอาจจะพบว่า มีที่นั่งว่า เช่นจากโตเกียวถึงกรุงเทพ แต่ไม่ว่างช่วงแอลเอถึงโตเกียวก็มี ฉะนั้นโปรดตวจสอบให้ดี ถ้าไม่ถนัดที่จะเลื่อนวันเดินทางในตั๋วเครื่องบินเอง ให้น้อง Phannapa เดินทางไปยังที่ที่ตั้งของสายการบินนั้นในเมืองที่น้องอยู่ ให้เจ้าหน้าที่ของสายการบินนั้นๆเขาทำการเลื่อนวันเดินทางให้ค่ะ 2. ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเลื่อนวันเดินทางกลับไหม ส่วนใหญ่เสียประมาณ 4-5000 บาทค่ะ

  19. สวัสดีค่ะพี่หนูมีเรื่องรบกวนสอบถามค่ะคือหนูเคยไปเรียนที่อเมริกามาปีกว่าแต่ตอนก่อนที่จะกลับรรเค้าตัดชื่อออกแล้วบอกว่าให้อยู่ได้ 14 วัน แต่หนูได้อยู่เกินจากนี้มาอีก 5 วัน หนูอยากสอบถามว่ามันจะมีปัญหาอะไรไหมค่ะถ้าหนูจะกลับไปเที่ยวอีกและขอวีซ่าท่องเที่ยวอ่ะค่ะ
    ขอบคุณมากค่ะ

    1. น้อง meme คะ ปกติหลังจากเรียนจบจากโรงเรียน,วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา นักเรียนมีสิทธิ์อยู่ต่อในประเทสสหรัฐอเมริกาได้อีกไม่เกิน 60 วัน ในเว็บไซต์ของ International Student Office ของแต่ละสถานศึกษาหรือในหน้า 2 ของ I-20 ก็ควรจะมีคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ พี่ขอยกตัวอย่างของ University of California/Berkeley มาให้ดูค่ะ
      The 60-day Grace Period: When you complete your study program, you are allowed a 60-day grace period to depart the U.S., request a school transfer, or change your status. Note: Students who are interested in working in the U.S. following their program completion must apply for Optional Practical Training work authorization between 90 days before the program completion date and the expiration of the 60 Day Grace Period.”

      นักเรียนควรปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศสหรัฐฯ เพราะถ้าไม่ปฏิบัติตาม ก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศครั้งต่อๆไปได้อีกไม่ว่าจะด้วยการขอวีซ่าประเภทใดๆก็ตามค่ะ คำอธิบายจะอยู่ในหน้าเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาว่าด้วยเรื่องวีซ่านักเรียนนะคะ
      Failure to depart the United States on time will result in you being out of status, can void your visa, and may make you ineligible for visas you may apply for in the future. Review Visa Denials, Ineligibilities and Waivers: Laws, and section 222(g) of the Immigration and Nationality Act

      อนึ่ง ถ้าวีซ่านักเรียนของนักเรียนท่านใดมีปัญหา โรงเรียนเองก็จะรายงานไปที่ Homeland Security Department ด้วย พี่ไม่ทราบเหตุผลว่า ทำไมโรงเรียนจึงบอกว่า น้องมีสิทธิ์อยู่ได้แค่ 14 วันค่ะ น้องไปทำอะไรผิดกฎโรงเรียนหรือเปล่าคะ ดังนั้นถ้าน้องจะขอวีซ่าท่องเที่ยวกลับเข้าไปใหม่ โปรดให้ความละเอียดถี่ถ้วนในการเตรียมเอกสารเพื่อแสดงให้เห็นว่า น้องมีฐานะทางการเงินที่ดีพอที่จะไม่คิดไปอยู่ในประเทศสหรัฐฯ และน้องก็ยังมีความผูกพันกับครอบครัวที่เมืองไทยทุกคนดีอยบู่ หลังจากเที่ยวเสร็จแล้วน้องจะกลับมาทำงานต่อที่ประเทศไทยค่ะ ขอเอาใจช่วยให้ขอวีซ่าได้ค่ะ

  20. สวัสดีค่ะ ขอรบกวนสอบถามหน่อยค่ะ คือพึ่งเห็นว่าตัวเองกรอกD-160ผิดค่ะ ต้องเลือก B2 แต่ไปเลือก B1/B2 ค่ะ โดยส่วนตัวไปท่องเที่ยว1เดือน มีแม่และเพื่อนๆแม่ไปด้วยค่ะ รวม4คน แต่กรอกของตัวเองกับแม่ผิด ของที่เหลือกรอกถูก สัมภาษณ์วันจันทร์ที่22นี้แล้วด้วยค่ะ จะทำยังงัยดีคะ ขอบคุณมากเลยนะคะ

    1. น้อง blue คะ กรอกฟอร์มวีซ่า DS-160 ใหม่ print DS-160 Confirmation Number ใหม่ ถ้าน้องไม่คิดมากเรื่องเงินค่าพินเพื่อจองวันนัดสัมภาษณ์ใหม่นะคะ ให้ใช้บัตรเครดิตเข้าไปทำการจองวันนัดสัมภาษณ์ใหม่กะคุณแม่สองคน ได้วันที่ไม่ใช่พรุ่งนี้คือจันทร์ที่ 22 เมษายนก็ไม่เป็นไร ขอให้เลือกวันที่เร็วที่สุดเท่าที่จะหาได้ค่ะ พรุ่งนี้ไปพร้อมคนอื่นๆอีก 2 คนและแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารในสถานทูต เรื่องกรอกฟอร์ม DS-160 ผิดประเภทของวีซ่าที่จะขอ ต้องการขอ B-2 ไปเที่ยว ไม่ใช่ B-1 ไปประชุม หรือ ดูงานค่ะ และเมื่อกรอก DS-160 ใหม่เสร็จแล้ว จึงทำคิวนัดสัมภาษณ์ใหม่ น้องไม่สามารถหาวันจันทร์ที่ 22 เมษายนได้ แต่เนื่องจากอยากจะใช้วันนัดเดิมเพื่อสัมภาษณ์ร่วมกับเพื่อนร่วมเดินทางอีก 2 ท่าน เพราะอาจจะใกล้กำหนดวันเดินทางของน้องที่ว่าจะไปกัน 4 คน หรือน้องอาจจะอยากรู้ผลวีซ่า เพื่อจะได้รีบไปจองซื้อตั๋วเครื่องบิน ให้เลือกเหตุผลที่ดูใกล้เคียงกับสถานการณ์ของน้องเพื่อแจ้งกับเจ้าหน้าที่ในสถานทูตตอนตรวจเอกสารวีซ่าค่ะ

      1. ขอบคุณมากค่ะพี่Govisa ปรากฎว่าปริ๊นเตอร์เสียพอดีเลยลองเสี่ยงดูไปทั้งอย่างนั้นเลยค่ะ
        พอไปถึงดูที่ใบนัดของทางสถานทูต ขึ้นเป็นB2ค่ะ เลยคิดว่าตอนกรอกDS160มันคงมีช๊อยส์ไปตัดให้เป็นB2อยู่แล้วมั๊งคะ
        ส่วนตัวคิดว่าทางสถานทูตค่อนข้างอลุ่มอล่วยมากๆค่ะ เพราะตัวเองกรอกจังหวัดเกิดผิดจังหวัดเลย และกรอกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆผิดหลายจุดมากเลยค่ะ เพราะด้วยความรีบแต่เค้าก็ไม่ได้เช็คที่จุดนี้มากเท่าไหร่
        ฝากพี่บอกคนที่สมัครรายใหม่ๆด้วยค่ะ ว่าไม่ต้องเครียดถ้ากรอกผิด สามารถอธิบายเค้าได้ค่ะ มีบางคนลืมเอาใบเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลไปก็ได้สัมภาษณ์ค่ะ เรื่องเงินค่าธรรมเนียมวีซ่าถ้าจ่ายผิดสามารถไปจ่ายเพิ่มที่นั่นได้
        ส่วนคำถามที่ตัวเองโดนน้อยมากเลยค่ะ แค่ทำงานอะไรไปกี่วัน เที่ยวที่ไหนบ้างเท่านั้นเอง อาจจะเพราะมีใบทะเบียนพาณิชย์ด้วย เลยทำให้เรื่องง่ายขึ้น ระหว่างสัมภาษณ์ก็ยื่นเอกสารต่างๆเลย ไม่รอให้เค้าขอ ส่งอย่างเดียวเลยค่ะ
        ขอบคุณGovisaมากเลยค่ะ

        1. ขอบคุณน้อง blue มากค่ะที่เขียนมาบอกว่าได้วีซ่าแล้ว พร้อมทั้งให้คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อให้คนที่แวะเข้ามาอ่านจะได้ไม่ต้องวิตกมากเวลาไปสอบสัมภาษณ์ค่ะ อย่างไรก็ตาม พี่ก็ไม่อยากให้คนที่เข้ามาอ่านประมาทเตรียมเอกสารแบบไม่ค่อยตั้งใจมาก ถ้าโชคไม่ดีอาจพลาดได้เรื่องความไม่พร้อมในการเตรียมตัว ขอให้เตรียมตัวให้ดีที่สุดแล้วกันนะคะ เพราะแต่ละคนอาจจะได้รับประสบการณ์แตกต่างกันไปค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ขอให้น้อง blue เดินทางถึงอเมริกาโดยปลอดภัยและเที่ยวให้สนุกนะคะ

  21. ไปกรอก DS-160 confirmation ในตอนนัดวันสัมภาษณ์ผิด แล้วยืนยันวันสัมภาษณ์ไปแล้ว ต้องแก้ไขไหมครับ ผมเข้าไป edit application info แล้วขึ้นเป็นตัวอักษรสีเทาแก้ไขไม่ได้อ่ะครับ

    1. DS-160 Confrimation number ที่ถูกจะเป็น AA0031UII1 แต่ไปกรอก AA0031UIT1 อ่ะครับ

    2. น้อง Plu คะ แก้ไขเปลี่ยนแปลง DS-160 Confirmation Number ไม่ได้อย่างในอดีตหากน้องได้ยืนยันวันนัดสัมภาษณ์ไปเรียบร้อยแล้วค่ะ พี่แนะนำให้น้องเขียนอีเมล์ไปสอบถามที่ [email protected] อธิบายเป็นลายลักษณ์เข้าไปก่อนล่วงหน้า และในวันสัมภาษณ์ถือ DS-160 Confirmation NUmber AA0031UII1 เข้าไปพร้อมทั้ง print email ที่เขียนไปสอบถาม [email protected] ไปด้วยเพื่อเป็นหลักฐานว่า น้องทราบว่า เป็นน้องเองที่กรอกผิดพลาดและพยายามติดต่อขอคำแนะนำเพื่อแก้ไขจากทางสถานทูต (พี่ไม่แน่ใจว่า น้องจะได้รับคำตอบกลับมาทันเวลาที่น้องจะเข้าไปสัมภาษณ์ไหมคะ หากกงสุลท่านมีงานมาก เนื่องจากช่วงนี้ใกล้เวลาทีนักศึกษาเริ่มได้รับการตอบรับไปเรียนเทอม Summer และเทอม Fall กันแล้ว หลายคนเริ่มทยอยขอวีซ่ากันแล้วด้วยค่ะ จึงแนะนำให้พิมพือีเมล์ที่น้องเขียนถึงสถานทูตเข้าไปแทน แต่ถ้าได้รับคำตอบกลับมาทัน เขียนมาเล่าให้ฟังด้วยนะคะว่า ทางสถานทูตแนะนำน้องอย่างไร เพื่อเป็นประโยชน์กับน้องท่านอื่นที่เกิดทำผิดแบบเดียวกับน้องค่ะ)

      ความผิดพลาดในกรณีของน้องเกิดจากการที่น้องกรอกหมายเลข DS-160 Confirmation Number ผิดในตอนที่จองวันนัดสัมภาษณ์ พี่จึงไม่คิดว่า น้องจะต้องกรอก DS-160 online ใหม่ เพราะน้องไม่ได้ต้องการจะแก้ไขที่กรอกไปแล้วใน DS-160 online ค่ะ

  22. พี่คะหมายความว่าถ้าหนิงกรอกแบบฟอร์ม I-131 และจะต้องพิมพ์นิ้วมือต่อหน้าเจ้าหน้าที่ด้วยใช่ไหมค่ะ

    1. น้อง ning คะ บางคำถามของน้องหลายท่านเป้นคำถามที่ละเอียดอ่อนและมีความสลับซับซ้อนในการที่จะตอบออกไปหากไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือประเทศนั้นๆ มันอาจจะสร้างความเสียหายให้น้องได้ เช่น ทำให้น้องดำเนินการตัดสินใจผิด ส่งผลให้การดำเนินการขอกรีนการ์ดล่าช้า หรืออื่นๆได้ค่ะ นั่นคือเหตุผลที่พี่เขียนแนะนำให้น้องปรึกษากับน้องสาวที่เป็น Citizen เพื่อให้น้องสาวปรึกษากับผู้รู้ทางกฎหมายในสหรัฐฯอีกทีหนึ่งเพื่อช่วยน้องค่ะ ส่วนข้อมูลเรื่องพิมพ์ลายนิ้วมือ พี่ค้นหาอ่านจากเว็บไซต์ที่ให้ไปแล้วครั้งก่อนค่ะ

      เพิ่มเติมจากที่ตอบไปครั้งก่อน ถ้าดูกันตามความเป็นเหตุเป็นผล หากวีซ่าท่องเที่ยวของน้องยังมีอายุอยู่ก็น่าจะเดินทางเข้าไปได้ เพียงแต่น้องคงต้องตอบคำถามที่ตรงจุดอิมมิเกรชั่นนานหน่อย เพื่อเพิ่มความชัดเจนให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะได้มั่นใจำได้ว่า น้องเข้าไปแล้ว น้องจะกลับเมืองไทยค่ะ เนื่องจากตามประวัติ น้องมีคุณพ่อคุณแม่ที่มีกรีนการ์ด และน้องสาวก็เป็น citizen อยู่ที่อเมริกา ตัวน้องเองก็อยู่ในขั้นตอนการขอกรีนการ์ด ถ้ามองในแง่ลบก็มองได้ว่า ถ้าอนุญาตให้เข้าประเทศไปแล้วจะคิดอยู่เลยไหม เพราะญาติๆก็อยู่ที่อเมริกากันแล้วค่ะ พี่จึงต้องขอโทษที่ไม่สามารถจะช่วยน้องตัดสินใจในกรณีนี้ได้ น้องจำเป็นต้องให้คนที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาหาข้อมูลประกอบและใช้เป็นปัจจัยในการตัดสินใจครั้งนี้ด้วยค่ะ

  23. ขอเพิ่มเติมอีกนิดค่ะ คือพ่อหนิงอายุแปดสิบค่ะ ท่านแข็งแรงพอสมควรแต่ความจำไม่ค่อยดีค่ะ คือถ้าเป็นไปได้ท่านอยากให้ลูกไปด้วยค่ะ

  24. สวัสดีค่ะหนิงรบกวนถามดังนี้นะคะ คือว่าเมื่อเมษาปีที่แล้วเดินทางไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่อเมริกามาค่ะและอยู่นานมากค่ะก็เกือบหกเดือน ก็พอดีว่าน้องเขายื่นเรื่องขอกรีนการ์ดให้ด้วยค่ะ น้องสาวเป็นพลเมืองแล้วค่ะ ใช้สิทธิแบบfamily base อะไรประมาณนี้ค่ะ ก็เลยต้องรอตามคิว ซึ่งอาจจะต้องรอนานถึงสิบปีหรือมากกว่านั้น คือตอนแรกคิดว่าจะได้เร็วเหมือนพ่อและแม่ค่ะ คือตอนนี้พ่อได้กรีนการ์ดแล้วค่ะ หนิงก็เลยกลับมารอที่เมืองไทยก่อนที่วีซ่าเข้าประเทศจะหมดอายุ อยู่เกือบหกเดือนค่ะ และต้นปีนี้พ่อเขาเดินทางกลับมาเยี่ยมญุาติที่เมืองไทยค่ะ และตอนนี้กำลังจะเดินทางกลับไปแล้วค่ะ หนิงก็เลยอยากเดินทางไปส่งท่านค่ะและจะได้ไปพักผ่อนด้วยดูแลพ่อแม่ด้วย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหาหรือเปล่านะคะเพราะครั้งที่แล้วอยู่นาน พี่พอจะทราบไหมค่ะว่าคนที่อยู่ในระหว่างยื่นเรื่องขอกรีนการ์ดสามารถเดินทางเข้าออกอเมริกาได้หรือไม่อย่างไรค่ะ

    1. น้อง ning คะ หากน้องหนิงอยู่ระหว่างการรอผลอนุมัติว่าจะได้กรีนการ์ดไหม ก่อนเดินทางออกจากประเทศสหรัฐฯกลับไทยครั้งก่อน น้องได้กรอกฟอร์ม I-131 เพื่อขอ Advance Parole หรือเปล่าคะ ทำนองขออนุญาตกลับมาประเทศไทยค่ะ น้อง ning ลองอ่านเว็บไซต์ของ US Citizenship and Immigration Services ดูนะคะ http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=4c790a5659083210VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel=4c790a5659083210VgnVCM100000082ca60aRCRD

      พี่แนะนำให้น้องสาวที่เป็น US Citizen ลองปรึกษาทนายความในสหรัฐฯว่า ถ้าน้อง ning ไม่ได้ทำ advance parole กลับมาด้วย น้องสามารถกรอกฟอร์มดังกล่าวส่งกลับไปที่สหรัฐฯได้ไหม เพราะอุปสรรคอาจจะมีเกิดขึ้นได้ เพราะน้อง ning ต้อง scan 10 นิ้วมือของน้องด้วยค่ะ

      เว็บไซต์หลังนี้เป็นของหน่วยงานเอกชนแห่งหนึ่ง http://www.uscitizenship.info/articles/what-are-the-travel-rules-for-green-card-applicants/index.html ส่วนคำถามที่ทางผู้เขียนเป็นล็อกเรื่อง ” What Are the Travel Rules for Green Card Applicants ?”

  25. ขอถามเพิ่มเติมค่ะ จะไปต้นเดือนเมษา แล้วจะเริ่มดำเนินการขอวีซ่าต้นเดือน กพ จะทันไหมคะ

    1. น้อง Pranee คะ ถ้าหากเป็นไปได้จะเริ่มกรอกฟอร์มตั้งแต่บัดนี้ แล้วค่อยไปทำการจองคิวนัดวันสัมภาษณ์วีซ่าก็น่าจะดีนะคะ เพราะช่วงต้นปีแบบนี้คิวนัดวีซ่าค่อนข้างแน่น เหมือนที่เคยแจ้งให้หลายๆท่านทราบแล้วว่า ช่วงนี้เป็นช่วงนักศึกษาเขายื่นขอวีซ่า J-1 ไปโครงการ Work and Travel ระหว่างปิดเทอมภาคฤดูร้อนที่เมืองไทยกัน คนกลุ่มนี้ปีหนึ่งๆจะมีประมารเกือยบ 8,000 คน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่ขอวีซ่าไปเรียนโครงการภาษาอังกฤษช่วงปิดเทอม บางทีก็จะมีผู้ปกครองขอวีว่าพาลูกไปเที่ยวอเมริกาช่วงปิดเทอม นี่ยังไม่รวมคนที่ขอวีซ่าประเภทอื่นๆอีกนะคะ คนเหล่านี้จะต้องเตรียมขอวีซ่ากันช่วงนี้ พอปิดเทอมปุ๊บก็จะเดินทางกันเลยค่ะ เพราะฉะนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความหงุดหงิดเรื่องหาคิวนัดสัมภาษณ์ไม่ได้ ให้กรอกฟอร์ม DS-160 ให้เสร็จเพื่อจะได้ Ds-160 Confirmation Number สำหรับไปจองคิวนัดวันสัมภาษณ์ และให้น้องหมั่นเข้าไปดูว่า วันนัดช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ต้องการเปิดให้จองหรือยังนะคะ ถ้าเปิดแล้วก็รีบจองเลยค่ะ สัมภาษณ์เสร็จจะทราบผลเดี๋ยวนั้นเลยว่า ได้หรือไม่ได้วีซ่า เพราะกงสุลท่านจะบอกให้ไปจ่ายเงินที่ไปรษณีย์ในสถานทูตแปลว่า ได้วีซ่า ถ้าท่านคืนเอกสารให้หมดก็แปลว่า ถูกปฏิเสธวีซ่าค่ะ ระยะเวลาในการส่งเล่มหนังสือเดินทางคืนไม่เกิน 3 วันทำการ เพราะสถานทูตส่งไปรษณีย์ EMS ให้ผู้รับปลายทางค่ะ

  26. ขอรบกวนถามว่าเอกสารต่างๆเช่น ใบทะเบียนสมรส ,ใบขออนุญาตเปิด รร อนุบาล ฯลฯ ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือเปล่าคะ

    1. น้อง Pranee คะ ใบทะเบียนสมรส, ใบขออนุญาตเปิดโรงเรียนอนุบาลไม่ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ ในสถานทูตมีเจ้าหน้าที่คนไทยช่วยท่านกงสุลตรวจเอกสารค่ะ ขอให้นำเอกสารที่ถามมาเป็นเอกสารตัวจริงไปแสดงให้ท่านกงสุลดูค่ะ ทะเบียนสมรสที่จะต้องนำไปแปลในกรณีที่น้องจะขอวีซ่าถาวร เช่น วีซ่าคู่สมรส, การดำเนินการขอกรีนการ์ด เป็นต้นค่ะ

  27. ขอบคุณนะคะพี่^__^ น้องมารายงานความคืบหน้าน้องได้วีซ่า5ปีค่ะได้รับวันนี้ ดีใจมากค่ะ^____^

    1. ดีใจด้วยนะคะน้อง Nana ขอให้ตั้งใจเรียนภาษาและสอบ TOEFL ให้ได้ตรงตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยต้องการภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีนะคะ จะได้สมัครเรียนต่อปริญญาโทได้ตามเป้าหมาย และรีบเรียนจบกลับมาให้คุณปู่และคุณย่าชื่นใจเร็วๆค่ะ เห็นใจคนสูงวัยที่คอยดูความสำเร็จของหลานอยู่ที่เมืองไทยนะคะ

  28. ขอบมากคะสำหรับข้อมูลทางโรงเรียน

    1. แต่ที่หนูกังวลใจ ก็คือเรื่องสปอนเซอร์อ่ะคะ
    ที่จะให้น้าเป็นสปอนเซอร์ให้ คนละนามสกุลกับหนู แต่นามสกุลเดียวกับแม่เป็นน้องสาวแม่แท้ๆ บัญชีเป็นเงินฝากประจำ มีเงินประมาณ 6 แสนกว่าๆ มีอาชีพทำกับข้าวส่ง ซึ่งไม่มีการจดทะเบียนการค้า รบกวนช่วยแนะนำหนูหน่อยนะคะ แล้วหนูต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ถามซ้ำอีกรอบ

    2. ตอนนี้ หนูกำลังจะจบ ป.โทคะ ซึ่งเกรดตอนจบ ป.ตรี คือ 3.08 และ ป.โท คือ 3.63 และหลังจากเรียนภาษาแล้ว ก็อยากจะลองสอบเข้ามหาลัยคะด้าน การจัดการ แต่ก็จะลองสอบหลังจากเรียนภาษาได้สักประมาณ 3 เดือนคะ แพลนคร่าวๆก็ประมาณนี้คะ

    1. น้อง Rabbit คะ
      1. ถ้าน้องได้ลองอ่านคำถามของท่านอื่นๆ จะเห็นได้ว่า พี่พยายามบอกทุกคนให้มีหรือให้แสดงบัญชีสะสมทรัพย์ไปด้วย แต่คนไทยนิยมฝากประจำ ซึ่งการไปเรียนต่อที่อเมริกาหรือไปเที่ยวก็ตาม sponsor ควรมีบัญชีออมทรัพย์ เพราะบัญชีออมทรัพย์หรือสะสมทรัพย์จะมีสภาพคล่องสูง หมายความว่า เบิกถอนได้ทุกวัน ในขณะที่บัญชีประจำต้องรอครบกำหนดก่อนจึงจะเบิกได้ค่ะ ซึ่งวันครบกำหนดกับวันจ่ายเงินค่าลงทะเบียนเรียนอาจจะไม่ตรงกัน กงสุลอาจจะไม่เข้าใจว่า แล้วจะเอาเงินจากที่ไหนมาจ่ายให้สถานศึกษาค่ะ ลองสอบถามน้าหรือแม่ดูนะคะว่า มีบัญชีสะสมทรัพย์ด้วยหรือเปล่า หากมีให้นำไปด้วยค่ะ

      อาชีพทำกับข้าวไม่มีทะเบียนการค้า น้องน่าจะมีใบสั่งซื้อกับข้าวจากลูกค้าของน้า อาจจะเป็น order รายเดือนติดมือไปด้วยก็ดีนะคะ

      ส่วนน้านามสกุลเดียวกับแม่ เพื่อแสดงความสัมพันธ์ระหว่างน้ากับแม่ อาจจะนำทะเบียนบ้านของน้าและของแม่ติดมือไปด้วยก็ได้นะคะ เพราะในทะเบียนบ้านตรงชื่อน้าจะมีชื่อผู้ให้กำเนิด ซึ่งตรวจสอบให้ดีจะเห็นว่าเหมือนของแม่น้องค่ะ ส่วนเงินที่มีอยู่ในบัญชีหกแสนค่อนข้างน้อย ถ้าจะบอกว่า เรามีแผนการเรียนต่อปริญญาโทอีกหนึ่งใบ เงินในบัญชีควรมีเกินหนึ่งล้านบาท เพราะค่าครองชีพใน San Francisco แพงค่ะ

      2. พี่ไม่ทราบว่า น้องจบปริญญาโทที่เมืองไทยด้านใดนะคะ แต่ตอนที่สัมภาษณ์ว่า จะไปสอบ TOEFL ที่อเมริกา เพื่อสมัครเข้าเรียนต่อปริญญาโทด้านการจัดการนั้น ชื่อวิชาที่จะเรียนต่อป.โทที่อเมริกาไม่ควรจะซ้ำกับชื่อวิชาที่จบป.โทจากเมืองไทยไปค่ะ

        1. สัมภาษณ์วีซ่าเสร็จแล้วเขียนมาแชร์ประสบการณืกันบ้างนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะน้อง Rabbit

  29. รบกวนถามเรื่องสปอนเซอร์อ่ะคะ

    ก่อนอื่นขอเล่ารายรายละเอียดก่อนนะคะ ตอนเดือน กุมภา เคยไปขอวีซ่า j1 ไปโครงการ work & travel โดยให้คุณพ่อเปนสปอนเซอร์ให้คะ ก็ได้วีซ่ามา ไม่มีปัญหาคะ
    แล้วตอนเดือน กุมภา ปี 56 จะไปเรียนภาษาที่ซานฟราน( โดยมีโรงเรียนที่คิดว่าจะสมัคร คือ AAE กับ ELI ไม่รู้ว่าจะเลือกไรดีคะ ถ้าพี่ทราบ รบกวนแนะนำด้วยนะคะ) แต่รอบนี้จะให้คุณน้าเป็นสปอนเซอร์ ซึ่งคนละนามสกุลกับหนู แต่นามสกุลเดียวกับคุณแม่ โดยน้ามีอาชีพ ทำกับข้าวส่งเทศบาล ซึ่งไม่มีใบจดทะเบียนอะไรพวกนั่นเลยอ่ะคะ เลยไม่ทราบว่า จะมีหลักฐานอะไรไปยืนยันกับทางสถานทูต นอกจากใบรับรองทางเงิน (เป็นบัญชีฝากประจำ) ยังไงพี่ช่วยแนะนำหนูหน่อยนะคะ ขอบคุณมากคะ

    1. น้อง Rabbit คะ American Academy of English และ English Language Institute เป็นโรงเรียนสอนภาษาเอกชนที่ได้รับการรับรองเรื่องการสอนภาษาจาก ACCET ด้วยกันทั้งคู่ สถานที่ตั้งในเมือง San Francisco ก็อยู่ไม่ไกลกันนัก สำหรับ ELI จะมีข้อได้เปรียบนิดหนึ่งที่ไปตกลงกับ Lincoln University ว่าถ้านักเรียนผ่าน TOEFL Preparation course ของโรงเรียนจะสามารถเข้า Lincoln University ได้ค่ะ พี่อยากให้น้องเป็นคนตัดสินใจเองมากกว่าค่ะ เพราะทั้งสองโรงเรียนไม่ค่อยมีอะไรแตกต่างกันมากนักค่ะ

      พี่ขอเสนอแนะข้อคิดเห็น เพื่อประกอบการตัดสินใจนะคะ

      1. น้องมีเป้าหมายจะเรียนต่ออะไรหลังจากเรียนจบภาษา เช่น ต้องการเรียนต่อป.โทบริหารธุรกิจ ให้ย้อนกลับมาดูที่คะแนนเรียนที่น้องเรียนจบป.ตรีมาว่า ได้ GPA เท่าไร มีเป้าหมายจะสมัครมหาวิทยาลัยประเภทใด เช่น มีการแข่งขันน้อย, ปานกลาง หรือสูง ซึ่งหมายความว่า ต้องทำคะแนน TOEFL iBT ให้ได้ 79-80 หรือมากกว่านั้น คะแนน GMAT บางมหาวิทยาลัยแถวละแวก San Francisco ในระดับปานกลางขึ้นไปต้องการ GMAT ประมาณ 500 ขึ้นไปถึง 600 กับ บางมหาวิทยาลัยที่อาจจะไม่ได้ต้องการคะแนน GMAT สูงดังที่กล่าวมา หรืออาจจะไม่ต้องใช้ GMAT ในการสมัครเลยก็มี

      ดังนั้นคำถามคือ น้องจะต้องใช้เวลาในการเรียนภาษานานเท่าไร จึงจะสอบ TOEFL และ GMAT ได้ตรงตามที่มหาวิทยาลัยที่ต้องการสมัครต้องการ และถ้าไม่สามารถทำคะแนนได้ถึง อาจจะต้องสมัครมหาวิทยาลัยในระดับที่มีการแข่งขันไม่สูงมาก ซึ่งน้องอาจจะลองค้นดูชื่อ U จาก Google ว่ามี U ใดบ้างที่มีหลักสูตร MBA เพราะดูจะเป็นการไม่เหมาะสมที่พี่จะประเมินทั้งคุณสมบัติของน้องและคุณสมบัติของมหาวิทยาลัย โดยที่พี่ยังไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับตัวน้องเลยค่ะ

      2. การรับรองภาษาของสถาบันสอนภาษาในสหรัฐอเมริกามีหลายสมาคมค่ะ ACCET เป็นสมาคมในลำดับต้นๆที่หลายโรงเรียนภาษาสามารถผ่านเข้าไปเป็นสมาชิกได้ ยังมีความแตกต่างของสมาคมทางภาษาอีกหลายระดับ ให้น้องอ่านเองที่ http://www.aaiep.org/file_downloads/0000/0058/AAIEP_PSA_Revised_May_2012.pdf

      3. สมาคม BPPE ที่ AAE พูดถึง เป็นคล้ายๆจะดูแลเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคเฉพาะในรัฐ California โปรดอ่านที่เว็บไซต์นะคะ http://www.bppe.ca.gov/

      4. Homeland Security คือกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิซึ่งทุกโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่สามารถออก I-20 ให้นักเรียนต่างชาติได้จะต้องมีชื่อโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอยู่ใน list ของ DHS อยู่แล้วค่ะ น้องสามารถเข้าไปเช็คได้ที่ http://studyinthestates.dhs.gov/school-search ถ้าโรงเรียนใดไม่มีชื่อจะออก I-20 ให้นักเรียนต่างชาติไม่ได้ค่ะ ที่เอ่ยถึงหน่วยงานในข้อ 3 และข้อ 4 เพื่อประกอบคำอธิบายที่โรงเรียนภาษา AAE พูดถึงการรับรองในหน้าเว็บไซต์ของโรงเรียนค่ะ http://www.aae.edu/about-2/accreditation/

  30. พี่Govisaน้องมารายงานตัวค่ะ สัมภาษวีซ่าผ่านเรียบร้อยแล้วค่ะ
    ให้ปู่เป็นสปอนเซอร์เจ้าหน้าที่ก็ถามเกี่ยวกับไปเรียนที่ไหนนานแค่ไหนแล้วก็อาชีพสปอนเซอค่ะ น้องก็ตอบไปว่าธุรกิจส่วนตัวแล้วก็ส่งเอกสารพวกการเงินทะเบียนค้าให้ท่านดู(ทะเบียนการค้าชื่ออานะคะแต่บอกท่านว่าหุ้นกัน)ท่านก็ดูแค่นามสกุลตรงกันก็โอเครเลยค่ะ เจ้าหน้าที่ที่สัมภาษณ์เป็นผู้หญิงตัวเล็กน่ารักใจดียิ้มให้น้องตลอดเลยค่ะ
    สุดท้ายขอขอบพระคุณพี่มากนะคะที่ให้คำแนะนำมาตลอดดด^___^

    1. ดีใจด้วยนะคะน้อง Nana ตั้งใจเรียนเต็มที่นะคะ ได้วีซ่านานกี่ปีอย่าลืมส่งข่าวกันบ้างนะคะ ขอให้น้องเดินทางถึงอเมริกาปลอดภัยค่ะ

  31. อ้อ อีกเรื่องนิดนึงค่ะ กำลังเตรียมเอกสาร ไม่ทราบว่าเอกสารที่เป็นภาษาไทย ตอ้งแปลเป็นภาษาอังกฤษ ด้วยมั๊ยคะ

    1. เอกสารที่น้อง Ohh น่าจะแปลเป็นภาษาอังกฤษ เช่น ใบแปลเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล(ถ้ามี) ส่วนใบทะเบียนการค้าผู้ปกครองไม่ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษค่ะ สำหรับกรณีสมรสหรือหย่า ไม่ต้องแปลเอกสารกรณีที่จะขอวีซ่าท่องเที่ยวนะคะ ยกเว้นถ้าจะทำเรื่องขอวีซ่าประเภท K หรือจะขอวีซ่าถาวรไปอยู่ที่อเมริกาค่อยเอาไปแปลเป็นภาษาอังกฤษค่ะ

  32. ขอบคุณ พี่โกวีซ่า มากๆๆๆคร่า…… โล่งอก…. ให้อยู่คู่กับน้องๆ ไปเรื่อยๆ นะคร๊าาาาา ^^

  33. พี่โกวีซ่่าคะ
    มีเรื่องiร้อนใจรบกวนค่ะ พอดีมี DS160 2ชุด (ชุดแรกแทบไม่มีข้อมมูลอะไรเลย กรอกไปแค่หน้าเดียว ชุดที่2คือชุดที่จะใช้จริง) และทำการนัดเรียบร้อยหมดแล้ว ดันใส่เลขDS160ชุดที่ไม่มีอะไรเลยอ่ะค่ะเข้าไปในใบนัด ตอนนี้ edit ตรงเลข DS160 ไม่ได้แล้วด้วยอ่ะค่ะ ต้องทำยังไงดีค่ะ .. ช่วยหน่อยคร๊าาา

    รบกวนด้วยค่ะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ T_T

    1. น้อง Ohh คะ ให้น้องนำ DS-160 Confirmation Number ไปทั้ง 2 ชุดค่ะ ถ้าเจ้าหน้าที่เขาถามก็บอกว่า กรอกหมายเลข DS-160 ในหน้าเว็บไซต์นัดสัมภาษณ์ผิดเป็นอีกหมายเลขหนึ่งเท่านั้นเองค่ะ อย่าวิตกไปเลยค่ะ ขอให้โชคดีสิบสัมภาษณ์วีซ่าผ่านค่ะ

  34. ผิดอีก
    ประโยคสุดท้าย

    ขอบพระคุณพี่มาก ๆ คะ น้องจะเเวะมาอ่านเสมอ ๆ ค๊า รัก ๆ จุฟ ๆ (จุงเบยภาษาวัยรุ่นเค้าอิอิ)

  35. ผิดอีก
    ประโยคสุดท้าย

    ขอบพระคุณพี่โกวีซ่ามาก ๆ คะ

  36. อิอิ น้องขออภัยคะ (พิมพ์ผิดประจำเลยคะ) ขออนุญาตพิมพ์ใหม่นะคะ

    ใกล้ปีใหม่เเล้ว ขอให้พี่มีความสุข สมหวัง พบเจอสิ่่งดี ๆ เช่นพี่ทำตลอดไปนะคะ ขอให้พี่ร่ำรวยเงินทอง สุขภาพ (ไม่เจ็บไม่จน) ร่ำรวยความรักคะ (ทุก ๆ ปี ทุก ๆ วันเลยค๊า)

    ชอบพระคุณพี่มาก ๆ คะ น้องจะเเวะมาอ่านเสมอ ๆ ค๊า รัก ๆ จุฟ ๆ (จุงเบยย ภาษาวัยรุ่นเค้าอิอิ)

    1. ขอบคุณค่ะน้อง Ben ขอให้เดินทางถึงอเมริกาปลอดภัย เที่ยวให้สนุก และมีคนคอยช่วยเหลือเวลามีปัญหาที่อเมริกานะคะ พี่เขียนภาษาวัยรุ่นอย่างน้องไม่เก่ง แต่อ่านที่น้องเขียนมาก็เข้าใจดี ดูกระชุ่มกระชวยดีด้วยค่ะ 🙂

  37. ขอบคุณมากๆเลยค่าา โล่งใจขึ้นหน่อย
    หนูใส่ชื่อนามสกุลถูกต้องค่า แต่มี NONE มาเป็นชื่อกลาง
    ขอบคุณมากๆเลยนะค่ะพี่

  38. สวัสดีค่ะ คือตอนนี้ได้เข้าเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกา แต่ต้องไปเรียนภาษาก่อน คือเป็น conditional admission ค่ะ ทางมหาลัยกำลังส่ง I-20 มาแล้วค่ะ แต่ปัญหาคือ เมื่อวันศุกร์ เข้าไปอ่านในเว็บสถานทูต เห็นว่าพาสปอร์ต ต้องมีอายุเหลือ ไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับแต่วันที่จะเดินทางออกจากอเมริกา ขณะที่ทำการสมัคร พาสปอร์ตหมดอายุ ปี เมษา 2014 ค่ะ เลยไม่ทันได้คิดถึง I-20 ที่ออกมาแล้ว กลับไปขอทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ ซึ่งทำให้เลขพาสปอร์ต ในI-20 กับพาสปอร์ตเล่มใหม่ ไม่ตรงกัน คือ จะต้องไปเรียนวันที่ 16 มกรา 2013 ถ้าขอ reissue เกรงว่ามาไม่ทันจองนัดสัมภาษณ์แน่ๆๆ เพราะตอนนี้ก้อยังไม่รู้ว่าจะจองทันรึเปล่าเลยค่ะ พอมีวิธีแก้ทางไหนได้บ้างคะ

    1. พี่ตอบให้น้อง taa แล้วนะคะว่า ต้องรีบแจ้งมหาวิทยาลัยส่ง I-20 ใบใหม่มาด้วยค่ะ

      1. P’ ka ปกติ ขอวีซ่า พาสปอร์ตต้องเหลืออย่างน้อย6 เดือน นับแต่อะไรคะ
        อย่างนี้ พาสปอร์ตเล่มใหม่ที่หนูยังไม่ไปเอา ก้อยังไม่มีผลเปนการยกเลิก เล่มเก่า ถ้าหนูไม่ไปเอาเลย จะดีกว่าให้ มหาลัย reissueมั๊ยคะ จะได้ไม่เสียเวลา
        Sent via BlackBerry® from AIS

        1. ถ้าพี่เป็นน้อง taa พี่คงจัดการทำให้เสร็จในหนังสือเดินทางเล่มใหม่ไปเลยค่ะ ไหนๆก็ทำเล่มใหม่แล้ว เพราะเวลาที่หนังสือเดินทางหมดอายุในสหรัฐฯ น้องก็ต้องไปเข้าคิวทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่อยู่ดี ระยะเวลารอรับเล่มหนังสือเดินทางจะนานกว่าทำหนังสือเดินทางในเมืองไทย เพราะทางกงสุลไทยในสหรัฐฯหรือสถานทูตไทยที่ดีซีต้องส่งเรื่องของน้องกลับมาที่กรมกงสุลที่ประเทศไทยค่ะ ตอนนี้อย่างที่พี่ตอบน้องไปแล้วคือเร่งให้ทางโรงเรียนส่ง I-20 มาใหม่จะดีที่สุด จะได้ทันนำไปให้สถานทูตในดุในวันสอบสัมภาษณ์ค่ะ

          หมายเหตุ พี่พยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่อยากบอกน้องว่า หนังสือเดินทางเหลืออีกตั้ง 1 ปีกับ 4 เดือน ไม่มีความจำเป็นต้องไปทำใหม่เลยค่ะ เพราะน้องบอกว่าหนังสือเดินทางน้องจะหมดอายุ April 2014 แต่เมื่อน้องไปทำมาแล้ว ก็ถือว่าเป็นการดีแล้วกันนะคะ คิดในแง่บวกคือไม่ต้องเสียเวลาขอหนังสือเดินทางเล่มใหม่ตอนน้องเข้าไปอยู่ในสหรัฐอเมริกา และเมื่อได้หนังสือเดินทางเล่มใหม่ตอนน้องอยู่ในอเมริกา น้องก็ต้องถือหนังสือเดินทาง 2 เล่มอยู่ดีค่ะ เพราะวีซ่าอยู่คนละเล่มกับหนังสือเดินทางเล่มใหม่ค่ะ เมื่อน้องตัดสินใจไปทำเล่มใหม่แล้ว พี่เลยคิดว่า ก็ดีเหมือนกัน ทำให้ทุกอย่างอยู่ในเล่มใหม่ เสียเวลาตอนนี้ครั้งเดียว คือ ทำเรื่องแจ้งโรงเรียนขอ I-20 ใหม่ค่ะ

      2. สวัสดีคะพี่ govisa
        น้องได้รับเล่นพาสปอร๋ต พร้อมเอกสารตัวจริงคืนเมือเช้านี้คะ เร็วกว่าที่คิดไว้อีกคะ

        หน้าของวีซ่าอเมริกา สวยงามมากเลยคะ สมกับความเหนื่อยที่เตรียมเอกสาร คุ้มมาก ๆกับวีซ่า 10 ปี

        ใกล้ปีใหม่เเล้ว ขอให้พี่มีความสุข สมหวัง พบเจอสิ่่งดี ๆ เช่นพี่ทำตลอดไปนะคะ ขอให้พี่ร่ำรวยเจ็บทอง สุขภาพ ความรักคะ (ทุก ๆ ปี ทุก ๆ วันเลยค๊า)

        1. น้อง Ben คะ ขอบคุณที่ส่งข่าวมาว่า ได้วีซ่า 10 ปีแล้วนะคะ และขอบคุณมากสำหรับข้อความอวยพรวันปีใหม่ แต่ขอไม่เอาเจ็บได้ไหมคะ น้องเป็นคนแรกที่อวยพรปีใหม่ให้พี่ ขอให้พรดีๆที่น้องให้พี่มาส่งให้น้องได้รับด้วยเช่นเดียวกันค่ะ

  39. สวัสดีค่ะ คือตอนนี้ได้เข้าเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกา แต่ต้องไปเรียนภาษาก่อน คือเป็น conditional admission ค่ะ ทางมหาลัยกำลังส่ง I-20 มาแล้วค่ะ แต่ปัญหาคือ เมื่อวันศุกร์ เข้าไปอ่านในเว็บสถานทูต เห็นว่าพาสปอร์ต ต้องมีอายุเหลือ ไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับแต่วันที่จะเดินทางออกจากอเมริกา ขณะที่ทำการสมัคร พาสปอร์ตหมดอายุ ปี เมษา 2014 ค่ะ เลยไม่ทันได้คิดถึง I-20 ที่ออกมาแล้ว กลับไปขอทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ ซึ่งทำให้เลขพาสปอร์ต ในI-20 กับพาสปอร์ตเล่มใหม่ ไม่ตรงกัน คือ จะต้องไปเรียนวันที่ 16 มกรา 2013 ถ้าขอ reissue เกรงว่ามาไม่ทันจองนัดสัมภาษณ์แน่ๆๆ เพราะตอนนี้ก้อยังไม่รู้ว่าจะจองทันรึเปล่าเลยค่ะ พอมีวิธีแก้ทางไหนได้บ้างคะ

    1. น้อง taa คะ
      1. น้องต้องชี้แจงให้มหาวิทยาลัยทราบอยู่ดีจะเป็นทางอีเมล์หรือโทรศัพท์ค่ะ ให้รีบดำเนินการค่ะ และให้มหาวิทยาลัยส่ง I-20 ใหม่มาให้ทางไปรษณีย์ด่วนค่ะ บอกมหาวิทยาลัยไปว่า น้องยินดีออกเงินค่าไปรษณีย์ด่วนที่ทางมหาวิทยาลัยจะส่งเอกสารกลับมาค่ะ
      2. น้องต้องกรอก DS-160 ใหม่และนำหมายเลข DS-160 Confirmation Number หมายเลขใหม่ไปกับหมายเลขเก่าด้วยในวันสอบสัมภาษณ์ค่ะ
      3. เวลาที่น้องจะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ณ เมืองแรกที่เดินทางถึงอเมริกา เช่น Los Angeles หรือ San Francisco น้องจะถูกเจ้าหน้าที่ที่ด่านตม.สัมภาษณ์อีกครั้ง เอกสารก็ต้องตรงกันกับความเป็นจริงค่ะ ถ้าไม่เหมือนก้คงจะถูกสัมภาษณ์นานค่ะ เพราะฉะนั้นรีบจัดการแจ้งมหาวิทยาลัยไปก่อนที่มหาวิทยาลัยจะปิดเทอมช่วงคริสมาตและปีใหม่นี้ ซึ่งจะทำให้การดำเนินการส่งเอกสารให้น้องล่าช้าออกไปอีกค่ะ

      1. ปกติการขอวีซ่า พาสปอร์ต ต้องเหลือ อย่างน้อย 6 เดือนนับแต่วันเดินทางออกใช่มั๊ยคะ พอดีโทรไปถามทางกงสุล เจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้ายังไม่ไปรับเล่มใหม่ หากเล่มเก่าเหลืออายุมากกว่า 6 เดือน เล่มเก่าก้อยังไม่ถูกยกเลิกค่ะ เพราะเล่มเก่าจะถูกยกเลิกวันรับเล่มใหม่ เค้าเลยแนะนำว่าหนู อาจจะใช้เล่มเก่า ขอรับวีซ่า แล้วค่อยไปเอาเล่มใหม่โดยทำการ endorse วีซ่าเข้าเล่มใหม่ ค่ะ

        ส่วนทางสถานทูต หนูอีเมลล์ไปถาม เค้เพิ่งตอบมาเมื่อกี๊ ว่า You may have to have your school send a new I-20 form to you that has the correct passport number. For the visa interview appointment, you can schedule an interview appointment using the passport number and the I-20 information that you currently have. It is ok if it changes later. Please bring the current passport and correct I-20 form with you on your interview day.

        พี่ว่าหนูควรใช้วิธีไหนที่จะทำให้ไม่เสียเวลาและ ปลอดภัยสุดคะ

        1. น้อง taa คะ ไหนๆก็อุตส่าห์ไปทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่มาแล้ว ให้ทางสถานทูตสหรัฐฯ stamp วีซ่าในหนังสือเดินทางเล่มใหม่เลยแล้วกันค่ะ จะได้ไม่ต้องถือหนังสือเดินทาง 2 เล่มค่ะ ความหมายที่พี่เข้าใจว่าน้องโทรศัพท์ไปสอบถามทางกงสุล น้องหมายถึงกรมกงสุลที่ทำหนังสือเดินทางไทยใช่ไหมคะที่แนะนำ ให้น้องไปทำ endorse หนังสือเดินทางเล่มใหม่ อย่างไรก็ตาม เท่าที่พี่เคยเห็นคนที่ไป endorse เพราะเขาเหล่านั้นยังมีวีซ่าของอเมริกา หรือวีซ่าของประเทศอื่นที่ยังมีอายุอยู่เหลือค้างในหนังสือเดินทางเล่มเก่า และเขาเสียดายไม่อยากไปขอวีซ่าใหม่ก็จะไปให้กรมกงสุล endorse หนังสือเดินทางเล่มเก่าและเล่มใหม่ แต่เวลาเดินทางต้องถือหนังสือเดินทางทั้ง 2 เล่มค่ะ ถ้าน้องจะทำเช่นนั้น น้องก็ต้องถือหนังสือเดินทาง 2 เล่มเวลาอยู่ในสหรัฐฯ เพราะตัววีซ่าจะประทับตราอยู่ในหนังสือเดินทางเล่มเก่าค่ะ

          ถ้าน้อง taa ไม่ชอบความยุ่งยากถือหนังสือเดินทาง 2 เล่ม พี่แนะนำให้ทำตามที่สถานทูตสหรัฐฯแจ้งน้องมาทางอีเมล์ค่ะ คือ ขอ I-20 ใหม่จากทางโรงเรียน เพราะโรงเรียนเองก็ต้องแจ้งไปที่เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นในสหรัฐฯก่อนหน้าน้องเดินทางเข้าประเทศ และแจ้งไปที่ Homeland Security Department ด้วยเช่นกันว่า นักศึกษาท่านนี้ถือหนังสือเดินทางหมายเลขอะไร นั่นคือความหมายที่พี่ได้ตอบน้องไปตั้งแต่แรกแล้วค่ะ อยากให้น้องจัดการทำเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่บัดนี้ค่ะ และเพื่อกันเหนียวในเรื่องการเตรียมเอกสารที่จะไปยื่นในวันนัดสัมภาษณ์ พี่แนะนำให้น้องกรอกฟอร์ม DS-160 ใหม่ แล้วถือ DS-160 Confirmation Number ที่ print ใหม่กับของเก่าไปด้วยในวันสัมภาษณ์ เวลาได้รับวีซ่า กงสุลสหรัฐฯจะ stamp วีซ่าในหนังสือเดินทางเล่มใหม่ไปเลยค่ะ เวลาน้องจะเดินทางไปไหนมาไหน เช่น ไปเที่ยวประเทศแคนาดา ก็จะถือหนังสือเดินทางเล่มเดียวค่ะ

          หมายเหตุ อย่าลืมเอาหนังสือเดินทางไปในวันสัมภาษณ์ทั้งเล่มเก่าและเล่มใหม่ตามที่สถานทูตแจ้งมานะคะ

  40. สวัสดีค่ะ ขอคำปรึกษาด้วยคนนะค่ะ
    คือหนูซื้อพินเรียบร้อยแล้วแล้วกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้วเมื่อประมาณ3อาทิตย์ที่แล้วแต่ยังไม่ได้เลือกวันสัมภาษณ์

    พอมาวันนี้เลยมาจองวันสัมภาษณ์พอจองวันสัมภาษณ์เสร็จในใบ confirmation ขึ้นชื่อว่า
    ชื่อ NONE นามสกุล เลยสงสัยว่าเราไปกรอกmiddle name ว่าNONEเมื่อไหร่เพราะกรอกไประยะนึงเลยจำไม่ได้แล้ว
    พอจะเข้าไป edit information มันก็ fix ในช่องกรอกชื่อ ชื่อกลาง นามสกุล ไม่ให้แก้ไข
    ไม่ทราบว่าถ้าเป็นกรณีแบบนี้เป็นอะไรไม๊ค่ะ หรือว่าต้องซื้อพินสมัครใหม่
    ปล.ขอวีซ่าประเภท F-1ค่ะ

    ขอบคุณล่วงหน้ามากค่ะ

    1. น้อง Nook คะ ไม่ต้องทำอะไรใหม่แล้วค่ะ ไปสัมภาษณืเลย เพราะหมายเลข DS-160 Confirmation ที่กรอกใส่ในหน้านัดวันสัมภาษณ์ระบุชื่อนามสกุลน้องอยุ่แล้วค่ะ ถ้าน้องสงสัยว่าไปกรอกคำว่า None ตอนไหน คือ น้องต้องกรอกตอนนัดวันสัมภาษณ์มี ชื่อแรก ชื่อกลาง และนามสกุล ตรงชื่อกลางถ้าไม่กรอก จะผ่านไปเฉยๆ โปรแกรมของเว็บไซต์นัดวันสัมภาษณ์จะไม่ยอมให้น้องผ่านหน้านั้นไปได้ น้องเลยต้องใส่คำว่า None ตรงชื่อกลาง ทีนี้พี่ไม่แน่ใจว่า น้องเผลอไปใส่คำว่า None ในช่องนามสกุลด้วยหรือเปล่าค่ะ ไม่ต้องซื้อพินใหม่แล้วนะคะ

  41. ขอบคุณพี่มากค่ะสำหรับคำแนะนำดีดี
    กระจ่างขึ้นมากเลยคร่า ขอบคุณจริงๆค่ะ
    ^___^

    1. น้อง Nana อย่าลืมเตรียมเอกสารให้ครบก่อนไปขอวีซ่าค่ะ และตั้งใจฟังคำถามให้ดีๆ เวลาตอบคำถามเสียงดังฟังชัด สบตาผู้ถาม และก็ระมัดระวังด้วยว่า คำตอบนั้นต้องมีเหตุผล เพราะเมืองที่น้องเลือกไปคือ Los angeles มีจำนวนคนไทยที่ไปอยู่ถาวรมาก การที่เราจะไปเรียนภาษาเพียงอย่างเดียวก่อนไปสมัครเรียนต่อปริญญาโทก็เป็นเรื่องที่ต้องทำให้กงสุลมั่นใจในตัวเราได้ว่า เราจะตั้งใจเรียนภาษาจริงๆและไปเตรียมสอบ TOEFL และ GRE หรือ GMAT ที่อเมริกาเพื่อสมัครเรียนต่อปริญญาโทค่ะ

      1. ขอบคุณค่ะพี่ น้องจะทำเต็มที่เลยค่ะ

        แล้วจะมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังนะคะ^___^

  42. รบกวนถามคุณgovisaค่ะ

    คือน้องจะขอวีซ่าF1
    ได้I20แล้วค่ะ30เดือน(เรียนภาษาแล้วต่อโทถ้าสอบได้)
    1.น้องมีสปอร์เซอร์2คนคือปู่กับย่าค่ะ(เนื่องจากพ่อแม่หย่ากันปู่ย่าจึงเป็นคนเลี้ยงดูค่ะ) แต่ตอนกรอกDs-160 มีช่องให้ใส่คนเดียวน้องเลยใส่ชื่อปู่ไปค่ะ ไม่ทราบว่าจริงๆแล้วควรทำอย่างไร ปู่กับย่ามีบัญชีแยกกันเปิดมาประมาน10ปีค่ะเป็นแบบฝากประจำรวมกันแล้วมีเงินประมาน5แสนกว่าบาท และมีพันธบัตรรัฐบาลของปู่1ล้่าน4แสนบาท จองย่า1ล้าน5แสนบาท น้องควรเตรียมเอกสารอย่างไรคะ และต้องกรอกDs-160ใหม่รึป่าวเพราะใส่ชื่อปู่ไปคนเดียว
    2.รายได้ของปู่กับย่ามาจากส่วนแบ่งการค้าของพ่อซึ่งเป็นกิจการส่วนตัวมีใบทะเบียนการค้า และค่าเช่าที่ที่ให้เขาเช่าค่ะเอกสารทั้งหมดเป็นภาษาไทยสามารถใช้ได้ไหมคะ
    3.น้องมีเงินฝากแบบประกันที่ปู่ย่าส่งให้ฝากเป็นรายปีตอนนี้ก็ยังคงส่งอยู่ค่ะ สามารถเอาไปยืนยันได้มั้ยคะว่าน้องจะกลับประเทศแน่ๆ
    *น้องไปLAค่ะส่วนที่พักไปขอแชร์ห้องพักกับเพื่อนที่โน่นค่ะเป็นคนไทยได้วีซ่าF1 3ปีค่ะ
    รบกวนด้วยนะคะ กลัวมากเลยค่ะกลัวไม่ผ่าน

    1. น้อง Nana คะ

      1. ถ้าในฟอร์ม DS-160 ใส่ชื่อคุณปู่ไปคนเดียว เวลาไปยื่นขอวีซ่า น้องสามารถนำหลักฐานของคุณย่าไปเพิ่มได้ หรือถ้าจะให้ดี ให้น้องเขียนจดหมายแทนปู่กับย่า และให้ปู่กับย่าเซ็นต์ชื่อ นำไปเป็นเอกสารประกอบอธิบายเรื่องการเงินของปู่และย่าก็จะดีมากค่ะ เนื้อความจดหมายให้อธิบายรายละเอียดว่า ปู่กับย่าเป็น sponsor มีรายรับมาจากทางไหนและมีเงินในบัญชีธนาคารอยู่กับธนาคารใดบ้าง เป็นบัญชีเงินฝากประเภทอะไร จำนวนเท่าไรค่ะ

      พี่มีข้อที่ควรสังเกตในเรื่องนี้คือ บัญชีที่ปู่กับย่าเป็น sponsor ล้วนแต่เป็นบัญชีประเภทฝากระยะยาวที่มีสภาพคล่องต่ำ คือ ถอนไม่ได้ทุกวันจนกว่าบัญชีจะครบกำหนดตามที่ตกลงไว้กับธนาคาร บัญชีประเภทนี้ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในการค้ำประกันการไปศึกษาต่อที่อเมริกาค่ะ นอกจากจะใช้คู่กับบัญชีประเภทออมทรัพย์หรือบัญชีประเภทสะสมทรัพย์(แล้วแต่ธนาคารแห่งใดจะใช้ศัพท์เรียกภาษาไทยค่ะ) ภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า Savings Account ค่ะ บัญชีประเภท Savings นี้จะมีสภาพคล่องสูง คือ สามารถถอนได้ทุกวัน แต่คนไทยจะไม่ชอบเก็บเงินจำนวนมากไว้ในบัญชีนี้ เพราะดอกเบี้ยไม่สูง แต่สถานทูตชอบค่ะ เพราะสถานทูตจะมั่นใจว่า ถ้านักเรียนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและต้องการใช้เงินเมื่อไหร่ก็ตาม ผู้ปกครองจะสามารถถอนเงินออกมาจากธนาคารวันไหนก็ได้และส่งไปให้นักเรียนใช้ได้ทันตามความต้องการของนักเรียนค่ะ ทางแก้ไขปัญหาของน้อง Nana คือ ให้สอบถามปู่กับย่าว่า มีบัญชีประเภทดังกล่าวนี้ไหม และถ้ามีให้นำไปประกอบกับบัญชีประจำและพันธบัตรรัฐบาลค่ะ

      2. จากคำพูดที่น้องชี้แจงว่า รายได้ของปู่กับย่ามาจากที่พ่อแบ่งให้ ที่จริงแล้วอยากแนะนำว่า น้องน่าจะเขียนในจดหมายอธิบายเรื่อง Sponsor ว่า พ่อก็เป็น Sponsor ด้วยอีกคนมากกว่า เพราะการที่บอกว่า พ่อแม่หย่าร้าง ปู่กับย่าส่งเสีย ฟังดูแล้วความผูกพันที่มีต่อครอบครัวน้อยไปนิด น่าจะให้คุณพ่อเป็นผู้ค้ำประกันร่วมกับปู่มากกว่า เพราะพ่อก็ยังดูแลน้องอยู่ เพียงแต่ไม่มีเวลาเลยปล่อยให้ปู่กับย่าเลี้ยงน้องไปค่ะ

      อนึ่ง ถึงแม้น้องจะไม่ใช้พ่อเป็นผู้ค้ำประกัน น้องก็คงจะถูกซักกถามถึงพ่อแม่อยู่แล้วแน่นอนว่า ท่านทั้งสองทำงานอะไร มีรายรับเท่าไร ท่านรับผิดชอบจ่ายเงินดูแลน้องด้วยหรือเปล่า อะไรทำนองนี้เป็นต้น ดังนั้น เพื่อไม่ให้น้องต้องยุ่งยากใจในสถานะของพ่อแม่ ไหนๆพ่อก็แบ่งรายรับให้ปู่อยู่แล้ว น้องน่าจะขอความกรุณาให้พ่อน้องเป็น sponsor เพิ่มอีกคน และเตรียมเอกสารของท่าน คือ จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของพ่อ และหากบัญชีของท่านเป็นกระแสรายวันก็ไม่เป้นไร เพราะปู่มีบัญชีประจำ ใช้คู่กับของปู่ไปก็ได้ (อันนีพี่พูดเผื่อไว้ด้วยกรณีน้องไปถามปู่ และปู่บอกว่าไม่มีสะสมทรัพย์ค่ะ ก็ให้ใช้บัญชีคู่กับพ่อไปก็ได้ค่ะ)

      เอกสาใช้ภาษาไทยได้ไม่ต้องแปลค่ะ

      3. เอกสารส่วนของน้องๆสามารถนำไปด้วยได้แต่กงสุลจะดูที่เอกสารหลักของผู้ค้ำประกันมากกว่าคือ เอกสารของปู่ และถ้าหากใช้พ่อด้วยก็เป็นปู่กับพ่อค่ะ

      1. ขอบพระคุณ คุณgovisaมากนะคะ
        น้องสบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ แต่รบกวนถามเพิ่มนะคะ
        คือ 1ถ้าพ่อมีเงินคงเหลือในบัญชีน้อย แต่มีเงินหมุนเวียน สมารถใช้ได้มั้ยคะ
        2แล้วถ้าน้องใช้สปอร์เซอร์3คน คือ ปู่ ย่า พ่อ ได้มั้ยคะ
        3 สรุปDS-160น้องไม่ต้องแก้ไขแล้วแค่เขียนจดหมายอธิบายตามที่พี่แนะนำใช่มั้ยคะ
        4 ถ้าน้องใช้บัญชีอาซึ่งเป็นน้องแท้ๆของพ่อเป็นสปอร์เซอร์ร่วมกับปู่และย่า (อาประกอบธุรกิจส่วนตัวมีเงินหมุนเวียรและคงเหลือในบัญชี5แสนกว่าบาทมีทะเบียนการค้า)จะโอเคกว่ามั้ยคะ เพราะเงินคงเหลือในบัญชีของพ่อน้อยส่วนใหญ่จะหมุนเวียรกลัวมีปัญหางะค่ะ

        รบกวนด้วยนะคะน้องเพิ่งไปต่างประเทศครั้งแรกเลยค่อนข้างจะงงๆค่ะ T^T

        1. น้อง Nana คะ

          1. น้องไม่ได้ให้รายละเอียดมาว่า พ่อมีเงินน้อย คือเงินทั้งหมดที่พ่อมีมีอยู่ในบัญชีหมุนเวียนเท่านั้นใช่ไหมคะ บัญชีหมุนเวียนของน้องคือ บัญชีเป็นชื่อของพ่อหรือบัญชีชื่อบริษัท และเป็นบัญชีประเภทที่มี credit line ใช่ไหมคะ ถ้าเป็นบัญชีบริษัท ต้องนำใบทะเบียนการค้าไปด้วยจะได้ทราบว่า พ่อเป็นเจ้าของบริษัทแห่งนั้นค่ะ และเวลาเขียนในจดหมายอธิบายรายได้ของพ่อต้องอธิบายไปด้วยว่า พ่อไม่ค่อยเก็บเงินไว้ในบัญชีแต่จะนำเงินส่วนที่เก็บไปให้ปู่เป็นคนเก็บ ปู่จึงนำไปซื้อพันธบัตรบ้าง ไปเก็บไว้ในบัญชีประจำบ้าง เป็นต้นค่ะ
          2. ใช้ ปู่-ย่า-พ่อได้ค่ะ ไม่ควรเกิน 3 คนแล้วนะคะ เพราะถ้าหลายคนเกินไปจะดูเหมือนว่าน้องจะไปเรียนหนังสือต้องตั้งกองผ้าป่าไปเรียนค่ะ อาจทำให้คิดไปต่างๆนานาได้ว่า ฐานะทางบ้านจะมั่นคงพอไหมนะคะ
          3. ค่ะ
          4. พ่อมีความสำคัญกว่าอา เพราะพ่อคือผู้ให้กำเนิดเรา กงสุลจะถามเรื่องของคนใกล้ตัว คือ ผู้ให้กำเนิดเราก่อนคนอื่นๆค่ะ ไม่มีใครสำคัญกับเราเท่าพ่อ-แม่เราค่ะ ยิ่งแยกกันอยู่ก็จะยิ่งดูว่าแล้วเราจะมีความผูกพันกับที่บ้านที่เมืองไทยมากน้อยแค่ไหนที่จะดึงดูดให้เรากลับมาที่เมืองไทยค่ะ ถึงพ่อมีเงินน้อยแต่ความสำคัญของพ่อมีมากกว่าอา เลือกใช้พ่อดีกว่าค่ะ และอย่าลีมถามปู่หรือย่าด้วยว่ามีบัญชีออมทรัพย์ไหมนะคะ

      2. ถึงพี่govisa
        น้องมาอีกแล้วค่ะ อิอิ
        คือ น้องมาอธิบายเพิ่มเติมนะคะ
        พ่อเป็นบัญชีชื่อพ่อค่ะ มีเงินเข้าออกหมุนเวียนแต่ยอกเงินคงเหลือไม่ถึง1แสนบาทน้องจึงคิดว่าน่าใช้ไม่ได้รึเปล่าคะ ปู่มีบัญชีฝากประจำอีกค่ะแต่เป็นหลายธนาคารคือแต่ละบัญชีมีหลักหมื่นปลายๆค่ะ
        น้องเลยพี่คำถามรบกวนพี่อีกรอบ
        1.ถ้าน้องให้คุณอาเป็นสปอนเซอคนเดียวเลยจะสะดวกกว่ามั้ยคะ
        คุณอามีบัญชีเงินฝากประจำ2ที่ค่ะบัญชีละ500000รวม2ที่เป็น1ล้านบาท คุณอาทำธุรกิจส่วนตัวมีทะเบียนการค้า เงินในบัญชีมีความเคลื่อนไหวเข้าออกตลอดค่ะ
        2.จดหมายรับรองว่าเป็นสปอนเซอในกรณีน้องกะคุณอานามสกุลเดียวกันต้อวใช้มั้ยคะ
        3.ถ้าให้คุณอาเป็นสปอนเซอน้องต้องกลับไปแก้DS-160ช่องสปอร์เซอเพราะใส่ปู่ไปตอนแรก
        อย่างนี้จะเป็นอะไรมั้ยคะเพราะน้องนัดวันสัมภาษณ์ไปแล้ววันที่20นี้ค่ะ
        ขอบคุณพี่govisaมากนะคะที่สละเวลามาตอบคำถามและให้คำแนะนำขอบคุณจริงๆค่ะ

        1. น้อง Nana ใช่คนเดียวกับน้อง Wa ที่ถามหรือเปล่าคะ คำตอบคือถ้าจะแก้ไข sponsor จะไปแก้ไขใน DS-160 อันเก่าไม่ได้แล้ว เพราะน้องได้คลิก confirm และ submit ไปแล้วค่ะ ทางแก้ไขคือกรอก DS-160 ใหม่แล้ว Print DS-160 Confirmation Number หมายเลขใหม่นำไปคู่กับ DS-160 Confirmation หมายเลขเก่าที่ทำการจองวันนัดไปแล้วค่ะ น้องอาจจะถูกถามว่าเพราะเหตุใดจึงต้องเปลี่ยน sponsor ถ้ามีเหตุผลทีน่าฟังก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรค่ะ คำถามของน้องนะคะ

          1.การจะใช้คุณอาคนเดียวไปเลยก็ย่อมได้ค่ะ ให้น้องขอจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของคุณอาพร้อมกับขอใบทะเบียนการค้าบริษัทคุณอาไปด้วยค่ะ

          2.ไม่ต้องเขียนจดหมายในนามของคุณอาได้ค่ะ เพราะไม่ได้ใช้ sponsor หลายคน อย่างไรก็ตามในแบบฟอร์ม DS-160 ที่กรอกถามว่าชื่อบิดามารดาน้องคือใคร ดังนั้นกงสุลท่านย่อมทราบว่า คุณอาไม่ใช่คุณพ่อของน้องแน่นอนค่ะ ดังนั้นอาจจะมีคำถามพาดพิงถึงรายได้ของคุณพ่อและถามว่าคุณพ่อมีบัญชีเงินฝากไหมนะคะ คำแนะนำคือให้เตรียม statement ของคุณพ่อกับใบทะเบียนการค้าของคุณพ่อติดกระเป๋าเอกสารไปด้วยในวันสัมภาษณ์ เผื่อถูกซักถามจะได้มีหยิบขึ้นมาให้กงสุลดูค่ะ หรือจะเอาบัญชีปู่ติดกระเป๋าไปด้วยก็ได้นะคะ เพียงแต่ทำคลิปกระดาษแยกเอกสารด้วยว่าอันนี้เอกสารอา เอกสารพ่อ เอกสารปู่เดี๋ยวเวลาสอบสัมภาษณ์ช่วงสั้นมากๆน้องจะตื่นเต้นรีบร้อนหยิบผิดหยิบถูกค่ะ

          3. ตอบไปแล้วต้องกรอกฟอร์ม DS-160 ใหม่ค่ะ

          โชคดีนะคะ เขียนมาแชร์ประสบการณ์ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

  43. อ้อ อีกอย่าง พยายามตอบให้เหมือนที่เรากรอกลงในเเบบฟอร์มนะคะ
    คำถามส่วนใหญ่ของท่านกงสุนจะวน ๆ ในนั้นเเหละคะ
    มีถามด้วยว่า รู้จักใครที่อเมริกาไม๊คะ…………. เรากรอกยังไง เราก็ตอบเเบบนั้นคะ
    (( ทุกคำถามนะคะ เน้นเลยว่าจะวน ๆ อยู่ในเเบบฟอร์มที่เรากรอกคะ))

    1. พี่เห็นด้วยกับน้อง Ben ที่คำถามก็วนเวียนอยู่ในสิ่งที่เรากรอกไปค่ะ ถ้าหากน้องคนไหนกลัวลืมว่าตัวเองกรอกอะไรไปบ้าง ก็อย่าลืม Print application ออกมาก่อน ต้องขอเตือนว่า print application ทำได้แค่ครั้งเดียว ถ้าคิดจะ print DS-160 Confirmation ออกมาก่อน แล้วปิดเครื่องไปกะจะมา print application วันหลัง ต้องบอกกันล่วงหน้าเลยนะคะว่า ทำไม่ได้แล้ว ถ้าจะ print application กับ confirmation DS-160 ก็ควรทำพร้อมๆกันทีเดียวครั้งแรกเลยค่ะ แต่ถ้าพลาดไปแล้ว ก็อย่าเป็นกังวลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยนะคะ เพราะกงสุลไม่ได้ขอดู application เลยจริงๆค่ะ ถ้าเราเป็นคนทำเองกรอกเอง ไม่ได้ไปใช้เอเจนซี่ทำให้ เราจะจำได้อยู่แล้วค่ะว่า เรากรอกอะไรไปบ้างนะคะ

  44. ยินดีคะพี่
    สำหรับน้อง ที่เห็นวันนี้ ความเห็นส่วนตัวคือ ตัวบุคคลที่ไปสัมภาษณ์คะ เป็นปัจจัยสำคัญมากๆ เอกสารควบคู่ด้วยคะ
    ตอบคำถามชัดเจน มั่่นใจ ไม่ลังเล

    ส่วนของน้องง่ายมาก ๆ เหมือนกันคุยกันซะมากกว่าคะ บรรยากาศน่ารักเป็นกันเองมาก ๆคะ
    กุงสุน – ไปไหนคะ (เป็นภาษาไทยคะ)
    นู๋ – ไปเที่ยวคะ ดีสนี่เวิลด์ บลา ๆ ๆ
    กุงสุน – ไปกี่คนคะ
    นู๋ -คนเดียคะ เพราะสามีไม่ไปด้วยเลยต้องไปคนเดียว (ทีนี้ ภาษาอังกิตมาล้วน ๆเลยคะ)
    กุงสุน- อ้อเหรอคะ (หัวเราะ)
    กงสุน-ทำงานอะไรคะ
    นู๋ -ก็ส่งเอกสารต่างๆให้
    กงสุน-ทำไมไม่อยากฉลองคริสมาสกับสามีคะ
    นู๋ – อ้ออยากไปเทียวคนเดียว ฉลองคนเดียวคะ
    กงสุน -หัวเราะ เเล้วก็ถามว่าไม่อยากไปเเฮรี่พอร์ทเตอร์บ้างเหรอคะ
    นู่ – ไม่คะ ดีสนี่เวิลด์คุ้มกว่าคะ มีสิ่งมากมายให้เยี่ยมชมคะ
    กงสุน- (ดูสเตนเม้น) รายได้ดีนะคะ เก่งจัง บลา ๆ ๆ
    นู๋ -ขอบคุณคะ
    กงสุน -จะไปเมือไรคะ
    นู๋ -วันที่ 20 ธันวาคะ
    กงสุน – have a nice trip

    ช่วงเช้าของวันนี้ นู๋มองว่า 90% ได้วีซ่าหมดคะ บางคนถามนานหน่อย อาจจะเพราะคำถามไม่หนักเเน่คะ เเต่ส่วนมากจะได้วีซ่ากันทั้งนั้นคะพี่ govisa

    ขออภัยนะคะ นู๋เขียนพิมไม่เก่ง อ่านเเล้วอาจจะงง
    ขอให้ทุก ๆคนโชคดีคะ

    1. ขอบคุณมากๆค่ะ น้อง Ben น้องเขียนมาในแบบที่พี่ก็พลอยได้บรรยากาศสดใสน่ารักของเช้าวันนั้นด้วยนะคะ ขอให้น้องคนอื่นที่กำลังจะไปขอวีซ่าโชคดีต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงกันทุกคนเลยค่ะ

  45. พี่่ govisa คะ น้องขอนัดสัมภาษณ์วันที่ 30 พฤจิกายนนู้นเลยคะ
    เพราะน้องลงวันที่อยากไป 20 ธันวาเลย ขอท่องเที่ยว 2อาทิตย์คะ
    เเต่ทั้งนี้ทั้งนั้น น้องไม่ได้คาดหวังอะไรเยอะคะ ถ้าท่านกงสุนอนุญาต น้องก็ได้ไปเที่่ยวดิสนี่เวิลด์ …. ให้รางวัลกับตัวเองในช่วงเทศกาลปีใหม่

    เเละน้องก็ประทับใจพี่ govisa มาก ๆ คะ
    น้องขอให้สิ่งดี ๆ ที่พี่สะสมมา สื่งนี้ ที่พี่ช่วยคนอื่นๆ สละเวลา ตอบเเละช่วยให้ความกระจ่างกับคนที่ไม่มีประสบการณ์ ขอให้พี่ประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้านที่ปรารถนา เเละสุขภาพเเข็งเเรง ขอให้พี่พบเจอเเต่สิ่งดี ๆ เช่นกันคะ

    (เมื่อน้องผ่านขั้นตอนสัมภาษณ์เเล้ว น้องจะมาเเจ้งนะคะ ว่าน้องได้ไปเที่ยวหรือไม่คะ)

    กราบขอพระคุณพี่อีกครั้งคะ

    1. ขอบคุณค่ะน้อง Ben สำหรับคำอวยพร เอาใจช่วยให้น้อง Ben ได้วีซ่า จะได้ไปเที่ยว Disney World และ Epcot นะคะ เป็นสถานที่ที่น่าเที่ยวมากค่ะ

      1. สวัสดีคะพี่ govisa

        น้องสัมภาษณ์เรียบร้อยเเล้วคะ ทานกงสุนกล่าวลาด้วย have a nice trip
        เเล้วก็ไม่ได้คืนพาสปอร์ตให้น้อง ให้น้องไปจ่าย 75 ที่ปณ.
        ด้วยความดีใจ จนกลับถึงบ้านเเล้ว
        น้องเพิ่งเห็นว่าท่านกงสุนไม่คือใบทะเบียนการค้า เเละใบสิทธิการค้า ใบสมรส (ตัวจริงทั้งหมด) น้องต้องทำอย่างไรคะ

        หรือเค้าจะส่งมาให้พร้อมพาสปอร์ตคะพี่

        1. น้อง Ben คะ ดีใจด้วยค่ะ แปลว่าน้องได้รับวีซ่าแล้ว และทางสถานทูตจะส่งเอกสารของน้องกลับคืนมาในซองเดียวกันกับหนังสือเดินทางค่ะ น้องพอจะเล่าให้เพื่อนๆที่จะเข้ามาอ่านบล็อกนี้เป็นประสบการณ์ได้ไหมคะว่า ท่านกงสุลถามอะไรน้องบ้าง เพื่อนๆจะได้ไม่เป็นกังวลมากเวลารอวันสัมภาษณ์ของตัวเองมาถึงค่ะ พี่ขอบคุณน้องล่วงหน้านะคะที่น้องจะช่วยแนะนำเพื่อนๆค่ะ

  46. อ้อตอนนี้ ตารางสัมพาดวางมาก ๆคะ ตุลามีปลายสามวัน พฤจิกายนว่างเกือบทุกวันค๊า

    1. ขอบคุณมากค่ะน้อง Ben ที่เขียนมาบอกตารางวันนัดสัมภาษณ์ที่ว่างให้เพื่อนๆนะคะ ขอให้ความดีที่น้องทำส่งผลให้น้องผ่านวีซ่าค่ะ

  47. คะ พี่ govisa ขอบพระคุณมาก ๆ คะ
    ยังไงดิฉันจะนัดจองสัมพาดเร็วๆ นี้ (ถ้ามี)
    เเล้วจะมาอัพเดรทนะคะ ผ่านหรือไม่ผ่านวีซ่า จะมาเจ้งให้ทราบคะ
    ขอบพระคุณมาก ๆคะ

    1. หากคุณ Ben มีข้อสงสัย และคิดว่าคำตอบที่พี่ให้พอจะช่วยทำให้คุณ Ben เข้าใจและสบายใจในเรื่องวีซ่าลงได้บ้าง พี่ก็ยินดีช่วยคุณ Ben เสมอค่ะ

      1. คะพี่ ขอบพระคุณมากๆ คะ

        พี่คะ นู๋ไปนัดจองสัมพาดเเล้วคะ เเต่ที่บ้านไม่มีปริ้นเตอร์

        เราสามารถพิมจากอีเมล์ที่ระบบทางเวปนัดจองส่งมาให้ได้ไม๊คะ หัวข้ออีเมล์ทีส่งมาให้ทางเมล์เรา ว่า การยืนยันการนัดหมายจากบริการข้อมูลวีซ่า

        พิมจากทางอีเมล์นี้ได้ไม๊คะ ถ้าไม่ได้จะต้องทำอย่างไรคะ นัดไปเเล้ว เเต่ไม่สามารถพิมพ์เเบบฟอร์มนั้นได้คะ

        ขอบพระคุณมาก ๆคะ

        1. น้องสามารถ Print จากอีเมล์เรื่องวันนัดสัมภาษณ์ได้เลยค่ะ

  48. กราบขอบพระคุณมาก ๆคะ สำหรับคำเเนะนำ

    ดิฉันต้องยอมเเพ้เเน่ ๆ คะ ถ้าท่านกงสุนขอสำเนาพาสปอร์ตของคุณสามี เพราะเเกจะไม่ให้เเตะอะไรของเเกเลยคะ

    คุณสามี early retire ตั้งเเต่มาเที่ยวไทยใหม่ๆ (เมื่อ 11-12ปีก่อน เเล้วเจอดิฉันหลังจาก เเบคเเพคมาไทยได้เเค่สองอาทิตย์

    สามีไม่ได้ทำงานคะ ตอนนี้อยู่ไทยด้วยวีซ่าเกษีรณ์คะ (เพิ่งเปลี่ยนจากวีซ่าดูเเลภรรยาไทย)
    ธุรกิจที่ทำเป็นของดิฉันเองคะ ทะเบียนการค้าก็เป็นชือดิฉันคนเดียวคะ (สามีไม่เเตะอะไรเลย เเกกลัวมาก ๆเพราะเค้าไม่มีเวิรค์เพอร์มิทเเต่ไหนเเต่ไรเเล้วคะ เเกอยู่เฉยๆ จริงๆคะ กินเงินเก่า ยังไม่ได้เงินจากรัฐบาลอังกฤษคะ)

    ไม่มีบุตรด้วยกันคะ เเต่เเค่บอกเค้าว่าอยากไปเที่ยว เค้าไม่อยากไป เลยต้องไปคนเดียวอะคะ

    ทั้งหมดนี้ ก็จะลองขอวีซ่าดูคะ ผ่านก็ไป ไม่ผ่านก็อยู่บ้านเรา เที่ยวเเทบเอเชีย อิอิ
    (ตอนนี้ ดิฉันได้ทำการกรอกเเบบฟอร์มใหม่เเล้วคะ ขอไปเเค่สองอาทิตย์)

    ขอบพระคุุณพี่ govisa มาก ๆคะ

    1. ขอเอาใจช่วยค่ะคุณ Ben ถ้าคุณมีโอกาสที่จะได้ไปเที่ยวอเมริกาก็คงจะได้ไปค่ะ อย่าคิดอะไรมาก และก็อย่าเพิ่งท้อแท้ ลองติดรูปที่เคยถ่ายด้วยกันในวันและเวลาที่แตกต่างกันไปติดไปในกระเป๋าถือด้วยเผื่อให้กงสุลเห็นว่า เราอยู่ด้วยกันมานานหลายปีแล้วค่ะ โชคดีนะคะ ได้ผลวีซ่าเป็นอย่างไร ส่งข่าวมาให้ทราบบ้างนะคะ

  49. สวัสดี
    ดิฉันตามอ่านคุณ govisa เเต่ต้นจนจบ ได้ความรู้มากมาย (ชื่นชมความมีน้ำใจมาก คะ)
    ดีฉันมีคำถามเล็กน้อยคะ คือดิฉัน จะขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา
    กำลังจะซื้้อ pin นัดสัมพาด

    สิ่งที่ดิฉันกังวลคือ
    ดิฉันจะไปท่องเที่ยวคนเดียว ประมาณสามอาทิตย์
    เเต่ว่าสามีดิฉันเป็นคนอังกฤษ เราเเต่งงานกันสิบเอ็ดปีเเล้วคะ
    ดิฉันอายุ 40 ปี ใช้นามสกุลสามี
    มีใบทดทะเบียนสมรส (ใบจริงหายเเล้วคะ) เเต่มีใบยื่นยัน
    เเล้วสามีไม่ได้ไปด้วย ไม่ได้เป็นสเปอร์เซอร์ให้
    เเบบนี้ท่างกงศุลจะคิดทางไม่ดีไม๊คะว่าทำไมสามีไม่ไปด้วย
    เเล้วทางกงศุลจะถามหา สำเนาพาสปอร์ตของคุณสามีไม๊คะ

    ดิฉันมัหลักฐานคือ
    โฉนดบ้านที่เป้นชือดิฉันก่อนเเต่ง (นามสกุลเดิม)
    พาสปอร์ต์ที่ได้เเก้ไขนามสกุลสามีเเล้ว (เล่่มเก่า) เพิ่งไปทำเล่มใหม่มาเมือเดือนเเล้ว
    ทะเบียนการค้า
    โลโก้การค้า
    บัญชีเงินฝาก
    ใบทะเบียนสมรส

    กังวลคะ กลัวว่าท่านกงศุลจะถ่ามหรือขอหลักฐานของสามี เพราะคุณสามีเค้าหวงของเค้ามาก ๆไม่อยากไปรบกวนเค้าค๊า

    กราบพระคุณสำหรับคำตอบนะคะ

    1. คุณ Ben คะ ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับการให้กำลังใจมา ณ ที่นี้ค่ะ

      ในการสอบสัมภาษณ์วีซ่านั้น ถ้าเราสามารถแสดงให้ท่านกงสุลเห็นว่า เรามีหลักฐานที่ดีและมั่นคงในบ้านเกิดเมืองนอนของเราเอง เราวางแผนไปเที่ยวแล้วกลับมาประเทศของเรา ไม่ได้คิดจะฉวยโอกาสหรือหาช่องทางไปอยู่ที่โน่นกับญาติหรือคนรู้จัก ส่วนใหญ่แล้วจะวีซ่าผ่านแน่นอนค่ะ กรณีของคุณ Ben จดทะเบียนสมรสกับชาวอังกฤษและประกอบอาชีพด้วยกันที่ประเทศไทยใช่ไหมคะ ถึงแม้ว่าว่าสามีจะหวงหลักฐาน แนะนำให้คุณ Ben ขออนุญาตถ่ายสำเนาหนังสือเดินทางของสามีติดมือไปด้วยก็คงจะดีไม่น้อยค่ะ พี่เคยมีคนรู้จักเป็นสตรีอายุประมาณ 58-59 ปี ไปขอวีซ่าท่องเที่ยว เขาเล่าให้ฟังว่า กงสุลขอดูบัญชีของสามีว่ามีรายรับเท่าไร แต่เขาไม่ได้นำสำเนาบัญชีเงินฝากของสามีเข้าไป เพราะสามีหวงเอกสารเช่นกันค่ะ และเขาค้ำประกันตัวเองจึงคิดว่า ไม่เป็นไรถ้าจะไม่เอาสำเนาเอกสารทางการเงินของสามีไปค่ะ ปรากฏว่าคุณผู้หญิงคนนั้นไม่ผ่านวีซ่าค่ะ อย่างไรก็ตาม ตอนหลังพี่เพิ่งทราบว่า คุณผู้หญิงท่านนั้นเคยเข้าไปเที่ยวในประเทศสหัฐฯและมีหลักฐานการอยู่เกินเวลาที่กองตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯกำหนดไว้ค่ะ พี่จึงคิดว่า คงจะไม่ใช่หลักฐานทางสามีเพียงอย่างเดียวนะคะ

      นอกจากนี้ให้คุณ Ben เตรียมตอบคำถามที่อาจมีไปเกี่ยวข้องกับสามีอยู่บ้างนะคะ เช่น สามีคุณประกอบอาชีพอะไร มีรายรับประมาณเท่าไรต่อปี มีลูกด้วยกันไหม ถ้ามีลูกด้วยกัน อาจจะได้รับคำถามว่า ลูกอายุเท่าไร ใครจะดูแลระหว่างที่คุณ Ben ไปเที่ยว ตัวอย่างคำถามเหล่านี้อาจจะมีถามหรืออาจจะไม่ถามเลยก็ได้ แต่ให้คุณ Ben เตรียมซ้อมตอบคำถามไว้บ้างก็ดีนะคะ จะได้ไม่ประหม่าเวลาเผชิญกับสถานการณ์จริงค่ะ ส่วนหลักฐานของทางฝั่งสามี พูดถึงกรณีของสามีคนไทยของคนอื่นนะคะ บ้างก็จะถ่ายเอกสารหน้าหนังสือเดินทางของคุณสามีไปด้วย หรือถ้าสามีมีวีซ่าท่องเที่ยว 10 ปีจะถ่ายเอกสารไปด้วย เพราะบางท่านบอกว่าจะไปเที่ยวกับสามีๆมีวีซ่าแล้วแต่ตัวเองยังไม่มี เป็นต้นค่ะ

      หลักฐานที่คุณ Ben เขียนมาให้ดูนั้นถูกต้องใช้ได้แล้วค่ะ ขอเพิ่มสำเนาหนังสือเดินทางสามี และให้คุณ Ben ทำรายการสถานที่ที่วางแผนจะไปเที่ยวในสามอาทิตย์ไว้ด้วยก็ดีค่ะ เผื่อถูกถามจะได้บรรยายได้ว่า จะไปเที่ยวที่ไหนบ้างค่ะ ถ้าคุณ Ben เคยมีประสบการณ์ไปเที่ยวที่ประเทศอื่นคนเดียวมาก่อนหน้านี้แล้ว กงสุลท่านก็จะเชื่อว่า คุณ Ben จะไปเที่ยวสหรัฐอเมริกาเองคนเดียวก็น่าจะทำได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณ Ben ควรจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีระดับหนึ่งอยู่แล้วเพราะแต่งงานกับชาวต่างชาติ ดังนั้น กงสุลท่านคงจะมั่นใจได้ว่า ถ้าคุณ Ben จะไปเที่ยวคนเดียวคงจะเอาตัวรอดได้ค่ะ

    1. น้องนวรัตน์คะ น้องลอง back กลับไป และกดกลับมาที่หน้าเดิมอีกครั้ง ลองทำซ้ำสักสองสามทีนะคะ พี่เคยเจอปัญหาแบบเดียวกับน้องลองทำแบบที่อธิบายมาแล้วกด sign and submit ได้ค่ะ ถ้าไม่ได้จริงๆลองคลิก save แล้วไปเปิดกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น คลิก Retrieve Application จะได้หน้าที่กรอกค้างไว้แล้วลองคลิก sign and submit ดูอีกครั้งค่ะ ถ้ายังไม่ได้อยู่อีก คงต้องกรอกฟอร์ม DS-160 ใหม่ค่ะ

  50. สวัสดีค่ะนานาขอรบกวนถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานะจากวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าถาวรคือยื่นเรื่อง20/8/12ขณะที่วีซ่าจะหมดอายุ 30/9/12 โดยยื่นฟอร์ม I130-I485 ไปพร้อมกันน้องสาวเป็นซิติเซ็นยื่นเป็น F4 และตอนนี้ไม่ทราบว่าควรจะกลับเมืองไทยก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุหรือเปล่าเพราะไม่อยากอยู่แบบไม่ถูกต้องค่ะ ขอคำแนะนำหน่อยนะคะ

    1. น้องนานาคะ เท่าที่ทราบคือ การขอ F-4 visa ต้องใช้เวลาซึ่งแต่ละ case จะใช้เวลาไม่เท่ากัน ข้อมูลของ F-4 visa ที่พี่หรือน้องที่เป็น US Citizen จะสามารถขอให้พี่หรือน้องที่ยังไม่ได้สมรสได้วีซ่าถาวร บางท่านต้องรอ 10 ปีขึ้นไปก็มีค่ะ http://travel.state.gov/visa/immigrants/types/types_1306.html

      พี่ขออนุญาตคัดลอกข้อความเรื่องระยะเวลาในการรอการได้รับ F-4 visa จากเว็บไซต์ที่ให้ไว้ข้างต้นค่ะ
      How Long Does it Take?
      Family preference immigrant visa cases take additional time because they are in numerically limited visa categories. The length of time varies from case to case and cannot be predicted for individual cases with any accuracy. Some cases are delayed because applicants do not follow instructions carefully. Some visa applications require further administrative processing, which takes additional time after the visa applicant’s interview by a consular officer.

      ดังนั้นถ้าน้องทำผ่านทนายในประเทศสหรัฐอเมริกา ลองปรึกษาทางทนายความในสหรัฐอเมริกาดูอีกครั้งว่า ต้องใช้เวลารอนานประมารเท่าไร สมควรที่น้องจะอยู่รอ หรือกลับมารอที่ประเทศไทยค่ะ ดูจากวันที่วีซ่าของน้องกำลังจะหมดอายุคงไม่ทันกับวันที่วีซ่า F-4 ของน้องจะออกมาแน่นอนค่ะ คำถามที่ว่าจะรออยู่ในสหรัฐฯหรือกลับมารอที่ไทย มีความเสี่ยงเท่ากัน เพราะถ้ารอที่ในสหรัฐฯ แต่ถ้าน้องไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนสถานภาพ น้องต้องรีบเดินทางออกมานอกประเทศสหรัฐทันที ถ้าพิจารณาจากวันหมดอายุใน I-94 ก็จะถือว่าน้องอยู่อย่าง overstay ผิดกฎหมาย ดังนั้นถ้าต้องการกลับเข้าไปในสหรัฐฯอีกครั้ง น้องก็ต้องเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการยื่นขอเปลี่ยนสถานภาพจากวีซ่านักท่องเที่ยวเป็น F-4 visa พร้อมทั้งเก็บหลักฐานจดหมายที่ทางหน่วยงานในสหรัฐฯไม่อนุญาตให้น้องเปลี่ยน status ไว้ด้วย เพื่อทางเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นที่ Port of Entry จะได้เข้าใจว่า ที่จริง น้องอยู่รอฟังคำตอบการเปลี่ยน status ไม่ได้คิดจะอยู่ overstay ค่ะ เพื่อความปลอดภัย ควรยอมจ่ายเงินปรึกษาทนายความที่น่าเชื่อถือในสหรัฐอเมริกาดีกว่าค่ะ

  51. ขอบคุณคร่า ทำตามนี้และเกิดข้อข้องใจต่ออีกค่ะ ตอนนี้กำลังจะซื้อ พินใหม่เพือ่ทำตามที่พี่แนะนำเลยค่ะ ให้เลือกวันของนักเรียนก่อน แต่หนูลืมบอกไปว่า พ่อกับแม่ จะทำเผื่อไว้ก่อนอ่ะค่ะ(จะสัมภาษณ์วันเดียวกันใช้พินเดียวกัน) แต่ไม่ได้เดินทางวันเดียวกัน คือจะไปเยี่ยมทีหลังอ่ะค่ะ มันเลยเกิดปัญหาตรงที่ว่า DS160ของพ่อกับแม่ต้อง ลงที่อยู่ที่พัก และวันสัมภาษณ์ตอ้งใช้ใบจองจริงเลยหรอคะ เพราะจะยังไม่จองที่พักอ่ะค่ะ พอได้มั๊ยคะ

    1. น้อง Ohhhhh คะ การกรอกฟอร์ม DS-160 ของพ่อแม่ ใส่ที่อยู่เป็นชื่อโรงแรมได้ค่ะ โดยบอกว่าจะ accompany น้องไปส่งน้องที่มหาวิทยาลัยก็ได้นะคะ พ่อกับแม่และน้องอาจจะไปกับทัวร์เที่ยวแคลิฟอร์เนียด้วยกันก่อนก็ได้แต่ไม่กลับพร้อมทัวร์ โดยพ่อกับแม่อาจจะไปส่งน้องและกลับเองทีหลังก็ได้ค่ะ แล้วแต่น้องและพ่อกับแม่น้องจะเลือกใช้เหตุผลอะไรที่พอจะมีความเป็นไปได้ในกรณีของน้องค่ะ เมื่อได้รับวีซ่าแล้ว พ่อแม่อาจจะเปลี่ยนใจยังไม่เดินทางจะเดินทางไปวันเดียวกับน้อง เพราะติดธุระ อาจจะเดินทางไปทีหลังน้องก็ได้ค่ะ เพราะวีซ่าท่องเที่ยวมีอายุ 10 ปีค่ะ ที่พักขอให้ลอง search ดูจากในอินเทอร์เน็ตว่าอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยของน้องมากนักก็ได้ค่ะ ในวันสัมภาษณ์ไม่ต้องแสดงหลักฐานการจองโรงแรม แสดงหลักฐานว่า มีเงินมากพอที่จะอุปการะน้องและไปเที่ยวค่ะ

  52. ขอบคุณคร่า ลองทำแล้วค่ะ ย้อนไป edit ได้ แต่เขาให้เลือกวันใหม่หมดเลยค่ะ ..ของเก่าพี่สาวที่ทำไว้ก็เลยไม่เพิ่มเติมดีกว่า ก็เลยจะซื้อ พินใหม่ สำหรับ วีซ่านักเรียน และท่องเที่ยว ของพ่อแม่ แต่มีคำถามอีกค่ะ ไม่ทราบว่า DS160 ต้องกรอกทุกคนเลยมั๊ยคะ (นักเรียน1ท่องเที่ยว2 สำหรับพ่อแม่)

    1. น้อง Ohhhhh ทุกคนที่จะขอวีซ่าต้องกรอกฟอร์ม DS-160 ค่ะ พอกรอกของทุกคนเสร็จ ให้ทำคิวนัดวันสัมภาษณ์ โดยกรอกของน้องที่จะเป็นวีซ่านักเรียนเป็นคนทำคิวนัดคนแรก และพอถึงคำถามที่จะให้ Add family name ค่อยใส่เรียงทีละคนจะเป็นชื่อคุณพ่อก่อนหรือคุณแม่ก่อนก็ได้ค่ะ ที่จริงเสียดายเงินค่าพินอันเก่ายังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงวันนัดได้อีกสองครั้งนะคะ ถ้าจำเป้นต้องเลือกวันใหม่ก็ลองคลิกดูว่า จะมีวันที่ถูกใจไหมนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและความสบายใจของน้อง Ohhhhh นะคะ

  53. รบกวนถามค่ะ เรื่อง Pin ที่ว่าใช้ได้ 5 คนต่อ Pin ค่ะ (เป็นพี่น้อง นามสกุลเดียวกันค่ะ)
    1.ไม่ทราบคนละวีซ่าได้ป่าวคะ คือจะนัดเวลาทั้งวีซ่านักเรียน และท่องเที่ยวอ่ะค่ะ
    2.ถ้าได้ คือตอนนี้นัดเวลาของวีซ่าท่องเที่ยวไปแล้วค่ะ ก็สามารถเข้าไปทำต่อของวีซ่า นร.ได้เลยใช่มะคะ และจะขอวันที่เดียวกันเลยได้รึเปล่าคะ

    ขอบคุณมากค่ะ

    1. น้อง Ohhhhh คะ

      1. พี่น้องเกิดจากพ่อแม่เดียวกันนามสกุลเดียวกันอยู่ทะเบียนบ้านเดียวกันสามารถใช้พินเดียวกันและขอวีซ่าคนละประเภทได้ค่ะ

      2. กรณีที่ถามมาใช้วันนัดเดียวกันกับท่องเที่ยวค่ะ ตอนที่นัดวัสัมภาษณ์จะมีรายการหนึ่งให้เลือกระหว่าง Add family member กับ Skip family member ให้น้องเลือก Add family member และใส่ชื่อคนที่จะขอวีซ่าร่วมด้วยในวันนั้นค่ะ ลอง log in เข้าไปและลองเข้าไปแก้ไข File ของน้องว่า จะย้อนกลับเข้าไปใส่ชื่อ family member ได้ไหมนะคะ ถ้ามีปัญหาก็คงต้อง delete วันนัดสัมภาษณ์ทิ้งไปก่อนและ reschedule วันนัดสัมภาษณ์ใหม่ ตอนก่อนจะถึงหน้าปฏิทินนัด จะมีรายละเอียดให้เรากรอกชื่อนามสกุล ประเภทวีซ่า หมายเลขโทรศัพท์และอีเมล์ในการติดต่อ หลังจากนั้นจะมีข้อความ 2 ข้อความให้เลือกคือ Add family member กับ Skip family member ที่จริงน่าจะใช้ประโยชน์จากคิวนัดวันสัมภาษณ์วีซ่านักเรียน เพราะถ้าเราจองในคิววันนัดสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนจะเห็นว่า คิวนัดวันสัมภาษณ์ของนักเรียนมีมากกว่า โดยเรากรอกข้อมูลของคนเป็นนักเรียนก่อนและกรอกข้อมูลของคนอื่นตามหลัง พอคลิกไปถึงหน้าคิวนัดของนักเรียน จะเห็นวันที่สีเขียวมีให้เลือกมากกว่าวันของวีซ่านักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะต้องไปจองในช่วงที่คิวจองวันนัดสัมภาษณ์หนาแน่นมากๆค่ะ

  54. สอบถามค่ะ ถ้าเกิดเรามีคอนโดให้เค้าเช่า เราสามารถเอาทะเบียนบ้านซึ่งเราเป็นเจ้าบ้านไปเป็นหลักฐานที่ช่วยสนับสนุนการให้วีซ่าเราได้ไหมคะ (วีซ่าท่องเที่ยว) แต่ว่าชื่อในทะเบียนบ้านกับชื่อปัจจุบันคนละชื่อจะมีปัญหารึเปล่าคะ เพราะเปลี่ยนชื่อมา รบกวนตอบหน่อยคะ ขอบคุณค่ะ

    1. น้อง Memaemay คะ น้องสามารถนำหลักฐานทะเบียนบ้านและหลักฐานการซื้อและเป็นเจ้าของคอนโดไปให้กงสุลดูได้ค่ะ ถ้าชื่อไม่ตรงกันเพราะมีการเปลี่ยนชื่อ น้องควรนำใบเปลี่ยนชื่อพร้อมใบแปลเปลี่ยนชื่อที่รับรองสำเนาถูกต้องจากกรมกงสุลติดตัวไปด้วยนะคะ

      อนึ่ง แม้น้องจะนำหลักฐานการเป็นเจ้าของคอนโดไปแสดงประกอบ แต่หลักฐานหลักๆที่กงสุลให้ความสำคัญคือเงินในบัญชีธนาคารค่ะ ควรจะมีเงินในบัญชีที่เพียงพอจะไปเที่ยวได้นะคะ

  55. เท่ากับว่าถึงเราจะมีวีซ่านักเรียน F1 ที่เปลี่ยนสถานะมาจากอเมริกา (ได้อายุวีซ่า5ปียังไม่หมดอายุ)
    และ i20 ที่ต่ออายุครอสเรียนแล้ว เมื่อบินกลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย 2 อาทิตย์
    และบินกลับอเมริกาไปเรียนต่อเหมือนเดิมทั้งที่ i20 ไม่ขาด

    เราก้อต้องขอวีซ่านักเรียนที่เมืองไทยไปอเมริกาใม่อีกครั้งใช่ไหมคะ???
    ทั้งที่วีซ่านักเรียนยังไม่หมดอายุ

    1. ที่น้อง koy บอกว่า ถึงเราจะมีวีซ่านักเรียน F-1 แปลว่า ตอนนี้ได้เปลี่ยนสถานภาพจากวีซ่านักท่องเที่ยวเป็นนักเรียบนได้เรียบร้อยแล้วหรือยังคะ ถ้าทำได้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว พี่ก็อยากจะแนะนำให้ลองสอบถามเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของสถานะวีซ่าน้องในเวลาปัจจุบันกับเจ้าหน้าที่ 2 หน่วยงานคือ

      1. เจ้าหน้าที่ในแผนก International Student Office ของมหาวิทยาลัยน้องดูอีกครั้งว่า น้องควรจะต้องกลับมาทำวีซ่านักเรียนจากประเทศไทยอีกหรือไม่นะคะ
      2. ควรสอบถามเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพด้วยอีกคนเป็นความคิดเห็นที่ 2 เพื่อจะได้ทำให้ถูกกฎหมาย ถ้าเป็นกังวล ลองโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่หน่วยงาน EdducationUSA ประจำสถานทูตสหัฐฯที่กรุงเทพตามเว็บไซต์นี้นะคะ http://www.educationusa.info/centers.php?id=1158

      น้อง Koy จะได้สบายใจว่า เราไม่ได้ทำผิดอะไรค่ะ ที่พี่ให้คำตอบเช่นนี้ เพราะถ้าน้องอ่านจากเว็บไซต์ของ U.S. Citizenship and Immigration Services: http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.5af9bb95919f35e66f614176543f6d1a/?vgnextoid=f0df81a19d68a210VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel=e34c83453d4a3210VgnVCM100000b92ca60aRCRD

      จะมีคำอธิบายว่า หากน้องเคยลงทะเบียนเรียนระหว่างที่ถือ B2 visa น้องจะไม่สามารถเปลี่ยนสถานะวีซ่าเป็นวีซ่านักเรียนที่สหรัฐฯได้ค่ะ ลองคิดกันเล่นๆดูนะคะ หากการขอเปลี่ยนสถานภาพวีซ่าจากนักท่องเที่ยวเป็นวีซ่านักเรียนทำกันได้ไม่ยากในประเทศสหรัฐฯ คงมีคนใช้วิธีการนี้กันมากมายค่ะ และฝากเว็บไซต์นี้ไว้ให้อ่านด้วยว่า เว็บไซต์ U.S.Citizenship and Immigration Services ก้แนะนำให้นักศึกษาที่มีปัญหาติดต่อสอบถามหน่วยงาน EducationUSA ในประเทศของตนค่ะ http://www.ice.gov/sevis/becoming_nonimmigrant_student_52007.htm#_Toc129683768

      ” 3.6. Is there an organization outside the United States that can assist nonimmigrants that want to study in the United States?
      Yes. In many countries, there are free Education USA centers (associated with the U.S. DoS) that advise prospective international students and other audiences on higher education and study opportunities in the United States.
      In addition, the DoS has a website at http://www.educationusa.state.gov that provides information on attending United States colleges and universities. This website provides detailed information on searching for U.S. schools, costs, and application processes.
      Also, private businesses in many countries offer assistance to prospective international students. The U.S. government does not sanction these services. Prospective nonimmigrant students must use them at their own discretion.”

      ขอให้น้อง Koy ได้รับคำตอบที่ถูกต้องจากเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯตามเว็บไซต์ที่พี่ให้ไว้นะคะ

  56. คือหนูต้องการเรียนภาษาสัก 1-2 ปีก่อนอ่ะค่ะ ญาตที่เปนซิติเซ่นยู่ที่นั่นก้อเลยแนะนำให้เปลี่ยนเปนวีซ่านักเรียนที่อเมกา เค้าบอกไม่ต้องทำวีซ่านักเรียนใม่ที่เมืองไทย เพราะเสียค่าใช้จ่ายเยอะกว่า (ทำผ่านเอเจนซี่). ให้เปลี่ยนมี่อเมกาแล้วเรียนไปเลย

    ความหมายของหนูคือ อยากรู้ว่าถ้าระหว่างที่เรียนภาษายู่ที่นั่น กรณีเปลี่ยนเปนวีซ่านักเรียนที่อเมกาแร้ว หนูจะไปและกลับเมืองไทยได้ตามปกติหรือไม่ (กรนีมีธุระจำเปนต้องกลับมาเมืองไทย) ทั้งที่เรามี f1+i20 ควบคู่กันไป. แสดงให้อิมมิเกชั่นดู….??

    1. น้อง koy การขอวีซ่านักเรียนที่เมืองไทยเสียค่าธรรมเนียมวีซ่า 5,120 บาทค่ะ ส่วนค่า Sevis I-901 สำหรับนักศึกษาต้องเสียทุกคนจำนวน 200 US$ แม้ว่าน้องจะทำการเปลี่ยนสถานภาพที่สหรัฐอเมริกาก็ต้องจ่ายค่า Sevis I-901 จำนวน 200 US$ ค่ะ

      ถ้าจะพูดว่าการทำวีซ่านักเรียนที่เมืองไทยเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าที่อเมริกาเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องค่ะ เพราะการที่น้องต้องจ่ายค่าเปลี่ยนสถานภาพน้องต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนจำนวน 290 US$ มากกว่าค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียนที่เมืองไทย (http://bangkok.usembassy.gov/niv_howtoapply.html#step 6) เมืองไทยจ่ายค่าวีซ่า 160 US$ หรือ 5,120 บาทค่ะ ถ้าน้องไม่ต้องการทำผ่านเอเจนซี่ที่เมืองไทยซึ่งคิดเงินค่าบริการถูฏแพงแล้วแต่เอเจนซี่ พี่แนะนำให้น้องไปติดต่อศูนย์ EducationUSA ที่ประเทศไทย ซึ่งเขามีบริการฟรีในการติดต่อ http://www.educationusa.info/Thailand#.UC8szd3N968 ดูชื่อศูนย์แล้วโทรศัพท์ไปสอบถามเจ้าหน้าที่เขาเพื่อขอความช่วยเหลือนะคะ ศูนย์ EducationUSA อยู่ภายใต้การกำกับและดูแลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐซึ่งให้บริการที่ถูกต้องและมีความน่าเชื่อถือได้ค่ะ มิเช่นนั้นรัฐบาลสหรัฐฯเขาจะเสียชื่อเสียงได้นะคะ

      ส่วนที่บอกว่า เมื่อเปลี่ยนสถานภาพวีซ่าที่อเมริกาแล้วเวลากลับมาเยี่ยมบ้าน ไม่ต้องกลับเข้าไปขอวีซ่านักเรียนที่สถานทูตสหรัฐฯอย่างเป็นทางการนั้นเป็นความเข้าใจที่ผิดค่ะ เพื่อให้การเดินทางกลับเข้าไปในสหรัฐอเมริกาของน้องต้องถูกอิมมิเกรชั่นในสหรัฐฯซักถามมากมาย น้องควรอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการขอวีซ่านักเรียนให้เรียบร้อยก่อนเดินทางกลับเข้าไปในประเทศศหรัฐฯอีกครั้งค่ะ ขอให้มีประทับตราในหนังสือเดินทางว่า น้องได้รับวีซ่านักเรียนถูกต้องเรียบร้อยค่ะ

      หากมีความสงสัยว่าข้อมูลที่พี่ให้จะไม่ถูกต้อง รบกวนน้องอีเมล์ไปสอบถามเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯที่ [email protected] ค่ะ

  57. ขอบคุนมากเลยคะ่พี่สำหรับข้อมูล

    1: เท่ากับว่าหนูเปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยวที่อเมกาเปนวีซ่านักเรียน และมีการต่อ i20 อย่างต่อเนื่อง ก้อสามารถไปเมืองไทย (กรนีมีธุระจำเปน). และยังคงกลับไปอเมกาเพื่อเรียนต่อได้ตามปกติ ตามที่หนูเข้าใจใช่มั๊ยคะ;)??

    โดยที่หนูยังไม่ขอวีซ่านักเรียนใม่ที่เมืองไทย (กัวไม่ผ่าน) และยังคงใช้วีซ่านักเรียนเดิมที่ได้เปลี่ยนมาจากอเมกา ควบคู่กับi20.ที่สถาบันศึกษาเซนกำกับ. สำหรับ กลับเข้าไปอเมกาใหม่เพื่อเรียนต่อเหมือนเดิม

    2: ขออีกคำถามนะคะ
    จะยื่นทำวีซ่าท่องเที่ยวให้พ่ออายุ 63ปี ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างคะ กรนีผู้สูงอายุต้องใช้ใบรับรองประกันสุขภาพหรือไม่. ??

    และเอกสารแสดงสถานะทางการเงินต้องมีเท่าไหร่สามารถใช้บันชีของแม่(คู่สมรส)ได้หรือไม่??

    ช่วยแนะนำหน่อยค่ะจะให้พ่อทำไว้เพื่อไปเที่ยวเยี่ยมหนูที่นั่นบ้าง พอดีเรามีญาตเปนซิติเซ่นยู่ที่นั่นด้วยค่ะ

    1. น้อง Koy คะ
      1. น้อง Koy ต้องลงทะเบียนเรียนทุกเทอมและเป็นนักเรียนเต็มเวลา จึงจะเป็นการรักษาสถานภาพนักเรียนไว้ได้ค่ะ เมื่อกลับจากอเมริกามาเยี่ยมบ้าน น้องต้องไปขอวีซ่านักเรียนที่สถานทูตอเมริกาที่กรุงเทพให้ถูกต้องก่อนกลับเข้าไปในสหรัฐฯอีกครั้งค่ะ ทำไมถึงจะต้องกลัวว่าจะขอวีซ่านักเรียนไม่ผ่านล่ะค่ะ ถ้าน้องนำผลการเรียนหรือ Transcript กลับมาด้วยพร้อมทั้งแสดงฐานะทางการเงินของคุรพ่อคุณแมที่เป็น sponsor วีซ่าก็น่าจะผ่านนะคะ
      2. พ่อจะขอวีซ่านักท่องเที่ยวใช้เอกสารทางการเงิน เช่น จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของพ่อเองพร้อมบุ๊คบัญชีเงินฝากตัวจริง หากพ่อเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจให้บริษัทที่พ่อทำงานด้วยออกจดหมายรับรองการทำงานและเงินเดือนของพ่อไปด้วยค่ะ แต่ถ้าพ่อเกษียณแล้วก็ต้องแสดงฐานะทางการเงินที่มากพอสมควร เช่น มีเงินในบัญชีธนาคารประมาณ 5 แสนบาทขึ้นไป พ่อสามารถใช้บัญชีของแม่ช่วยเป็น sponsor เพิ่มได้ค่ะ ใบประกันสุขภาพไม่ได้ใช้นะคะ ญาติอาจส่งจดหมายเชิญมาให้ไปพัก และไปเที่ยวด้วยกันก็ได้ค่ะ หากพ่อและแม่มีเงินในบัญชีธนาคารมาก ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้จดหมายเชิญจากญาติค่ะ

  58. พี่คะ

    พอดีหนูได้วีซ่าท่องเที่ยวมา 10 ปี และต้องการเปลี่ยนเปนวีซ่านักเรียนที่อเมกา

    ถ้าหนูใช้วิธีต่อ I-20. แบบไม่ให้ขาดเลย
    และเวลาคิดถึงบ้านเมืองไทย หนูยังคงกลับมาเที่ยวเมืองไทยซัก 2 อาทิตและกลับมาอเมกาใหม่อีกได้ไหมคะ ???

    หนูเปนกังวลเรื่องไป – กลับเมืองไทยมากๆ เพราะกลัวไปเยี่ยมบ้านเมืองไทยแล้วกลับเข้าอเมกาใหม่ไม่ได้. เพราะต้องยื่นเรื่องขอวีซ่านักเรียนใหม่ที่เมืองไทยกลัวไม่ผ่านค่ะ. เพราะว่าเรามาเปลี่ยนสถานะวีซ่าที่อเมกาไปแล้ว

    ขอสอบถามตามนี้ขอบคุนค่ะ

    1. น้อง Koy คะ คำถามที่น้องถามมา พี่เข้าใจว่า น้องเดินทางเข้าไปในอเมริกาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และคงไปติดต่อที่เรียนที่ในอเมริกาได้ จึงทำการเปลี่ยนสถานภาพจากเป็นวีซ่านักเรียนด้วยการกรอก I-539 ใช่ไหมคะ ( http://www.uscis.gov/files/form/i-539.pdf) หรือจะอ่านข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของ US Citizenship and Immigration Serviceห ก็ได้ค่ะ http://www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.5af9bb95919f35e66f614176543f6d1a/?vgnextoid=94d12c1a6855d010VgnVCM10000048f3d6a1RCRD&vgnextchannel=db029c7755cb9010VgnVCM10000045f3d6a1RCRD จะมีหัวข้ออฺบายการเปลี่ยน change status ของวีซ่า ซึ่งหลังจากกรอกฟอร์ม I-539 พร้อมเช็คจำนวน 290 US$ และเอกสารอื่นๆอาทิ สำเนาเอกสารการตอบรับจากสถานศึกษา ให้ส่งเอกสารทั้งหมดไปที่ When completing your Form I-539, please list your CNMI Post Office Box when asked for a street or physical address. Send all filings for employment or services in the CNMI, regardless of classification, to:

      California Service Center
      P.O. Box 10698
      Laguna Niguel, CA 92607-1098

      Send all courier/express deliveries to:

      California Service Center
      24000 Avila Road
      2nd Floor, Room 2312
      Laguna Niguel, CA 92677

      เท่าที่ทราบคือ ใช้เวลารอเรื่องอนุมัติ I-539 2 เดือนขึ้นไป เมื่อต้องการกลับไปเยี่ยมบ้านที่ประเทศไทยให้ติดต่อ International Student Office ของสถานศึกษาที่น้อง Koy กำลังเรียนอยู่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาเซ็นต์ชื่อกำกับใน I-20 ด้วย เพื่อเวลากลับเข้าไปในสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ที่เป็น Immigration จะได้ทราบว่า การกลับมาเยี่ยมบ้านของน้องได้ดำเนินการถูกต้อง คือ มีเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนเซ็นต์รับทราบแล้ว และถ้าหากทำได้ อย่ากลัวเกินกว่าเหตุ ให้เข้าไปขอวีซ่านักเรียนที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาที่กรุงเทพให้เป็นเรื่องเป็นราวคือให้มี stamp วีซ่า F-1 ประทับอยู่ในหนังสือเดินทาง จะได้ไม่ต้องกังวลว่า เราอยู่ถูกต้องตามกฎหมายในสหรัฐฯไหม ส่วนการรักษาสถานภาพความเป็นนักศึกษาไว้ หมายความว่า ถึงแม้เราจะมีวีซ่านักเรียนที่มีอายุ 5 ปีแล้วก็ตาม เราก็ต้องลงทะเบียนเรียนต่อเนื่องอย่างน้อย 9 เดือน ถึงจะมีสิทธิ์ drop ไม่เรียนได้อย่างน้อย 1 เทอมค่ะ

  59. รบกวนอีกทีคะพี่ หรือว่ายังไม่ต้องนัดแต่ว่าอีเมล์ไปที่สถานกงสุลเลยคะ แล้วเป็นภาษาอะไรด้วยอ่ะคะ ขอบคุณคะ

    1. น้อง Yim ลองเข้าhttp://bangkok.usembassy.gov/non-immigrant_visas.html ดูวีดิโอการนัดวันสัมภาษณ์และการกรอกฟอร์มDS-160 ให้เข้าใจก่อนนะคะ น้องจะต้องทำรายการต่างๆให้เสร็จก่อนเมื่อทำแล้วได้วันนัดสัมภาษณ์ไม่เหมาะสม จึงจะขอเลื่อนวันให้เร็วขึ้นได้ค่ะ แต่ถ้าน้องอยากจะลองทำตามที่น้องเขียนมาถามพี่ก็ลองดูได้นะคะ ถ้าคำตอบคือให้กลับไปทำตามขัันตอนต่่างๆให้เสร็จก่อน ก็คงต้องปฏิบัติตามนั้นค่ะ

  60. ขอบคุณมากๆคะพี่ GOVISA
    ตอนนี้กรอกมาได้ถึงวันที่นัดสัมภาษณ์แล้วคะ แต่ว่ามีกำหนดกลับวันที่ 4 สิงหาคม แต่วันที่ว่างคือ วันที่ 2 สิงหาคม อย่างนี้ถ้าเลือกนัดวันนี้ก่อนแล้วค่อยสแกนหน้า I-20 ไปขอเร่งใช่มั้ยคะ แต่อีกอย่างคือ มหาลัยจะเปิดวันที่ 20 สิงหาคมอ่ะคะ ไม่รู้ว่าจะยังสามารถเอาเรื่องกำหนดเดินทางกลับมาใช้เป็นเหตุผลแทนได้มั้ยอ่ะคะ แต่กรอกมาถึงขึ้นตอนนี้ยังไงก็ต้องเลือกใช่มั้ยคะ หรือว่าค่อยรอดูไปเรื่อยๆว่าจะมีวันว่างก่อนหน้านั้นหรือไม่อ่ะคะ แล้วถ้าอีเมล์ไปทางที่พี่บอก พิมพ์เป็นภาษาไทยหรืออังกฤษอ่ะคะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ

    1. น้อง Yim คะ น้องคงต้องเลื่อนตั๋วเครื่องบินค่ะ ถ้าน้อง scan I-20 ไปให้สถานกงสุลดู ถ้า scan หน้าแรก I-20 ไป จะเห็นชัดเจนว่าวันที่ที่ปรากฏอยู่บน I-20 กับวันนัดสัมภาษณ์วีซ่าที่ได้ ยังทำให้น้องเดินทางเข้าไปในสหรัฐฯได้ทันอยู่ค่ะ ถ้าน้องได้วันนัดสัมภาษณ์วันที่ 2 พอสัมภาษณ์เสร็จ ไปรับหนังสือเดินทางคืนเองที่ไปรษณีย์รองเมืองในวันที่ 3 สิงหาคม น้องยังสามารถเดินทางวันที่ 4 หรือวันที่ 5 สิงหาคม น้องยังมีเวลาเหลืออีกมากก่อนที่จะถึงวันที่ 20 สิงหาคมค่ะ พี่ขอแนะนำให้ตัดสินใจเลือกวันนัดสัมภาษณ์ที่พอหาได้ไปก่อนเถอะค่ะ เพราะเดี๋ยวจะไม่มีโอกาสได้เลือกค่ะ คนอื่นจะแย่งไปก่อนนะคะ และรีบเลื่อนตั๋วเครื่องบินออกไปเสีย เดี๋ยวที่นั่งจะเต็มอีกค่ะ

      การทำจดหมายขอ expedite เขียนเเป็นภาษาอังกฤษค่ะ ถ้าน้องเคยได้วีซ่าแล้วและเข้าไปอยู่ที่สหรัฐฯมาก่อนแล้ว กงสุลยิ่งต้องมองภาพน้องว่าไม่ควรจะมีปัญหาภาษาอังกฤษค่ะ ลองอ่านเรื่องเกี่ยวกับการขอทำ expedite ได้ที่ http://bangkok.usembassy.gov/non-immigrant_visas/expedited-appointments.htm

  61. สวัสดีคะ
    ตอนนี้กำลังทำเรื่องขอต่ออายุวีซ่านักเรียนใหม่คะ กำลังกรอกข้อมูล DS-160 อยู่คะ แต่ตอนท้ายต้องใส่รหัส SEVIS แล้วไม่รู้ว่าจะต้องใส่รหัสอันไหน อันเก่าที่อยู่ใน I-20 ที่ถือมาด้วยใช่หรือไม่คะ เพราะขึ้นตอนบอกว่าต้องกรอก I-901 ด้วย แล้วในฟอร์มก็บอกว่าให้ใส่รหัส SEVIS ด้วยอ่ะคะ เพราะเท่าที่เข้าใจคือต้องกรอกและชำระ I-901 ก่อนถึงจะได้รหัส SEVIS ไม่ใช่หรอคะ คือตอนนี้ก็ไม่สามารถที่จะกรอก DS-160 เสร็จ นัดสัมภาษณ์ก็ยังไม่ได้ แล้วก็ไม่สามารถกรอก I-901 เสร็จอ่ะคะ แล้วจะชำระ I-901 ยังไงหรอคะ งงไปหมดแล้วอ่ะคะ รบกวนพี่ GOVISA ตอบหน่อยนะคะ ขอบคุณมากๆคะ

    1. น้อง Yim คะ Sevis I-901 กับ N Number ที่อยู่เหนือบาร์โค้ดในหน้าแรกของ I-20 คือหมายเลขเดียวกันค่ะ ในแบบฟอร์ม DS-160 ออนไลน์เมื่อถึงตอนที่ให้กรอกหมายเลข Sevis ให้นำหมายเลขของ N000…. มาใส่ได้เลยค่ะ เมื่อกรอกฟอร์ม DS-160 เสร็จได้หมายเลขยืนยัน DS-160 ที่จะขึ้นต้นด้วย AA002ตามด้วยตัวอักษรผสมตัวเลข หากสังเกตให้ดีจะพบว่า หมายเลข DS-160 Confirmation Number กับหมายเลข Application ID คือหมายเลขเดียวกัน น้องจะเข้าไปนัดวันสัมภาษณ์วีซ่าก่อนก็ได้ หลังจากกรอกฟอร์ม DS-160 เสร็จเรียบร้อบแล้วค่ะ พี่ทราบมาว่า คิวนัดวันสัมภาษณ์ยาวไปจนถึงเดือนสิงหาคมแล้วค่ะ ถ้าไ้ด้วันนัดสัมภาษณ์วีซ่าหลังวันที่ที่กำหนดให้เข้าประเทศสหรัฐฯ ให้น้อง Yim scan หน้าแรก I-20 พร้อมเขียนนอีเมล์เพื่อขอเร่งรัดวันสัมภาษณ์ให้เร็วขึ้นไปที่ [email protected] ค่ะ มีข้อแม้ในการทำเลื่อนวันนัดสัมภาษณ์ให้เร็วขึ้นนั้น น้องต้องมึเหตุผลไปเข้าประเทศสหรัฐฯไม่ทันวันเปิดเรียนจริงๆค่ะ ถ้าไม่มีเหตุผลมักจะไม่ได้รับการอนุญาตให้เลื่อนวันนัดสัมภาษณ์ค่ะ

      ส่วนการจ่ายค่า Sevis I-901จะจ่ายต่อเมื่อน้องกลับมาอยู่ประเทศไทยเกิน 5 เดือนค่ะ ถ้าเป็นนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนต่อเนื่องตลอด ไม่ต้องจ่ายค่า Sevis ใหม่ค่ะ แต่ถ้ามีการย้ายสถานที่เรียน ให้ติดต่อที่สถานที่เรียนเก่าให้ช่วยโอนย้ายหมายเลข Sevis ไปยังสถานศึกษาใหม่ด้วยค่ะ น้องสามารถเข้าไปตรวจสอบสถานภาพของหมายเลข Sevis ของน้องว่ายังมีอายุอยู่หรือไม่ได้ที่ http://www.fmjfee.com คลิกเลือกที่ไอคอน check status ใส่หมายเลขตรง N Number ชื่อ นามสกุลของน้อง พร้อมวันเดือนปีเกิดก็จะตรวจสอบสถานะของน้องได้แล้วค่ะ

  62. รบกวนขอถามหน่อยค่ะ พอดีว่ากรอกข้อมูลจดหมดเรียบร้อยแล้วจนถึงหน้า confirmation ที่มีบาร์โค้ด แต่ไม่ได้ปรินท์ออกมาอ่ะค่ะ คอมพิวเตอร์ดับไปซะก่อน ทำัยังไงดีคะ? สามารถทำ esign ใหม่ได้ไหมคะ รบกวนด้วยค่ะ

    1. น้องตาลคะ เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ https://ceac.state.gov/genniv/General/complete/complete_gettingstarted.aspx?node=GetStarted คลิก Retrieve Application แล้วใส่หมายเลข DS-160 Confirmation Number พร้อมรหัสทีเขาจะให้ใส่ คือ 5 ตัวอักษรแรกของนามสกุล ปีค.ศ.ที่เกิด และคำถาม-คำตอบที่น้องเลือกใช้เป็นรหัสตั้งแต่ต้น น้องจะสามารถเข้าไป print confirmation number ได้ใหม่ค่ะ ปัญหาอยู่ที่ว่า ได้ print หมายเลข Application Id.ออกมาหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ print ใช้วิธีจดไว้ก็ได้ หมายเลขของ Application Id. กับหมายเลข DS-160 Confirmation Number คือหมายเลขเดียวกัน ถ้าน้องไม่มีหมายเลขนี้ก็จะเข้าไป retrieve application ไม่ได้ค่ะ คงต้องกรอก DS-160 ใหม่นะคะ

  63. สวัสดีคะพี่ govisa หนูมีเรื่องปรึกษาเรื่องการชอวีซ่าท่องเที่ยวคะ หนูจะไปเยี่ยมแฟนที่เรียนอยู่ที่อเมริกาพร้อมกับครอบครัวของแฟน หนูทำงานแล้วและออกค่าใช้จ่ายเองในการไปเที่ยว มีคำถามคือ
    1 ควรสัมภาษณ์เป็นกรุ๊ปพร้อมกับครอบครัวแฟนเลยดีไม๊ค่ะ หากเค้าถามก็บอกว่าเป็นญาติห่างๆ แล้วอยากไปเที่ยวอเมริกา หรือ ไมได้เป็นอะไรกัน บอกไปว่าเรารู้จักครอบครัวนี้มานานเพราะเป็นเพื่อนแม่แล้วขอตามไปเที่ยวด้วย หรือว่า เราแยกไปสัมภาษณ์เดี่ยวเลยโดยที่ข้อมูลที่เรากรอกไปว่าไปกับใครนั้นก็ไม่ต้องกรอกและไม่รู้จักใคร
    2 พ่อแ่ม่ของแฟนอย่ากันแล้วแม่ใช้นามสกุลเดิมของตัวเองชืออยู่ทะเบียนบ้านหนึ่ง น้องใช้นามสกุลพ่อ พ่อกับน้องทะเบียนบ้านเดียวกัน แล้วก็หนูอีกทะเบียนบ้าน ซื้อพินมาสามอัน ถ้าได้วันสัมภาษณ์วันเดียวกัน เป็นไปได้ไม๊ค่ะที่จะสัมภาษณ์เป็นกรุ๊ปพร้อมกันเลยทีเดียวสามคน
    3 ในใบรับรองการทำงานของหนูเขียนว่าทำงานมาหกเดือน เค้าจะถามไม๊ค่ะว่าทำไมทำงานแค่หกเืดือนแล้วลางานได้ตั้ง 15 วันไม่น่ามีทางเป็นไปได้ แล้วจะไม่ให้ผ่าน
    รบกวนพี่govisaด้วยนะคะ ขอบคุณค่า

    1. น้องนัทคะ กรณีของน้องจะเรียกได้ว่าคล้ายกับกรณีของน้องส้มที่เคยเขียนมาถามค่อนข้างมาก น้องสามารถเข้าไปลองอ่านกระทู้ของน้องส้มเพิ่มเติมได้นะคะ พี่ขอตอบคำถามน้องดังนี้คือ
      1. น้องอาจจะบอกว่าไปเที่ยวกับครอบครัวเพื่อนคุณแม่ที่รู้จักน้องมาตั้งแต่เด็กอย่างที่น้องถามมา หรือน้องจะไปขอวีซ่าแยกเดี่ยวเลยก็ได้ค่ะ หากน้องมีเงินในบัญชีธนาคารมากพอสมควรแก่การไปเที่ยวใช้บัญชีเงินฝากของน้องคนเดียวเป็นผู้ค้ำประกันได้ค่ะ แต่ถ้าคิดว่ามีเงินในบัญชีจำนวนน้อย น้องสามารถใช้บัญชีผู้ปกครองสนับสนุนร่วมด้วยได้ค่ะ
      2. ถ้าน้องยื่นเอกสารใกล้กันกับกลุ่มคุณพ่อคุณแม่ของแฟน ให้น้องลองแจ้งหน้าที่ตรวจเอกสารว่า จะไปเที่ยวพร้อมกัน ขออนุยาตสัมภาษณ์พร้อมกันได้ไหมนะคะ อาจจะได้เข้าไปด้วยกันก็ได้ค่ะ
      3. ถ้าทำงานมานานหกเดือนแล้ว ถามว่าจะไปเที่ยวประมาณ 15วัน ได้ไหม ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท ให้น้องลองถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลของที่ทำงานน้องดูว่า น้องมีสิทธิ์ลาพักผ่อน 15 วันได้หรือไม่ ถ้าเขาตอบว่าได้ ก็น่าจะลองดูว่ามีกฎระเบียบบริษัทที่น้องจะสามารถถ่ายเอกสารไปเป็นหลักฐานหรือไปประกอบคำอธิบาย ถ้ามีการซักถามหรือไม่มั่นใจแล้วมีการถามขึ้นมาว่า บริษัทอนุญาตให้น้องลางานนาน 15 วันได้หรือ น้องจะได้มีเหตุผลให้ท่านกงสุลดูว่า น้องได้ใช้สิทธิของพนักงานบริษัทอย่างถูกต้องค่ะ

  64. ขอบคุณคะพี่ื Govisa
    วีซ่าที่ได้มาตอนแรกได้มา 5 ปีแบบที่พี่เข้าใจคะ แต่กำลังจะหมดต้นปีหน้าคะ I-20 ที่ได้มาจะหมดสิ้นปีเพราะเป็นกำหนดจบปริญญาโทคะ
    แต่สมมติว่าเกิดเรียนไม่จบต้องเรียนต่ออีก 1 semester แต่วีซ่าหมดอายุแล้ว แต่ต่อ I-20ไปได้อีก จะมีปัญญาอะไรหรือเปล่าคะ ถ้าจะกลับมาขอต่อวีซ่าอีกครั้งด้วยปริญญาเอก
    แล้วถ้าหลังจากเรียนจบ วีซ่าก็หมดอายุแล้ว แต่ยังไม่ได้กลับมาขอต่ออายุในทันทีแต่เลือกทำ OPT ต่ออีก 1 ปีก่อนถึงจะกลับมาต่อวีซ่าด้วยปริญญาเอก ทางกงสุลจะเห็นว่ามีความผิดที่ปล่อยให้วีซ่าหมดอายุนานแล้วมาต่ออายุช้าหรือไม่คะ อาจส่งผลให้ไม่ต่อวีซ่าปริญญาเอกให้อ่ะคะ
    ขอบคุณคะ..

    1. น้อง Yim คะ น้องสามารถกลับมาขอวีซ่านักเรียนใหม่ที่เมืองไทยตามที่ได้อธิบายไปแล้ว แต่ระยะเวลาที่น้องจะได้รับวีว่าว่ามีอายุนานเท่าไรขึ้นอยู่กับท่านกงสุลเป็นกรณีๆไปค่ะ พี่ได้ยกตัวอย่างนักศึกษาท่านหนึ่งไปว่า เขาได้ระยะเวลาวีซ่าใหม่แค่ปีเดียว แต่ก็ไม่ควรจะเป็นแบบนั้นกันทุกคน พี่คิดว่า ถ้าน้องได้รับ I-20 ตอบรับเข้าเรียนต่อปริญญาเอก น้องก็มีเหตุผลที่ควรจะได้วีซ่า 5 ปีค่ะ ส่วนกรณีที่น้องจะใช้สิทธิขอ OPT หลังจากเรียนจบปริญญาโท น้องสามารถทำได้ หากว่า น้องไม่สามารถหางานที่เกี่ยวข้องกับวิชาที่เรียนจบได้ภายใน 3 เดือนน้องก็จะถูก terminate วีซ่าโดยอัตโนมัติต้องกลับประเทศของตนเองค่ะ ลองขอคำแนะนำที่สองจาก International Student Officer ที่มหาวิทยาลัยของน้อง เรื่องการไม่สามารถหางานทำได้ภายในเวลาที่กำหนด น้องจะยังเรียนต่อปริญญาเอกได้หรือไม่อีกทีนะคะ

  65. สวัสดีคะพี่ Govisa
    มีคำถามอยากจะปรึกษาคะ คือตอนนี้เรียนปริญญาโทอยู่ที่อเมริกาคะ ตามกำหนดจบจริงและที่ I-20มีถึงคือเดือนธันวาคม2012 แล้ววีซ่าจะหมดกุมภาพันธ์2013 ตอนนี้กำลังตัดสินใจระหว่างจะกลับไปขอต่ออายุวีซ่านักเรียนก่อนวีซ่าหมดอายุ 6 เดือนดีหรือไม่คะ
    1.กลัวว่าถ้าไปขอต่อแล้วไม่ผ่านทางสถานฑูตจะตัดวีซ่าเดิมที่เหลืออยู่ตอนกุมภาพันธ์เป็นเหลือแค่ธันวาคมมั้ยคะ
    2.พี่คิดว่ามีความน่าจะเป็นไปได้หรือไม่คะที่จะขอต่ออายุเพิ่ม ถ้าจะลงเรียนต่อปริญญาเอกอ่ะคะ แต่ยังไม่ได้ลงทะเบียนจริงแต่จะดำเนินการหลังจากเรียนจบสิ้นปี
    3.ถ้าขอต่อวีซ่าผ่านจะได้ประมาณกี่ปีคะ
    ขอบคุณมากๆคะ 🙂

    1. น้อง Yim คะ วีซ่า F-1 ที่น้องได้รับมีอายุวีซ่านานกี่ปีคะ เพราะเท่าที่พี่เห็นส่วนใหญ่ F-1 ที่ได้กันมีระยะเวลานานประมาณ 5 ปี เสียดายวีซ่าของน้องไม่น่าจะหมดอายุเร็วเลยค่ะ การกลับมาขอต่ออายุวีซ่ากงสุลไม่ตัดเวลาออกไปตามที่น้องเข้าใจค่ะ กงสุลท่านจะขอดู transcript ที่น้องเรียนมาและคงจะขอดูว่า หลักสูตรน้องเหลือจำนวนหน่วยกิตและระยะเวลาที่ต้องเรียนอีกนานแค่ไหน ระยะเวลาที่ได้รับวีซ่าครั้งที่ 2 นี้ไม่น่าจะถึง 5 ปีค่ะ พี่เคยพบคนรู้จักทำในลักษณะที่น้องเขียนมาถาม เขาได้วีซ่านาน 1 ปีในครั้งที่สองค่ะ หากน้องได้รับการตอบรับเข้าเรียนต่อระดับปริญญาเอกเป็นทางการ ซึ่งยังไม่น่าเป็นไปได้ในขณะนี้ เพราะน้องยังเรียนไม่จบปริญญาโทค่ะ ถ้าอยากได้วีซ่าที่มีอายุนานๆ ดำเนินการเรียนต่อปริญญาเอกตอนสิ้นปีตามที่น้องเขียนแจ้งมาให้เรียบร้อยนะคะ แล้วนำ I-20 ที่ตอบรับเข้าเรียนต่อปริญญาเอกมาทำเรื่องการขอวีซ่านักเรียนใหม่ น้องจะได้รับวีซ่านักเรียนที่มีอายุนาน 5 ปีค่ะ ถ้าวีซ่าเดิมหมดกำลังจะหมดอายุในเดือนกุมภาพันธ์ แต่น้องยังมีหลักสูตรอื่นที่อยากลงทะเบียนเรียนอยู่ เป็นต้นว่า หลักสูตรสั้นๆ น้องจะยังคงอยู่ในประเทศสหรัฐฯได้ แต่ไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวนอกประเทศสหรัฐฯ เช่น แคนาดา หรือเม็กซิโก เพราะวีซ่าน้องหมดอายุ เมื่อออกนอกประเทศสหรัฐฯแล้วจะกลับเข้าไปใหม่อีกครั้งไม่ได้ ต้องกลับมาขอวีซ่าที่สถานทูตสหรัฐฯที่กรุงเทพก่อนค่ะ

  66. ขอบคุณมากๆนะคะ ที่ตอบคำถามให้กระจ่างชัดเจนมาก ว่ามีทางเลือก สองทาง คือ พิมพ์ds160ใหม่ กับ ไปอธิบายให้เค้าฟัง เพราะเราพิมพ์วันเดือนปี พ่อกับแม่ผิด เพราะสับสน คศ กับ พศ แต่ยังมีข้อสงสัยอีกสองประการในส่วนคำถามนะคะ
    1. คำว่า ten printed คือการสแกนนิ้วมือ 10นิ้ว ซึ่งคำถามนี้หมายความว่า เราเคยสแกนมั้ย แต่ที่สงสัยคือ สถานที่สแกนตอนที่เคยไปทำวีซ่ารึป่าว เพราะตอนที่เคยขอวีซ่าและได้วีซ่า เป็นปี 2002 และนี่ก้อใกล้จะหมดอายุ 10 ปี แล้ว ก้อเลยงงๆ เพราะตอนแรกสอบถามเพื่อน เพื่อนบอกว่า เค้าน่าจะหมายถึงสแกนเมื่อเราได้เดินทางไปที่อเมริกา หรือประเทศที่มีการให้สแกน 10 นิ้ว เลยสงสัยกับคำถามนี้คร่า ข้องใจอย่างมาก เพราะเข้าไปเสริจหา มีคนเขียนว่า ถ้าคนเคยได้ วีซ่าหลังปี 2007 จะเคย ten printed งี้เท่ากับเรายังไม่เคยใช่มั้ยคะ

    2.คำว่า ถูกปฏิเสธ หมายความว่าเค้าจะรู้ได้จาก การประทับตราด้านหลังเล่มวีซ่าหรอคะ ว่าเราเคยถูกปฏิเสธมา คือ เมื่อปี 1996 ได้เดินทางไปฮ่องกงพักฮ่องกง อาทิตย์นึงได้ และจะเดินทางไปแคนาดาต่อ เพื่อนแม่ที่ฮ่องกงเสนอแนะว่า ในเมื่อจะไปแคนาดาตั้งสองอาทิตย์ น่าจะไปขอวีซ่าอเมริกา เพื่อเดินทางข้ามไปเที่ยวอเมริกานะ เราก้อเลยไปต่อแถวกับคุณแม่ที่สถานทูตอเมริกาที่ฮ่องกงคร่า และเค้าก้อส่งเล่มคืน พร้อมกับประทับตราด้านหลังว่า “US Consulate General Hongkong Application Received on …jun 5, 1996 สงสัยว่า อันนี้นับว่า เรียกว่า เป็นการถูกปฏิเสธหรือไม่ เพราะที่นั่นเค้าบอกว่า เราควรต้องทำวีซ่าที่ประเทศไทยนะ สรุปเลยได้ไปแค่ แคนาดา ทริปปี1996

    งวดนี้ เลยต้องสอบถามว่า เราควรตอบ ใช่ หรือ ไม่ใช่คะ ว่าเราถูกปฏิเสธ งงมากเลยคร่า เพราะงงว่า เค้าจะประทับตราว่ายังไงคะท้ายเล่ม หากเราไม่ผ่านวีซ่า มันคือแบบเดียวกันหรือไม่ รบกวนด้วยคร่า

    ขอบคุณคร่า

    สับสนมาก ว่าตราประทับด้านหลังพาสปอรต์ที่เราขอผิดประเทศ เป็นการเรียกว่าถูกปฏิเสธรึป่าว รบกวนคุณ โกวีซ่าด้วยนะคะ และวีซ่า10 ก้อดันอยู่ในเล่มเดียวกันกับ ตราประทับด้านหลังพาสปอรต์เล่มเดียวกันด้วย เครียดถึงเครียดมาก แค่ต้องมาใช้การกรอกใหม่ในใบใหม่ ก้อต้องโดนซักถามอยู่แล้ว แล้วยังจะมางงงวยอันนี้อีกอ่ะค่า จะผ่านมะคะเนี่ย

    1. น้อง Chatchanant คะ
      1. การสแกนนิ้วมือทั้ง 10 นิ้วหมายถึงทำที่สถานทูตอเมริกาประจำกรุงเทพค่ะ
      2. เวลาถูกปฏิเสธที่กรุงเทพ ด้านหลังหนังสือเดินทางจะมีประทับตราลงวันที่ที่เข้าไปยื่นแล้วถูกปฏิเสธ บางคนคิดว่า การเปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่แล้ว สถานทูตอื่นจะไม่เห็นหรือแม้แต่สถานทูตอเมริกาเองก็จะมองไม่เห็น สถานทูตอื่นๆอาจไม่เห็นได้ค่ะ แต่สถานทูตอเมริกาเก็บหลักฐานเป็นสิบปีค่ะ กรณีของน้องจะเรียกว่าถุกปฏิเสธโดยสิ้นเชิงก็ไม่ใช่นะคะ เพราะน้องจะต้องขอวีซ่าในประเทศที่น้องพำนักอยู่อย่างน้อยก็หนึ่งปี ซึ่งฮ่องกงน้องไปเที่ยวแค่ไม่กี่วัน น้องไม่สามารถขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯจากประเทศฮ่องกงได้ค่ะ ในแบบฟอร์มวีซ่า จะแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการกรอกใน DS-160 ว่า เคยถูกปฏิเสธมาแล้วครั้งหนึ่งก็ได้ค่ะ พี่คิดว่า กงสุลท่านมีหลักการพิจารณาตามเหตุผล ถ้าน้องชี้แจงให้ท่านเข้าใจว่า ในตอนนั้นน้องไม่เคยทราบมาก่อนว่า ต้องขอวีซ่าในประเทศไทย พี่คิดว่า กงสุลท่านฟังนะคะ อย่ากังวลมากไปเลยค่ะ เวลาก็ผ่านมาเกิน 10 ปีแล้ว เตรียมเอกสารครั้งนี้ให้พร้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้ และ มีคำตอบที่ชัดเจนว่า จะไปไหน ไปทำอะไรบ้าง ที่สำคัญไปเสร็จตามหมายกำหนดการ แสดงให้เขาเห็นด้วยคำพูดและภาษาท่าทางเลยว่า กลับแน่นอน หรือถ้ามีงานทำแลอยู่แล้วที่เมืองไทยก็พุดไปเลยว่า ต้องกลับมาทำงานต่อค่ะ น้องยังไม่ได้ลาออกค่ะ

  67. ในขั้นตอนการจ่าย servis fee จะมีขั้นตอนให้เลือก ระหว่าง
    Standard Delivery $0.00 US
    Expedited Delivery $35.00 US
    ควรจะเลือกอันไหนคะ ถ้าเลือกจัดส่งแบบธรรมดาจะมีปัญหาอะไรหรือไม่คะ

    1. น้อง Topping คะ ถ้าเลือกส่งแบบ Standard Delivery จะใช้เวลาสามสัปดาห์ขึ้นไปที่น้องจะได้รับ Sevis I-901 fee receipt ส่งกลับมาให้น้องทางไปรษณีย์ ในวันสอบสัมภาษณ์ ถ้าน้องยังไม่ได้รับใบเสร็จตัวจริง น้องสามารถใช้ใบเสร็จที่ Print ออกมาหลังจากจ่ายเงินไปในวันสอบสัมภาษณ์ได้ค่ะ ส่วนใบเสร็จตัวจริงเมื่อได้รับแล้วน้องควรนำติดตัวไปด้วยในวันเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา หากเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองขอดู น้องก็จะมีหลักฐานที่เตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่ดู(บางคนก็ไม่ต้องแสดงให้เจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองดูนะคะ) แต่เท่าที่ทราบ เคยมีน้องบางคนไม่ได้นำใบเสร็จ Sevis I-901 ตัวจริงไป มีแต่ ใบเสร็จที่ print ออกมาและเคยใช้ในวันสอบสัมภาษณ์ติดตัวไป ทางเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองก็อนุโลมให้ค่ะ ดังนั้น การจะเลือกให้ส่งทางไปรษณีย์แบบธรรมดาหรือแบบด่วน ควรจะดูที่วันที่น้องจะเดินทางด้วยค่ะ ถ้าบางคนเดินทางเร็วก่อนหน้าสามอาทิตย์ที่น้องจะได้รับใบเสร็จตัวจริงจากไปรษณ๊ย์ น้องสามารถเลือกแบบส่งด่วนจ่าย 35 US$ได้ ซึ่งน้องจะได้รับใบเสร็จตัวจริงภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์โดยบริษัท Fedex ค่ะ

      1. สวัสดีค่ะ วันนี้ไปขอวีซ่ามาแล้วนะค่ะ สรุปว่าได้วีซ่าค่ะ เอกสารที่เอาไปเค้าไม่ขอดูเลยแม้กระทั้งแบงค์สเตทเม้น คือเค้าดูแค่
        1.ใบคอมฟอร์มแบบฟอร์ม DS-160
        2.ใบคอมเฟอร์มอินเทอร์วิว
        3.พาสปอร์ตตัวจริง
        4.รีซิฟหลักฐานในกรณีที่เราจ่ายเงินค่าธรรมเนียมวีซ่า 160 usdดอลล่า

        ขอบอกว่าขั้นตอนแรก เราเข้าแถวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ด่านแรกเช็คเอกสาร และพวกโทรศัพท์กุญแจต่างๆห้ามนำเข้า
        หลังจากนั้น ผ่านต่อไปอีกด่านเช็คพาสปอร์ต
        ด่านต่อไปเข้าทีละ4คนค่ะ เช็คสแกนกระเป๋า และร่างกาย
        เดินต่อไปตามทางที่เค้าบอก
        พอเริ่มเข้าไปในตัวตึก เค้ามีโต๊ะ รีเซฟชั่น ให้เราไปยื่นเอกสารตรงนั้นเพื่อรับหมายเลขเพื่อเข้าคิวสแกนลายนิ้วเมือค่ะ และเค้าจะเอาพาสปอร์ตเราไปค่ะ
        หลังจากนั้นนั่งรอเค้าเรียกหมายเลขของเรา พอเลขของเรา ก้อยื่นเอกสาร และสแกนลายนิวมือ4นิ้ว ซ้ายและขวา และ2นิ้วโป่งมือ
        หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้หมายเลขเรามาอีกที แล้วมานั่งรอเพื่อรอสัมภาษอันนี้รอนานมาก นานโครต4ชั่วโมงกว่า
        ถึงหมายเลขของเรา และเค้าจะบอกช่องให้เราไปช่องไหน เช่น หมายเลข335 ไปที่ช่อง 6 ประมาณนี้ค่ะ หลังจากนั้นก้อไปตามช่องที่เค้าบอกแล้วก้อยื่นเอกสารใบสีฟ้าค่ะ แล้วถามคำถามเราไม่กี่ข้อ คือตามที่เรากรอกข้อมูลไปค่ะ ไม่เช็คเอกสารไรเลย แล้วก้อบอกเราเลยว่าคุณได้วีซ่า ในกรณีที่ไม่ผ่านเค้าจะให้กระดาษใบนึงมา กับคำอธืบายว่าไมไม่ได้ หลังจากนั้นพอเราได้วีซ่าแต่เค้ายังไม่คืนพาสปอร์ตให้เรานะค่ะ เค้าจะส่งไปให้เราทีหลัง3-5 วันทำการค่ะ หลังจากนั้นก้อไปจ่ายตังค่าส่งพาสปอร์ตกลับบ้านเราค่ะ จ่ายไป26ปอนด์ค่ะ

        ป.ล. กรณีเราขอวีซ่าที่ลอนดอนนะค่ะ อาจจะของ่ายกว่าที่ไทยค่ะ
        http://www.youtube.com/watch?v=R9r9gTE-l4Y&feature=related
        ลองดูนะค่ะ ว่าทำแบบไหนบ้าง

        1. ขอบคุณมากนะคะน้อง Mic จากคำอธิบายของน้อง ทำให้เห็นว่า ขั้นตอนในการเข้าไปยื่นเอกสารวีซ่ากับเจ้าหน้าที่ที่ลอนดอนกับที่กรุงเทพไม่แตกต่างกันเลยค่ะ ส่วนที่ต้องรอนาน พี่คิดว่าเป็นเพราะช่วงนี้เป็นหน้าร้อนของอเมริกาก็คงเหมือนกับหน้าร้อนของลอนดอน คือ พ่อแม่พาลูก หรือกลุ่มเพื่อนๆวัยรุ่นกันเอง หรือกลุ่ม Work and travel ต่างขอวีซ่าไปหาประสบการณืในต่างประเทศช่วงที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยมีวันหยุดยาวค่ะ ที่เมืองไทยบางคนและบางวันก็นั่งรอสัมภาษณ์ไม่ถึงชั่วโมง บางคนและบางวันก็รอไม่ต่างจากน้อง Mic เลยค่ะ เพราะมีคนนัดเข้ามาขอวีซ่ากันมากค่ะ พี่สันนิษฐานว่าน้อง Mic เรียนอยู่แถวลอนดอนและต้องการขอวีซ่าไปเที่ยวอเมริกาช่วงวันหยุดยาวค่ะ ทางกงสุลคงเห็นแล้วว่า น้องต้องกลับมาเรียนต่อที่อังกฤษ การขอวีซ่าคงไม่ยากนักค่ะ
          อย่างไรก็ตาม พี่ขอบคุณน้อง Mic มากๆนะคะที่เขียนมาแชร์ประสบการณ์ในวันไปสัมภาษณ์ค่ะ และขอบคุณวีดิโอที่มีประโยชน์และให้กำลังใจกับเพื่อนที่กำลังจะไปขอวีซ่าไปอเมริกาค่ะ เพราะไม่ว่าจะขอวีซ่าที่ประเทศไหน วิธีการและขั้นตอนก็ไม่แตกต่างกันค่ะ

  68. ขอคุณมากเลยนะค่ะ เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังแบบระเอียดเลยล่ะค่ะ

    1. ขอบคุณมากค่ะน้อง Mic โชคดีนะคะ พี่จะคอยอ่านที่น้อง Mic จะเขียนมาเล่าค่ะ

  69. ดีค่ะเรื่องเร่งด่วนไฟแร๊ป…….คือลืมปริ้นแบบฟอร์มDS-160 ออกมาค่ะแต่คอนเฟริมทุกอย่างแล้ว จะไปสัมภาษวันที่18จันนี้ ที่สถานทูตเมกา ณ ลอนดอนค่ะ ทุกอย่างปริ้นหมดแล้ว เช่นใบคอนเฟิมอินฟอเมชั่น

    1. น้อง Mic คะ พิมพ์เฉพาะ DS-160 Confirmation Number ไม่ต้องพิมพ์ DS-160 Application ค่ะ อย่างหลังไว้ใช้เป็นข้อมูลของน้องเองสำหรับทบทวนว่าเราได้กรอกอะไรไปบ้าง ถ้ากงสุลถามจะได้ตอบตรงกันค่ะ ส่วนใหญ่แล้วถ้าเรากรอกด้วยตนเอง เราจะจำได้ค่ะว่า เรากรอกอะไรไปบ้างนะคะ เขียนมาแชร์ประสบการณ์กันบ้างนะคะว่า บรรยากาศการขอสัมภาษณ์วีซ่าที่สถานทูตอเมริกาในลอนดอนเป็นอย่างไรบ้างค่ะ โชคดีนะคะ

  70. รบกวนสอบถามค่ะ แบบว่า ซื้อพินที่ไปรษณีย์ แล้วใส่หมายเลขพิมสลับกันกับชื่อค่ะ เอาพินที่มีชื่อพ่อมาใส่ชื่อแม่ เอาของแม่มาใส่จองในชื่อพ่อ เปงไรไหมค่ะ รบกวนด้วยนะค่ะ

    1. สลับพินนัดวันสัมภาษณ์ไม่มีปัญหาค่ะ น้อง Tai แต่อย่าสลับชื่อตอนไปจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าจำนวน 5,120 บาทที่ไปรษณีย์เป็นอันขาดนะคะ

  71. ขอบคุณค่า คุณgovisa เราหายไปนานเลยเพราะทำงานกลับดึก ได้าอ่านคำแนะนำจาก govisa แล้วก็สบายใจขึ้นค่ะ เพราะสมุดบัญชีที่แม่แฟนทำไว้ให้เค้าทำเป็นชื่อเราอะค่ะ ส่วนเงินในบัญชีนี้เรากะบอกว่าเรามีชื่ออยู่ในหุ้นของบ.แม่แฟนเงินที่อยู่บัญชีหลักแสนนั้นได้มาจากเงินปันส่วนจากหุ้นและเป็นเงินเก็บที่เก็ยมานานรวมไว้ด้วย อย่างนี้น่าจะโอเคไม๊อะค่ะ
    ยังมีคำถามเพิ่มเติมด้วยอะค่ะ
    1 ในส่วนที่เค้าให้กรอกว่ามีใครอยู่ที่อมริกาไม๊ เราเลือกที่จะไม่บอกได้ไม๊คะว่า ไม่มี เค้าจะเช็คได้ไม๊ค่ะว่าแม่แฟนที่เดินทางไปด้วยนั้นส่งลูกไปเรียนอเมริกาเช่นดูจากนามสกุลอะคะ เพราะถ้าบอกไปว่ามีคนอยู่ที่นั่นเค้าอาจจะให้ผ่านยาก
    2 ส่วนที่เค้าห้กรอกว่าใครเดินทางไปด้วย ถ้าเค้าอย่ากันแล้ว เดินทางไปด้วยกัน Relationship with Person ต้องเลือกอะไรอะค่ะ Parent//Child //Business Associate
    //Other //Other Relative //Spouse
    3 มีโอกาสไ๊ค่ะที่เดินทางไปด้วยกันแเล้ว จะได้สัมภาษณ์พร้อมกัน
    ขอบคุณมากค่ะ

    1. น้องส้มคะ ถ้าจะบอกว่ามีหุ้นอยุ่ในบริษัทแม่ก็ควรจะมีจริงๆนะคะ เพราะกงสุลอาจขอดูหลักฐานใบจดทะเบียนของบริษัทได้ค่ะ ส่วนคำถามที่ถามมานะคะ

      1.กงสุลทราบว่าเรามีคนรู้จักที่อเมริกาจากนามสกุล และอื่นๆค่ะ กรณีลูกที่เคยขอวีซ่าไปก่อนหน้าแล้ว เขาก็ต้องกรอกชื่อ-นามสกุลพ่อแม่เขว่าเผ็นผู้ให้กำเนิดอยู่แล้ว กงสุลเก็บบันทึกไว้นานหลายปีทีเดียวค่ะ
      2.ถึงแม้จะหย่ากันแล้ว แต่ก็ยังเป็น Parent ของลูกอยู่ค่ะ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับแม่ จะใส่ว่า หย่ากัน หรือถ้าจะง่ายหน่อนไม่ต้องพูดอธิบายเป็นภาษาอังกฤษยาวๆมากๆ กรณีพูดไม่เก่ง จะบอกว่า อยู่ด้วยกันโดยไม่จดทะเบียนก้ได้ค่ะ เพราะมีหลายคู่ที่เป็นเช่นนั้นค่ะ เพียงแต่ท่านทั้งสองทราบดีว่า ท่านหย่ากันแล้วค่ะ
      3.ถ้าพ่อกับแม่แจ้งว่าอยู่ด้วยกันโดยไม่จดทะเบียน สามารถใช้พินเดียวกันได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน หาก อยู่คนละทะเบียนบ้าน เพราะบางคนมีฐานะดีมีบ้านหลายหลังก็ต้อซื้อพินแยกค่ะ ฏ้คงจะเหมือนกับแจ้งว่า หย่ากันแล้ว คือ ต่างคนต่างซื้อพินนัดค่ะ และก็ต้องพยายามจองให้ได้วันนัดเดียวกัน คือ ต้องเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์นัดวันสัมภาษณ์บ่อยๆเพื่อจองให้ได้วันและเวลาเดียวกันค่ะ

  72. สวัสดีค่ะคุณgovisa. ขอถามเรื่องวีซ่าหน่อยค่ะคือแฟนเป็นคนกรอกเอกสารds-160ให้ ใส่เบอร์โทรผิดไปทางสถานฑูตจะโทรเช็คหรือเปล่าค่ะขอบคุณ

    1. น้อง Ann คะ น้องสามารถไปบอกกับเจ้าหน้าที่ที่ตรวจเอกสารในวันสัมภาษณ์ และลบแก้ไขต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในกระดาษที่ print ออกมาได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม มีบ้างบางกรณีที่ทางสถานทูตอาจติดต่อมาแจ้งเรื่องการขอย้ายวันสัมภาษณ์ ด้วยเหตุผลบางประการ แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยค่ะ ถ้าน้องอยากทำให้ถูกต้องก็คงต้องกรอก DS-160 ใหม่และพิมพ์ใบยืนยันหมายเลข DS-160 ใบใหม่ไปยื่นพร้อมกับหมายเลขเก่าที่ใช้นัดวันสัมภาษณ์ค่ะ

  73. สวัสดีค่ะ บกวนสอบถามเรื่องวีซ่าท่องเที่ยว DS-160 จะไปเดือนตุลานี้อะค่ะ เริ่มกรอก DS-160 แฟนเราตอนนี้เรียนที่อเมริกา ทางบ้านแฟนจึงจะไปหาและเที่ยวตอนตุลาแล้วพาเราไปด้วย ในใบกรอกว่าไปพักที่บ้านแฟน เพราะยังหาโรงแรมไม่ได้จึงกรอกไปก่อน แต่ยังกังวลอยู่ตามนี้อะค่ะ
    1 ตอนกรอกDS-160ให้แม่แฟน เราและน้องแฟนไม่มีให้กรอกว่าได้ไปเที่ยวไหนมาบ้างภายในห้าปี แต่ตอนกรอกให้พ่อแฟนมีให้กรอกว่าไปไหนมาบ้าง เช็คข้อมมูลก็ตรงกันทุกอย่าง จะเ็ป็นอะไรไม๊ค่ะ หากไม่มีให้ใส่ แล้วถ้าเรากรอกDS-160ไว้หลายใบเพื่อว่าระบบจะรันให้กรอกว่าไปไหนมาบ้างจะเป็นไรไม๊ค่ะ ทั้งนี้ยังไม่ได้คอนเฟิม ยังไม่ได้ใส่รูปเลย
    2 เรื่อง pin อะค่ะ พ่อแ่ม่หย่ากันแล้วคนละชื่อ คนละทะเบียนบ้าน น้องแฟนนามสกุลเดียวกันกับพ่อและทะเบียนบ้านเดียวกัน แล้วเราก็อีกทะเบียนบ้าน ต้องซื้อกี่พินอะค่ะ
    3 เรื่องคนออกค่าใช้จ่าย ถ้าเราเขียนว่าคนออกค่าใช้จ่ายให้เป็นแม่แฟนจะเป็นไรไม๊ค่ะ เพราะแม่เราไม่ได้มีรายได้เยอะและไม่ีีีมีสเตจเม้น หรือเราควรใช้บัญชีเราดีแต่ว่าเงินเราีไม่เยอะ เราไปพัก 1 เดือน กลัวเค้ามองว่าเงินน้อยไปแล้วจะไมผ่านอะค่ะ รบกวนด้วยนะค่ะ

    1. น้องส้มคะ
      1 ถ้าหาคำถามว่า ไปเที่ยวที่ไหนไม่พบก็ไม่ต้องกรอกค่ะ ถ้าต้องการแสดงข้อมูลตรงนี้เพิ่มให้พิมพ์ในกระดาษ A4 อธิบายว่าไเที่ยวที่ไหนมาบ้างในปีค.ศ.อะไรค่ะ การกรอก DS-160 ไว้หลายครั้งเมื่อน้องตัดสินใจconfirm และ submit ข้อมูลแล้ว สถานทูตจะใช้ DS-160 Confirmtion หมายเลขนั้นค่ะ ส่วนอันอื่นๆถือว่าไม่ใช้ไปค่ะ
      2. 3พินค่ะ พ่อกับแม่หย่ากันก็ถือว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน ถ้าขอคนดียวก็ซื้อพินเดียว หากขอทั้ง 2 คนซื้อสองพินค่ะ จำไว้ว่า คนละทะเบียนบ้านถือว่า คนละพินกันค่ะ ถ้าไม่ใช่พ่อ-แม่-ลูก หรือพี่กับน้อง หรือความสัมพันธ์ในคู่สามี-ภรรยา ก็ถือว่าไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ที่สถานทูตกำหนดไว้ ก็ต้องซื้อพินแยกกันค่ะ
      3. การใช้คำว่าแฟน แปลว่าแต่งงานแล้วหรือยังไม่ได้แต่งคะ ถ้ายังไม่ได้แต่งใช้แม่ตัวเองดีกว่าไหมคะ แม่แฟนก็ยังเป็นเหมือนคนอื่นอยู่ดีค่ะ

      1. ขอบคุณค่า govisa เรายังไ่ม่ได้แต่งงานค่า แต่บัญชีเรามีอยู่สองเล่ม เล่มแรเป็นเล่มที่เงินหมุนเข้าออกตลอดเวลาและเงินเดือนจะเข้าที่เล่มนี้อะคะ(หลักหมื่น) เล่มที่สองเป็นเล่มที่แม่ของแฟนเอาเงินหมุนเข้าออกให้ตลอดเวลาเพื่อที่จะให้ดูว่าเรามีเงินพอไปอเมริกาได้ เริ่มทำมาหกเดือนแล้วค่ะ(หลักแสน) เราเลยกะว่าช่องที่กรอกค่าใช้จ่ายใน DS-160 จะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเอง แล้วยิ่นสมุดบัญชีไปสองเล่มเลย ถ้าเข้าถามว่าทำไมเล่มที่สองงถึงมีเงินเยอะ เราจะตอบว่าเป็นเงินที่ได้จากการทำงานฟรีแลนซ์รับงานนอกมาทำ (พอดีเราเรียนถ่ายภาพ หนัง กราฟฟิคมาอะค่ะ น่าจะพอเป็นข้อมูลว่ารับงานแบบนี้มาทำนอกเวลางานได้) ส่วนเล่มแรกเป็นเล่มที่ทำงานประจำต้องโอนเงินมาเข้าที่เล่มนี้เงินจึงน้อยกว่า อย่างนี้โอเคไม๊ค่ะ ขอบคุณมากค่า

        1. น้องส้มคะ
          1. น้องส้มขอจดหมายรับรองการทำงานจากหน่วยงานที่น้องส้มทำงานประจำ ระบุตำแหน่งงาน เงินเดือน และวันแรกที่น้องได้รับการบรรจุเข้าทำงาน ส่วนงาน Freelance ถ้าหากคนจ้างรู้จักสนิทสนมกันให้เขาช่วยรับรองให้ว่า น้องทำงาน Freelance กับเขา แต่ถ้าเขาไม่เขียนให้ ลองหาดูว่า มีใบเสร็จหรืออะไรไหมที่จะแสดงได้ว่า น้องได้รับเงินจากการทำ Freelance วิธีคิดของฝรั่งอาจแตกต่างจากคนไทย ฝรั่งชอบมีอะไรที่จะแสดงเป็นหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรได้ด้วยค่ะ
          2. เรื่องเกี่ยวกับการเป็น Sponsor เนื่องจากน้องมีงานทำมีเงินเดือนแล้ว น้องต้องรับผิดชอบตนเองด้วยการแสดงฐานะทางการเงินของตนเองค่ะ ทีนี้บัญชีเงินเดือนเป็นเลขหลักหมื่น ซึ่งแน่นอนค่ะน้อยเกินไปที่จะเป็น Sponsor ตนเองในการขอวีซ่านักท่องเที่ยวไปสหรัฐฯ อีกบัญชีเป็นบัญชีแม่แฟนเป็นเลขหลักแสน ปัญหาคือจะโยงความสัมพันธ์ระหว่างแม่แฟนและน้องอย่างไร พูดง่ายๆคือ น้องจะแสดงตนว่าเกี่ยวข้องกับแม่แฟนในฐานะอะไรคะ ถ้าบอกเป็นแม่แฟน(ตามความคิดแบบไทยๆ)ก็ดูไม่ค่อยมีน้ำหนัก เพราะเป็นแค่แฟนอาจเปลี่ยนใจได้ ถ้าจะบอกว่า แต่งงานกันแล้วแต่ไม่จดทะเบียนสมรส น้องอาจถูกถามจากท่านกงสุลถามได้ว่า ทำไมไม่ให้แฟนทำเรื่องขอวีซ่าผู้ติดตาม F-2 ไปล่ะ ซึ่งน้องก็ต้องมีเหตุผลที่จะชี้แจง เป็นต้นว่า งานหายาก ถ้าลาออกจากงานนี้ เวลากลับมาเมืองไทยพร้อมแฟนหลังจากแฟนเรียนจบ อาจจะไม่ได้งานที่นี้อีกถ้าจะกลับเข้ามาสมัครใหม่ เพราะที่ทำงานคงรับคนอื่นไปทำงานแทนแล้วเป็นต้น ถ้าจะบอกแม่แฟนเป็นป้าของน้อง พี่ก็ไม่แน่ใจว่าเงินที่ว่าเป็นเลขหลักแสนนั้นมีจำนวนมาก-น้อยเท่าไรค่ะ เพราะบุ๊คแม่แฟนก็ต้องใช้ค้ำประกันตัวแม่แฟนด้วย การไปเที่ยวและอยู่ในสหรัฐฯนานเป็นเดือน ค่าใช้จ่ายจะเป็นเลขหลักแสนต่อคน ดังนั้น อาจต้องรบกวนถามแม่แฟนว่า ท่านมีบุ๊คบัญชีเล่มอื่นที่จะนำมาใช้ประกอบเพื่อรับรองสองคนไหมนะคะ พี่คิดว่า ถ้าใช้บุ๊ครับรองคนสองคน เจ้าของบัญชีควรมีเงินฝากประมาณหนึ่งล้านบาท น่าจะดูหนักแน่นกว่าค่ะ

          อนึ่ง หากความหมายที่น้องเขียนมาถามว่า แม่แฟนเอาเงินเข้าบัญชีให้น้องมานานหกเดือนเป็นเลขหลักแสนแล้ว และเป็นบุ๊คชื่อน้อง ปัญหาความกังวลที่เขียนมาข้างต้นก็จะคลายลง เพราะเท่ากับน้องมีบุ๊คบัญชีสองเล่ม คือ บัญชีเงินเดือนกับบัญชีที่แม่แฟนเอาเงินเข้าให้ค่ะ และน้องจะใช้ชื่อน้องเองเป็นผู้ค้ำประกันค่ะ

          ส่วนเรื่องที่อยู่ใช้ที่อยู่แฟนที่อเมริกา ถ้ากงสุลถามน้องว่า คนนั้นเป็นใคร ก็มีสองทางเลือกที่จะบอกคือ เป็นแฟน หรือ จะบอกว่าเป็นเพื่อน ในกรณีของน้อง พี่แนะนำให้แฟนทำจดหมายเชิญให้น้องไปเที่ยว โดยเขาจะให้น้องพักที่บ้านเขา และให้น้องเดินทางมาร่วมกับคนในครอบครัวเขา ที่สำคัญตกลงกันให้แน่นอนว่า จะให้ใช้ความสัมพันธ์แบบใด แฟน หรือ เพื่อน จะได้ตอบตรงกันเวลาสัมภาษณ์ค่ะ ส่วนแฟนต้องทำจดหมายเชิญแม่กับน้องสาวไหม คำตอบคือไม่ต้องก็ได้ค่ะ เพราะแม่แฟนและน้องสาวแฟนสามารถตอบคำถามท่านกงสุลได้ว่า ไปเยี่ยมลูกชาย หรือไปเยี่ยมพี่ชายค่ะ

  74. สวัสดีค่ะ
    อยากสอบถามเรื่อง Sevis No. เพราะตอนนี้สัมภาษณ์วีซ่า F1 ผ่านแล้วค่ะ
    แต่ติดปัญหาที่ Sevis no. ทีี่โชว์ในระับบ และ Sevis No. ใน I-20 ไม่ตรงกัน
    เพราะมีการย้ายโรงเรียนหลังจากที่ได้ทำการกรอก DS160 ในครั้งแรกค่ะ
    ทางเอเจนซี่แจ้งว่าได้ทำการจ่ายค่า Sevis ให้ใหม่แล้ว แต่เมื่อเช็คเลข Sevis ที่โชว์ใน I-20 ของโรงเรียนก็ไม่เจอข้อมูล
    หากเลขSevis ไม่ตรงกันนี้จะเป็นปัญหามั้ยคะ แล้วต้องแก้ไขอย่างไรได้บ้าง

    รบกวนด้วยค่ะ

    ถ้าสะดวกขอเป็นอีเมล์ติดต่อ ได้ไหมคะ หรือแมสเสจบล็อกได้จากทางไหนบ้าง พอดีมีเรื่องจะสอบถามเพิ่มเติมค่ะ

    ขอบคุณมากนะคะ

    1. น้อง Bow คะ ถ้าน้องจ่ายค่า Sevis I-901 ในตอนที่กรอก DS-160 ไปเมื่อตอนแรกแล้ว มีการย้ายโรงเรียนใหม่ และถ้าน้องยังไม่ได้เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่า Sevis ใหม่ เพราะเวลาเข้าไปที่หน้า เว็บไซต์จ่ายค่า Sevis (www.fmjfee.com) ระบบจะแจ้งว่า Sevis น้องยัง valid อยู่นะคะ หากเลข Sevis ใหม่กับเก่าไม่ตรงกัน แนะนำให้น้องเขียนอีเมล์แจ้งสถานศึกษาใหม่ว่า ก่อนหน้าน้องกรอก DS-160 น้องได้ I-20 จากสถานศึกษาชื่ออะไร หลังจากนั้นไม่นานได้ที่สถานที่ที่ตัดสินใจว่าจะไปเรียนแน่นอน แต่เข้าไปแก้ไขหมายเลข Sevis ไม่ได้ค่ะ อย่างน้อยอีเมล์ที่น้องเขียนถึงโรงเรียนจะเป็นหลักฐานที่น้อง Print ออกมาเพือ่ให้เจ้าหน้าที่ตม.ดูได้ถ้ามีการสอบถามถึงหมายเลขที่ไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ไม่ควรจะมีปัญหาในการเข้าประเทศ เพราะน้องยังไม่ได้เดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ หากน้องเข้าไปอยู่ในสหรัฐฯแล้ว และจะย้ายที่เรียน น้องต้องแจ้งให้ที่เรียนทั้งใหม่และเก่าทราบ และน้องต้องกรอกฟอร์ม Transfer form ด้วยในตอนนั้นค่ะ
      อนึ่ง ถ้าน้องต้องการจะส่งคำถามที่มีรายละเอียดมากกว่านี้ น้องสามารถส่งเข้าทางอีเมล์ที่ให้ไว้ได้ค่ะ เวลาตอบพี่จะเลือกตอบโดยไม่ทำให้เกิดความเสียหายกับน้องค่ะ หากน้องต้องการปรึกษาแบบตัวต่อตัว พี่แนะนำให้น้องติดต่อผ่านหน่วยงาน EducationUSA ซึ่งน้องอาจจะได้รับประโยชน์ตรงตามที่น้องต้องการได้ค่ะ ลองค้นหาชื่อหน่วยงานที่อยู่ใกล้บ้านน้องได้จาก http://www.educationusa.state.gov คลิกเลือก finding advising center แล้วเลือกภาพแผนที่ประเทศไทย จะปรากฏรายชื่อหน่วยงานต่างๆที่อยู่ในประเทศไทยค่ะ

      1. ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ 🙂

        มีข้อสงสัยอีกเล็กน้อย ส่งคำถามเพิ่มเติมไปทางอีเมล์แล้ว ขอรบกวนด้วยนะคะ

        1. น้อง Bow คะ อยากให้น้องเข้าไปอ่านเงื่อนไขเรื่องการจ่ายค่า Sevis I-901 จากที่สถานศึกษาแห่งหนึ่งแต่เวลาเรียนจริงต้องการไปอีกสถานศึกษาหนึ่งได้จากเว็บไซต์ของ Homeland Security Department หรือรู้จักกันในนาม DHS( http://www.ice.gov/sevis/i901/faq7.htm#_Toc81222150 ) ถ้าแปลจากเนื้อหาก็บอกได้ว่า ไม่ต้องมีการจ่ายค่าธรรมเนียมให้สถานศึกษาแห่งใหม่แต่อย่างใดค่ะ “An additional SEVIS I-901 fee is not required (For more information, see the section, Do I pay the fee?)”

          หรือถ้าน้องจะอ่านจากข้อ 7B ” 7.B. What do I do if I paid on one SEVIS ID number and now want to go to a different school or participate in a different exchange visitor program?
          If you have not received a visa or if you are visa exempt and have not applied for nonimmigrant status at the POE, you can apply the SEVIS I-901 fee that you already paid to another Form I-20 or DS-2019 if you meet the basic rules for reapplying fees.”

          ดังนั้น พี่ขอแนะนำให้น้องเขียนอีเมล์ไปแจ้งกับทั้งโรงเรียนใหม่และเก่าให้เขารับทราบไว้ และเมื่อเขามีการโต้ตอบกับน้องมาว่า รับทราบจากอีเมล์ของน้องเรื่อง Sevis I-901 แล้ว ให้น้อง print อีเมล์นั้นเป็นพยานหลักฐานเวลาจะเข้าเมืองสหรัฐฯ เวลาตรวจคนเข้าเมือง ถ้าน้องถูกถามถึงปัญหานี้ขึ้นมา น้องจะมีอีเมล์ที่โรงเรียนโต้ตอบกับน้องว่า รับทราบแล้วเป็นหลักฐานพยานการยืนยันว่า ทางโรงเรียนรับทราบแล้วค่ะ อย่ากังวลเรื่องหมายเลข Sevis จะไม่ตรงกัน หากมีการแจ้งให้โรงเรียนทั้งสองแห่งรับทราบก่อนเดินทางค่ะ

  75. สวัสดีค่ะ พี่ govisa นู๋รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ กรอก DS160 เรียบร้อยแล้วจองวันนัดสัมภาษณ์ได้แล้วด้วยค่ะ มันมีปัญหาตรงรูปถ่ายที่อัพโหลดไปเป็นพื้นหลังสีฟ้า แต่ระบบให้ผ่านก็เลยรรีบ submit เลยค่ะ แต่มาอ่านเรื่องรูปถ่ายเขาให้ใช้พื้นหลังสีขาวอ่ะค่ะ ก็เลยนั่งกรอก DS160 ชุดใหม่พร้อมอัพโหลดรูปถ่ายใหม่เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ปัญหาคือ ในวันจองที่คอนเฟิร์มเป็น DS160 เลขเก่าอ่ะค่ะ อย่างนี้ต้องทำอย่างไรคะ… รบกวนด้วยค่ะ

    1. น้อง NuAoh คะ Print DS-160 Confirmation Number หมายเลขใหม่ไปยื่นตอนวันสัมภาษณ์ พร้อมกับนำหมายเลขยืนยัน DS-160 เก่าไปยื่นด้วยในวันสัมภาษณ์ ถ้าเจ้าหน้าที่ถาม ให้ตอบตามความเป็นจริงว่า น้อง Upload รูปถ่ายไม่ตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ ครั้งแรกที่ Upload ด้านหลังฉากเป็นสีฟ้า จึงได้แก้ไขใหม่ให้ถูกต้องใหม่ค่ะ เวลาสอบสัมภาษณ์กงสุลท่านถามน้องว่าอะไร กรุณาเขียนมาแชร์ประสบการณ์ให้อ่านกันบ้างนะคะ ขอให้น้องสัมภาษณ์วีซ่าผ่านค่ะ

  76. ขอบคุณค่. แต่เรื่องมันมีอยู่ว่าตอนแรกไปเรียนภาษาพอครบคอร์สเลยตัดสินใจกลับบ้านโดยแจ้งโรงเรียนว่าจะกลับบ้าน จึงไม่ได้ขอ i20 ใหม่มา ตอนนี้เปลี่ยนใจอยากกลับไปเรียนใหม่ หนูต้องทำยังไง ขอ i 20 จากโรงเรียนใหม่ได้เลยมั้ยคะ ระยะเวลา 5 เดือนที่พี่บอก นับตั้งแต่วันที่กลับมาอยู่ที่ไทย หรือนับตั้งแต่วันสุดท้ายที่ของวันที่ไปเรียน รบกวนด้วยค่. ขอบคุณมากค่

    1. น้อง Gift คะ ต้องขอ I-20 มาจากโรงเรียนเดิมและแจ้งเหตุผลการเปลี่ยนใจ รวมทั้งขอให้โรงเรียนเดิมรีบส่งเอกสารด่วนกลับมาด้วย เผื่อจะได้เตรียมเดินทางกลับไปสหรัฐ โดยไม่ให้ระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทยอยู่นานเกิน 5 เดือน เวลาที่เขานับเริ่มตั้งแต่วันที่น้องมาถึงประเทศไทยค่ะ แต่คำถามน้องชักทำให้พี่สงสัยว่า หลังจากจบคอร์สภาษาไป 1 เทอม น้องใช้เวลาอยู่ในสหรัฐนานกี่มากน้อยจึงเดินทางกลับไทยค่ะ แลัวเวลาที่ใช้ให้หมดไปก่อนกลับไปทำงานอะไรหรือเปล่าคะ

      1. หนูอยู่ต่อหลังจากจบคอร์ส ประมานห้าสิบกว่าวัน แต่ไม่เกิน 60 วัน หนูอยู่เที่ยวต่อในเมกา แต่พี่ค่ะหนูไม่สามารถเรียนต่อที่โรงเรียนเดิมได้เพราะหนูเรียนครบคอร์สของเค้าแล้ว ที่จริงหนูต้องทรานส์เฟอไป รร ใหม่แต่หนูไม่ได้ทำเพราะตอนแรกคิดว่าจะไม่กลับไปใหม่แล้ว แต่ตอนนี้หนูติดต่อไปทาง รร ใหม่เพื่อขอ i 20 ทำอย่างนั้นได้มั้ยค่

        1. น้อง Gift คะ น้องบอกพี่ว่า น้องไปเรียนภาษา ถ้าน้องจบคอร์สของโรงเรียนภาษาแล้วแปลว่า ความสามารถทางภาษาของน้องควรจะถึงระดับที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการแล้ว เช่น ถ้าน้องไปสอบ TOEFL น้องน่าจะทำได้ถึง 80 คะแนน หรือเทียบเท่า TOEFL 550 เพื่อสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยค่ะ ดังนั้น ถ้าจะติดต่อขอ I-20 ที่เรียนใหม่ควรจะเป็นคอร์สเข้าเรียนต่อปริญญาตรี (กรณีน้องจบมัธยมปลาย) หรือเป็น I-20 เรียนต่อปริญญาโท (กรณีน้องจบปริญญาตรีไปจากไทย) น้องไม่ได้ให้รายละเอียดพีมา พี่แจ้งน้องดังนี้ เพราะถ้าทำการติดต่อโรงเรียนแห่งใหม่พลาด ทำให้ระยะเวลาที่น้องอยู่ที่เมืองไทยนานเกินกว่า 5 เดือน น้องต้องขอวีซ่านักเรียนใหม่ จะเกิดความไม่ไว้วางใจจากกงสุลได้ว่า ทำไมยังต้องสมัครไปเรียนภาษาอีก เพราะที่เรียนภาษาแต่ละโรงเรียนจะมี level ต่างๆหลาย level ให้นักเรียนได้เรียนตามความสามารถของตนเองค่ะ ยกเว้นความสามารถของเด็กสูงทดสอบภาษาใกล้ระดับ level สูงสุดของเขาจึงอาจจะเหลือแค่ level เดียวที่เหลือให้เรียนค่ะ ดังนั้น case น้องถ้าจะต้องการกลับเข้าไปอีกโดยไม่ต้องขอวีซ่านักเรียนอีกครั้งนะคะ รีบๆติดต่อโรงเรียนใหม่ให้เขาส่ง I-20 มา อย่างไรก็ตาม น้องต้องแจ้งโรงเรียนเก่าด้วยว่าน้องขอทำเรื่อง Transfer Sevis I-901 ไปยังโรงเรียนใหม่ด้วยค่ะ

          1. ขอบคุณค่ะ. ข้อมูลที่ได้มีประโยชน์มากๆเลยค่

  77. รบกวนด้วยค่. คือว่าอยากทราบว่า ถ้าวีซ่านักเรียนยังไม่หมดอายุ อยากกลับเข้าไปเรียนอีกครั้ง ต้องขอวีซ่าใหม่หรือไม่ค่ะ กลับเมืองไทยมาได้ 2 เดือนแล้วค่ะ

    1. น้อง Gift ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่านักเรียนใหม่ เพราะกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยไม่เกิน 5 เดือน แต่น้อง Gift ต้องแสดงหลักฐาน I-20 ที่มีลายเซ็นต์จากครูที่โรงเรียนเดิมที่หน้า 3 ของ I-20 ว่า โรงเรียนเดิมรับทราบเมื่อวันที่เท่าไรว่า น้องจะเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน และน้องจะกลับไปเรียนที่เดิมในเทอมถัดไป ถ้าจะเปลี่ยนโรงเรียนต้องติดต่อให้โรงเรียนใหม่ตอบรับ และแจ้งโรงเรียนเก่าด้วยว่า จะย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนใหม่ชื่ออะไร ขณะเดียวเก่าแจ้งโรงเรียนแห่งใหม่ด้วยว่า น้องเคยเรียนที่ไหน อธิบายง่ายๆ คือ น้องต้องกรอก Transfer Form เพื่อโอนย้ายหมายเลข Sevis I-901 ที่อยู่ที่โรงเรียนเดิมไปไว้ที่โรงเรียนใหม่ค่ะ ทั้งหมดต้องทำให้เสร็จก่อนจะครบเวลาที่กลับมาอยู่ที่เมืองไทย 5 เดือน ถ้าเกิน 5 เดือนต้องขอวีซ่านักเรียนใหม่ค่ะ

  78. ขอบคุณมากนะค่ะ ที่ตอบมา ^^

    ขอสอบถามเพิ่มเติมค่ะ
    1.ถ้าเราจะใช้สปอต์เชอร์2คนได้ไหม จะให้ทั้งคุณแม่และพี่สาวหน่ะค่ะ
    2.แล้วบัญชีที่จะต้องยื่นต้องเป็นหมุนเวียนหรือเปล่า หรือใช้พวกฝากประจำได้ไหมค่ะ
    3.คุณแม่เปิดร้านขายของค่ะ ไม่มีทะเบียนการค้า นี้ต้องเอาอะไรไปแสดงแทนได้ไหมค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    1. น้อง Pinky คะ
      1. ใช้ sponsor 2 คนได้ค่ะ
      2. ให้นำทั้งหมุนเวียนและประจำไปทั้งสองประเภทเลยค่ะ เพราะบัญชีหมุนเวียนจะได้เห็นว่ามีสภาพคล่องสูงเบิกถอนได้ทุกวันค่ะ
      3. รูปถ่าย จะถ่ายรูปคุณแม่ยืนหน้าร้านกับลูกค้าที่มาชมร้านก็ได้ค้ะ

  79. รบกวนหน่อยนะค่ะ ^^
    พอดีเราจะไปเรียนภาษาที่อเมริกาประมาณ 6เดือนค่ะ ได้I-20 มาแล้ว ตอนนี้เหลือที่จะไปยื่นทำวีซ่าค่ะ(ที่ขอเป็น F-1)
    คือเราจะไปอาศัยกับญาติที่อเมริกาค่ะ(ต้องบอกก่อนค่ะ ว่าคนละนามสกุล) ญาติเปิดร้านอาหารอยู่ ตอนแรกว่าจะให้เขาเป็นสปอตเซอร์ให้ แต่เราศึกษาเหมือนต้องกรอกเอกสารเยอะ (ตอนนี้เราได้ statement ,สำเนาใบขับขี่ และหนังสือรับรองว่าจะเป็นสปอตเซอร์ให้เรา) เราเลยจะเปลี่ยนให้พี่สาว (ซึ่งนามสกุลเดียวกันเป็นสปอตเซอร์แทน) เลยมีคำุถามดังนี้ค่ะ
    1. ถ้าให้พี่สาวมาเป็นสปอตเซอร์แทนจะง่ายกว่าใช่ไหมค่ะ
    2. พี่สาวต้องมีเงินในบัญชีเท่าไรค่ะ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ที่ใช้supportเราค่ะ (เงินที่แสดงในI-20 $3,375ค่ะ)
    3. ในการยื่นเอกสารขอวีซ่า เรา้ต้องแสดงหรือบอกอะไรไหมค่ะ ว่าเราไปอยู่กับญาติที่นั้น(ญาติเราได้เป็นพลเมืองของอเมริกาแล้วนะค่ะ)
    4. เอกสารที่จะทำให้สถานฑูต เชื่อว่าเราจะกลับมาเมืองไทย นี้คือเราใช่ ใบสอบ Cu-tep ได้ไหมค่ะ เพราะว่าเราจะไปเรียนภาษาแล้วกลับมาเรี่ยนโทที่เมืองไทยหน่ะค่ะ
    5. หนังสือรับรองจากบริษัทที่เราทำงาน คือ ระบุว่าเราเิริ่มงานเมื่อไร เงินเดือนเท่าไร แค่นี้ใช่ไหมค่ะ
    6. เราต้องทำหนังสือ คือ เหมือนเขียนว่าเราเ็ป็นใคร ทำงานอะไร พ่อแม่ทำไร พี่น้องกี่คน อะไรประมานนี้ไหมค่ะ หรือ ตอนสัมพาท สถาฑูตจะเป็นคนถามเอง
    7. ตอนที่เราเดินทางไปเนี่ย เราไปกะแฟนค่ะ แต่แฟนคงขอเป็นวีซ่า ท่องเที่ยวยังนี้เราจะได้สัมพาทพร้อมแฟนไหมค่ะ หรือแยกสัมพาท (คือแฟนไปเที่ยวและไปทำธุระหน่ะค่ะ) คือถ้าบอกว่าไปพร้อมกัน จะมีปัญหา อะไรไหมค่ะ
    8. เราต้องขอstatement และรายการเคลื่อนไหวบัญชี ของเราเองไปไหมค่ะ (เงินในบัญชีใช่หมดทุกเดือนค่ะ แหะๆๆๆ)
    9. อยากให้แน่ะนำด้วยค่ะ ว่าต้องเตรียมเอกสารยังไง เพื่อให้ได้วีซ่า มีอะไรแนะนำเลยนะค่ะ
    (เราจะไปประมาณเดือน8ล่ะ ^^)

    ขอบคุณมากๆๆนะค่ะ ><

    1. น้อง Pinky คะ ขอตอบคำถามดังนี้ค่ะ

      1. เป็นความคิดที่ถูกต้องแล้วที่น้องจะใช้พี่สาวที่เมืองไทยเป็นผู้ค้ำประกันในการขอวีซ่าไปเรียนต่อค่ะ
      2. ตัวเงินที่อยู่ในหน้าแรกของ I-20 บอกระยะเวลานานเท่าไร เช่น 2 เดือน 3 เดือนหรือ 4 เดือนคะ และน้องมีแผนการไปเรียนภาษาที่อเมริกานานกี่เดือน พี่สาวควรมีบัญชีครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำนวนเท่านั้นเดือน เช่นจะกลับมาเรียนปริญญาโทเดือนมิถุนายน 2556 ที่ประเทศไทยก็เท่ากับว่า น้องไปเรียนภาษาที่อเมริกานานเกือบ 1 ปี เพราะน้องสมัครไปเรียนภาษาเทอม Fall 2012 ซึ่งเริ่มเรียนเดือนสิงหาคม ดังนั้นเงินในบัญชีพี่สาวควรมีสักประมาณ 1 ล้านบาทขึ้นไปค่ะ
      3. การที่น้องจะบอกว่าไปอยู่กับญาติ ก็คงต้องตอบคำถามแล้วแต่กงสุลจะถามเกี่ยวกับญาติ เช่น เขาทำงานเกี่ยวกับอะไร มีรายรับปีละเท่าไร ฯลฯ ถ้าญาติไม่ได้นามสกุลเดียวกันกับน้อง อาจจะบอกว่าเป็นคนรู้จักของผู้ปกครองน้องๆให้น้องไปอาศัยอยู่กับคนนี้ในช่วงเดือนแรก เพื่อการปรับตัว หลังจากนั้นผู้ปกครองจะให้น้องหาที่พักใหม่เอง เพื่อจะได้มีโอกาสฝึกฝนภาษาได้เต็มที่ เป็นต้นค่ะ
      4. ถ้าน้องจะใช้ CU-TEP ฝรั่งอาจจะไม่รู้จักเพราะไม่ worldwide เท่ากับ TOEFL หรือ TOEIC ค่ะ อาจจะลองสอบ TOEFL/ITP( http://www.iiethai.org/web/testing.php?subsection=3) ส่วนหลักฐานที่จะแสดงว่า น้องจะกลับมาสมัครเรียนต่อโทที่เมืองไทย โดยที่น้องยังไม่ได้สมัครเข้าเรียนโท คงต้องอาศัยการตอบคำถามอย่างมีหลักการ และพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กงสุลเห็นว่า น้องจะต้องกลับมาสอบเข้าเรียนต่อปริญญาโทหลักสูตรอะไรที่สถาบันชื่ออะไรในประเทศไทยค่ะ
      5. หนังสือรับรองการทำงานใช้ด้วยค่ะ ถ้าเคยทำงานมาก่อนหน้านี้
      6. การที่นักเรียนจะต้องเขียนจดหมายถึงกงสุล มักจะเป็น case ที่มีแนวโน้มว่า อาจจะถูกปฏิเสธการยื่นขอวีซ่าค่ะ หรือมีความสลับซับซ้อนในเรื่องผู้ค้ำประกันค่ะ ยากต่อการอธิบายในช่วงระยะเวลาสั้นๆประกอบกับการตกประหม่าที่จะอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ จึงใช้วิธีเขียนจดหมายเพื่ออธิบายความเป็นไปต่างๆค่ะ
      7. ถ้ายังไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่ถือว่าอยู่ในข่ายของกฏเกณฑ์ที่ทางการขอวีซ่าเข้าประเทศสหัฐฯแจ้งไว้ว่า จะสามารถยื่นขอวีซ่าพร้อมกันโดยใช้พินนัดวันสัมภาษณ์เดียวกันได้ค่ะ ส่วนถ้าจะกะให้การนัดวันสัมภาษณ์ได้คิวนัดวันเดียวกัน แนะนำกรอกฟอร์ม DS-160 ให้เสร็จทั้งสองคนก่อน ซึ่งงจะทำให้น้อง Pinky ได้รับหมายเลข DS-160 Confirmation Number ของทั้งสองคน หลังจากนั้นไปที่หน้าเว็บไซต์นัดวันสัมภาษณ์ พยายามเลือกวันและเวลา เดียวกัน ไม่ควรบอกว่าไปด้วยกัน ต่างคนต่างขอวีซ่าจะดีกว่าค่ะ
      8. วีซ่านักเรียนไม่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานทางธนาคารของเราเอง ยกเว้นเป็นผู้ที่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานมาแล้วหลายปี ควรจะนำกลักฐานทางการเงินของตนเองเข้าไปด้วย เผื่อท่านกงสุลขอดูเอกสารชิ้นนี้ค่ะ
      9. เอกสารในส่วนของนักเรียนคือ I-20, Transcript ปริญญาตรี, DS-160 Confirmation Number,ใบนัดวันสัมภาษณ์ที่ Print ออกมา, จดหมายผ่านงานถ้าเคยทำงาน, จดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของผู้ปกครองพร้อมบัญชีตัวจริง, คะแนนสอบภาษาอังกฤษถ้ามี, ใบเสร็จจ่ายค่า Sevis จำนวน 200 เหรียญ, รูปถ่ายขนาด 2 นิ้วคูณ 2 นิ้วจำนวน 1 ใบ กรณี scan รูปถ่ายแล้ว upload ใส่ฟอร์ม DS-160 แต่ไม่ชัดค่ะ, ใบเสร็จจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ไปรษณีย์จำนวน 5,120 บาท ส่วนของพี่สาวให้เพิ่มจดหมายรับรองการทำงานและเงินเดือนถ้าเป็นพนักงานขององค์กร หากเป็นเจ้าของธุรกิจ นำหลักฐานทะเบียนการค้าไปเพิ่มด้วยค่ะ

  80. แล้วถ้ากิ๊กขอวีซ่าใหม่คือกิ๊กต้อง ขุดจากต้นต่อเลยรึเปล่าค่ะ ว่าพ่อแม่เป็นใครมาจากไหน อะไรยังไงบ้าง

  81. โอ้ยยยยยยยยย เครียดดดดดคร้าาาาาาาาาาา กิ๊กสามารถถามเหตุผลของกงสลุลได้ไหมค่ะว่า กิ๊กขาดอะไร พี่ค่ะคือตอนนี้กิ๊กเครียดมากค่ะ อากิ๊กยังไงอก่ก็จะให้ขอวีซ่าใหม่ซึ่งจากตัวกิ๊กแล้ว กิ๊กไปก็ได้ไม่ไปก็ได้อ่ะค่ะ กิ๊กไม่รู้จะพดูกับอายังไง กิ๊กก็บอกอาว่าให้กิ๊กไปเเบบเวอค์แอนด์เทรเวลจะดีกว่าไหมก็ก็บอกว่าแก่พร้อมที่จะอยากให้ไปปีนี้ กิ๊กหล่ะเซ็ง

    1. น้องกิีก พี่ขอตอบความวิตกกังวลของน้องว่า

      1. น้องสามารถเตรียมหาเอกสารเพิ่มเติมที่จะแสดงให้กงสุลเห็นความผูกพันของคุณอาและน้อง และความสัมพันธ์ระหว่างน้องกับคุณอา
      2. น้องคงได้รับประสบการณ์แล้วว่า การถูกสัมภาษณ์ของน้องจะอยู่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ไม่น่าจะถึง 5 นาที ทำอย่างไรจะทำให้คำตอบของน้องที่อยู่ในช่วงเวลาสั้นๆนั้นเกิดความมั่นใจในท่านกงสุลว่า น้องจะกลับมาอยู่ที่ประเทศไทย หลังจากเที่ยวจบ
      3. น้องมีสิทธิที่จะยื่นขอวีซ่าใหม่อีกครั้ง เพื่อฟังคำตัดสินจากท่านกงสุล อาจจะเป็นคนเดิม หรือถูกเปลี่ยนไปเป็นกงสุลท่านใหม่ขึ้นอยู่กับจังหวะในการยื่นเอกสารรอสัมภาษณ์ค่ะ
      4. ถ้าจะเพิ่มเติมความเป็นมาของคุณพ่อคุณแม่ ให้ดูจังหวะและความเหมาะสมว่า ควรจะนำเสนออย่างไรจึงจะดี เพราะน้องได้แสดงให้ท่านกงสุลเห็นว่า คุณพ่อท่านมีครอบครัวใหม่และไม่ได้ดูแลน้อง

      พี่ขอให้น้องสมมติว่า ถ้าน้องเป็นคุณครูเมื่อต้องฝึกสอนในปีที่ 5 น้องจะสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในห้องที่น้องไปฝึกสอนและช่วยปรับอุปนิสัยในการเรียนรู้ของเขาให้เหมาะสมและเข้าที่เข้าทางอย่างไรค่ะ ขอให้น้องโชคดีค่ะ

  82. ฮือๆๆสอบสัมภาษณ์ไม่ผ่านค่ะ ตอนที่สัมภาษณ์เค้าถามคำถามกิ๊กต่อไปนี้ค่ะ
    กงสุล คุณไปอเมริกาทำไม
    กิ๊กตอบว่า ไปเยี่ยคุณอา คุณอาขาหัก
    กงสลุ ไปกับใครยื่
    กิ๊กตอบ ไปคนเดียว
    กงสลุล เค้าเป็นน้องพ่อหรอ
    กิ๊กตอบ ใช่ค่ะ เค้าเป็นคนสงเสียค่าใช้จ่ายให้หนู หลังจากที่คุณแม่เสียชีวิต
    กงสลุล โอ้ผมเสียใจด้วยที่คุณแม่คุณเสียชีวต แล้วคุณอาศัยอยู่กับใครที่เมืองไทย
    กิ๊กตอบว่า เมื่อก่อนอยู่จังหวัดสกลนครอาศัยอยู่กับป้า ซึ่งเป็นพี่สาวของพ่อ แล้วพอสอบติด หนูก็ได้มาเรียนที่กรุงเทพค่ะ

    แล้วเค้าก็ไม่ได้ดีรายละเอียดของอากิ๊กสักเท่าไร ดูแค่พวกพลาสปอด แล้วกิ๊กก็
    ยื่นใบรับร้องแพทย์ให้เค้าดู ท่าทางเค้าเครียดๆนะค่ะ พอเค้าดูใบรองแพทย์เสร็จ เค้าก็ตรวจดูแล้วก็คืนเอกสารกิ๊ก จากนั้นกิ๊กก็ยื่นจดหมายเบื้องหลังครอบครัวให้เค้าดูให้ เค้าอ่านรายละเอียด แล้วก็ดูใบสถานะนักศึกษาอ่ะค่ะ จากนั้นเค้าก็พิม อะไรก็ไม่รู้อ่ะค่ะ

    ผมแสดงความเสียใจด้วยนะคับ คุณขาดคุณสมบัติทางด้าน ครอบครัว เศรษฐกิจ การเมือง ประมาณนี้อ่ะค่ะ แล้วยื่นพลาสปอนท์ให้พร้อมใบเอกสารหนึ่งใบอ่ะค่ะ แล้วเค้าก็ประทับรายนิ้วมือทั้งห้าของกิ๊กอ่ะค่ะ พี่ค่ะกิ๊กก็เข้าใจนะค่ะว่าความสัมพันธ์ทางด้านครอบครัวค่อนข้างสับซ้อน กิ๊กคงขาดเอกสารที่จะแสดงความสัมพันธ์ให้แน่ชัดอ่ะค่ะ กิ๊กว่าจะถามพี่ว่าถ้ากิ๊กยื่นเอกสารอีกรอบ เปอร์เซ็นต์ที่จะได้มันจะมีไหม อีกอย่างกิ๊กคิดว่าเค้าคงไม่เชื่อว่าอากิ๊กเป็นน้องของพ่อจริงๆเพราะกิ๊กไม่มีเอกสารชื่อเดิมของคุณอาอ่ะค่ะ เฺฮ้อออออออออ เซ็งอ่ะค่ะ

    1. น้องกิีกคะ พี่ไม่กล้าพูดให้น้องกิีกเสียกำลังใจก่อนไปขอวีซ่าว่า กรณีของน้องกิ๊กเป็นกรณีที่น่าเป็นห่วง ในลักษณะที่ว่า ไม่มีความผูกพันที่ชัดเจนทางด้านเศรษฐกิจและครอบครัวที่เมืองไทย เพราะผู้ที่มีความผูกพันมากที่สุดพี่ขอโทษตรงจุดนี้คือคุณแม่ซึ่งท่านก็ไม่ได้อยู่แล้ว คุณป้าก็ได้แต่ดูอยู่ห่างๆ ลักษณะที่น้องคุยมาให้พี่ฟังดูเหมือนไม่ค่อยมีความผูกพันกับคุณป้าและคุณลุงเท่าไรนัก คนที่มีความผูกพันกับน้องมากที่สุดในเวลานี้คือ คุณอาที่อเมริกามากกว่า คุณอาเป็นผู้ส่งเสียให้เรียน และคุณอาเองก็มีธุรกิจที่มั่นคง ถ้าจะอุปการะน้องไปอยู่เสียที่อเมริกาก็น่าจะทำได้ การไม่ได้วีซ่า จึงไม่ได้อยู่ที่ตรงประเด็นที่ว่า กงสุลไม่เชื่อว่าคุณอาเป็นน้องของพ่อจริงๆเพียงอย่างเดียวค่ะ ถ้าน้องจะลองยื่นขอวีซ่าอีกครั้ง และนำหลักฐานใหม่ไปแสดง อาทิ ใบเปลี่ยนชื่อของคุณอา หลักฐานทะเบียนบ้านที่เคยมีชื่อคุณอาอยู่ในบ้านที่เมืองไทย ตรงหลักฐานทะเบียนบ้านจะมีเขียนระบุว่า คุณอามีผู้ให้กำเนิดเป็นคนๆเดียวกับทางคุณพ่อ และพี่มั่นใจว่า น้องจะสามารถหาเอกสารเหล่านั้นได้แม้ต้องใช้เวลาอยู่สักหน่อย แต่สิ่งหนึ่งที่น้องจะต้องทำให้ท่านกงสุลเชื่อคือ จะมีความผูกพันหรือเยื่อใยอะไรที่จะยึดน้องไว้ติดกับเมืองไทยได้บ้าง ในด้านของคุณพ่อๆก็ไม่ได้ช่วยเหลือดูแลน้องเลย คุณป้าและคุณลุงก็ดูห่างๆ ถ้าจะให้พี่แนะนำ คือ ควรชะลอการขอวีซ่าไว้ก่อน รอเรียนจบปริญญาตรีแล้วค่อยขอวีซ่านักเรียนไปเรียนต่อปริญญาโทดีกว่า การเรียนให้จบปริญญาตรี เป็นการพิสูจน์ความตั้งใจของน้องว่า มีความมุมานะจะเรียนให้จบปริญญาตรีที่เมืองไทย ให้น้องทำงาน 1 ปี พยายามเก็บเงินใส่ไว้ในบัญชีน้องบ้าง หลังจากนั้นติดต่อไปเรียนต่อที่อเมริกา ถ้าจะให้หลักฐานดูหนักแน่น สมัครเรียนต่อปริญญาโทไปเลยในกรณ๊ของน้อง ซึ่งจะช่วยให้น้องได้วีซ่าไม่ยากเท่ากับสมัครไปเรียนภาษาอย่างเดียวเฉยๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คงอยู่ในดุลยพินิจของน้องที่จะเป็นผู้ตัดสินใจเองค่ะว่า จะยื่นขอวีซ่าใหม่อีกครั้ง หรือจะทำตามคำแนะนำที่พี่ให้ไปค่ะ

  83. สวัสดีค่ะ สงสัยในส่วนของการขอวีซ่าเก่า อเมริกา ได้มา10ปี ของเราจะหมด 24/11/2555 นี้ค่า
    1. อยากทราบว่าเราสามารถต่อวีซ่าภายในวันเวลาที่เท่าไหร่จึงจะเหมาะสม หรือต้องรอให้หมดไปก่อนคะ
    2. เราก็ได้ซื้อพินวันนี้เพื่อนัดจองวันสัมภาษณ์ แต่ยังไม่ได้ทำนัดนะคะ เพราะบางคนบอกเราว่า ก่อน 6 เดือน สามารถทำการต่อล่วงหน้าได้ โดยกรอก DS160
    3.หลานสาวเรากำลังไปขอเพื่อศึกษาปริญญาโทต่อ นามสกุลเดียวกันกับเรา แต่สำเนาทะเบียนบ้านคนละที่ จึงได้ซื้อพินแยกกัน แต่ของเราเพื่อท่องเที่ยว เรานัดไปสัมภาษณ์วันเดียวกันได้มะคะ
    4.เราสามารถแจ้งบอกเค้าได้ใช่ไหมว่าจะไปเยี่ยมหาหลานที่จะศึกษา หากหลานเราสามารถนัดสัมภาษณ์ได้แล้วในวันที่ 21-5-2555 อ่ะค่ะ เราไปวันเดียวกันกับเค้าได้หรือไม่ โดยโทรนัดทางโทรศัพท์
    5. เอกสารเรื่องตั๋วเครื่องบิน จำเป็นต้องแนบไปมั้ยคะ ในเมื่อเรายังไม่กำหนดวันเดินทางแน่นอน
    6. หากที่พักของเราต้องเขียนเป็นที่พักโรงแรมหรอคะ ในเมื่อเรายังไม่ได้กำหนดวันเดินทาง หรือถ้าไป เราไปนอนพักบ้านเพื่อน จำเป็นต้องใช้จดหมายรับรองจากเพื่อนหรือไม่ หรือไม่จำเป็นคะ

    ถามเยอะเนื่องจากจำไม่ได้แล้วว่าเมื่อก่อนเราเคยแนบไปหรือไม่ เพราะเมื่อก่อนยื่นพร้อมญาติๆ เลยไม่แน่ใจ รบกวนด้วยนะคะ ขอบพระคุณคร่า

    ชัช

    1. น้อง Chatchanant คะ

      1. น้องจะขอตอนนี้เลย หรือ จะรอหมดก่อนแล้วค่อยขอก็ได้ค่ะ
      2. ถ้าซื้อพินนัดวันสัมภาษณ์มาแล้ว พินมีอายุนาน 3 เดือน หรือ 90 วัน เพราะฉะนั้นควรจองวันนัดสัมภาษณ์ให้ได้ภายใน 3 เดือนนี้นะคะ
      3 และ 4. ไปสัมภาษณ์วันเดียวกับหลานได้ค่ะ ถ้าคิววันนัดที่ 21 พฤษภาคม 2555 ยังว่างอยู่สำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว และน้อง Chatchanant สามารถจองได้ทันเวลาค่ะ แต่ถ้าคิวนัดวันดังกล่าวไม่ว่างสำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว น้อง Chatchanant ไม่สามารถสอบสัมภาษณ์วันเดียวกับหลานสาวได้ค่ะ เพราะถึงแม้หลานจะนามสกุลเดียวกับกับน้อง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างน้อง Chatchanant กับหลานสาวไม่เข้ากฎเกณฑ์ที่ทางสถานทูตกำหนดไว้ค่ะ กล่าวคือ ผู้สามารถขอนัดวันและเวลาสอบสัมภาษณ์เดียวกันได้ต้องอยู่ในสถานะพ่อ-แม่-ลูก: สามี-ภรรยา: พี่ชาย-พี่สาว-น้องชาย-น้องสาวเท่านั้นค่ะ
      5. ไม่จำเป็นต้องแนบตั๋วเครื่องบินค่ะ
      6. ถ้าน้องจะไปนอนพักบ้านเพื่อน ให้กรอกตรงที่ถามว่า น้อง Chatchanant จะไปพักที่ไหนว่า น้องพักอยู่ที่บ้านเพื่อนได้ค่ะ คำถามที่ถามว่า เพื่อนต้องทำจดหมายมาไหม ขึ้นอยู่กับ Statement ในบัญชีของน้องที่จะนำไปแสดงให้ท่านกงสุลพิจารณา ถ้าน้อง Chatchanant มีเงินในบัญชีธนาคารของตนเองมากพอ ก็ไม่จำเป็นต้องให้เพื่อนเขียนจดหมายเชิญเลยค่ะ ส่วนถ้าน้อง Chatchanant จะใส่ชื่อโรงแรมนั้นย่อมทำได้เช่นเดียวกัน เพราะน้องไม่จำเป็นต้องนำ voucher ว่า จ่ายค่าที่พักให้โรงแนมนั้นแล้วไปแสดงเวลาสอบสัมภาษณ์ค่ะ น้องเพียงแสดงให้ท่านกงสุลเห็นว่า น้องวางแผนจะไปอยู่ที่ไหนเท่านั้นเองค่ะ

      หมายเหตุ ไม่ต้องกังวลเรื่องที่ส่งคำถามเข้ามามากค่ะ พี่ยินดีช่วยให้คำอธิบายค่ะ

      1. จะทำอย่างไรดีคะ พอดีกรอกในd160 เสร็จแล้ว เข้าใจว่า หากเราปริ๊นท์เพื่อตรวจทานแล้วหากเจอข้อผิดจะได้เห็นชัดเจน แต่การปริ๊นท์ออกมานี่เค้าถือว่าเราลงนาม เสร็จแล้ว แก้ไขไม่ได้หรอคะ คราวนี้บังเอิญมาเจอ วันเดือนปีเกิดของพ่อแม่ผิดไป ทำยังไงดีคะ หรือจำเป็นต้องซื้อพินใหม่ กรอกใหม่ หรือว่าควรทำยังไง ปล่อยไป แล้วเค้าจะเช็คหรือป่าวคะ ว่าถูกต้องหรือไม่ พอดี สับสนคศ กับ พศ เลยลงเลยผิดไป ควรแก้ไขยังไงดี รบกวนแนะนำด้วยอ่ะค่ะ เอ๋อมาก คิดว่าตรวจแล้ว แต่ดันมาพลาดตรงนี้ ตรงอื่นถุกต้องสมบูรณ์แล้วคร่า ปวดใจเลย

        1. น้อง Chatchanant คะ มี 2 ทางเลือกคือ
          1. ปล่อยไปแล้วเข้าไปบอกเจ้าหน้าที่ในสถานทูตเพื่อขอลบแก้ไข เพราะเป็นความผิดที่ไม่ใช่ส่วนสำคัญของน้องซึ่งเป็นผู้ขอ
          2. กรอก DS-160 ใหม่อีก 1 ครั้งแล้ว print DS-160 Confirmation Number หมายเลขใหม่ออกมาพร้อมทั้งนำทั้งสองหมายเลขไปยื่นให้กงสุลดู ไม่มีปัญหาเพราะสามารถชี้แจงได้ว่า มีการกรอกบางส่วนในแบบฟอร์มผิด และได้แก้ไขใหม่ให้ถูกต้องแล้วค่ะ

          1. ขอบคุณมากๆนะคะ ที่ตอบคำถามให้กระจ่างชัดเจนมาก ว่ามีทางเลือก สองทาง คือ พิมพ์ds160ใหม่ กับ ไปอธิบายให้เค้าฟัง เพราะเราพิมพ์วันเดือนปี พ่อกับแม่ผิด เพราะสับสน คศ กับ พศ แต่ยังมีข้อสงสัยอีกสองประการในส่วนคำถามนะคะ
            1. คำว่า ten printed คือการสแกนนิ้วมือ 10นิ้ว ซึ่งคำถามนี้หมายความว่า เราเคยสแกนมั้ย แต่ที่สงสัยคือ สถานที่สแกนตอนที่เคยไปทำวีซ่ารึป่าว เพราะตอนที่เคยขอวีซ่าและได้วีซ่า เป็นปี 2002 และนี่ก้อใกล้จะหมดอายุ 10 ปี แล้ว ก้อเลยงงๆ เพราะตอนแรกสอบถามเพื่อน เพื่อนบอกว่า เค้าน่าจะหมายถึงสแกนเมื่อเราได้เดินทางไปที่อเมริกา หรือประเทศที่มีการให้สแกน 10 นิ้ว เลยสงสัยกับคำถามนี้คร่า ข้องใจอย่างมาก เพราะเข้าไปเสริจหา มีคนเขียนว่า ถ้าคนเคยได้ วีซ่าหลังปี 2007 จะเคย ten printed งี้เท่ากับเรายังไม่เคยใช่มั้ยคะ

            2.คำว่า ถูกปฏิเสธ หมายความว่าเค้าจะรู้ได้จาก การประทับตราด้านหลังเล่มวีซ่าหรอคะ ว่าเราเคยถูกปฏิเสธมา คือ เมื่อปี 1996 ได้เดินทางไปฮ่องกงพักฮ่องกง อาทิตย์นึงได้ และจะเดินทางไปแคนาดาต่อ เพื่อนแม่ที่ฮ่องกงเสนอแนะว่า ในเมื่อจะไปแคนาดาตั้งสองอาทิตย์ น่าจะไปขอวีซ่าอเมริกา เพื่อเดินทางข้ามไปเที่ยวอเมริกานะ เราก้อเลยไปต่อแถวกับคุณแม่ที่สถานทูตอเมริกาที่ฮ่องกงคร่า และเค้าก้อส่งเล่มคืน พร้อมกับประทับตราด้านหลังว่า “US Consulate General Hongkong Application Received on …jun 5, 1996 สงสัยว่า อันนี้นับว่า เรียกว่า เป็นการถูกปฏิเสธหรือไม่ เพราะที่นั่นเค้าบอกว่า เราควรต้องทำวีซ่าที่ประเทศไทยนะ สรุปเลยได้ไปแค่ แคนาดา ทริปปี1996

            งวดนี้ เลยต้องสอบถามว่า เราควรตอบ ใช่ หรือ ไม่ใช่คะ ว่าเราถูกปฏิเสธ งงมากเลยคร่า เพราะงงว่า เค้าจะประทับตราว่ายังไงคะท้ายเล่ม หากเราไม่ผ่านวีซ่า มันคือแบบเดียวกันหรือไม่ รบกวนด้วยคร่า

            ขอบคุณคร่า

  84. แต่อาหนูไม่ได้พิการนะค่ะ ส่วนเรื่องการเรียนของกิ๊ก กิ๊กเรียนอยู่ปี3 คณะกิ๊กเรียน5 ปี ปีที่ห้าต้องออกไปฝึกสอนอ่ะค่ะ

    1. ขอให้น้องโชคดีพรุ่งนั้นะคะ เขียนมาส่งข่าวด้วยค่ะ

  85. To American embassy Bangkok Thailand.

    I’m MISS SIRININ WACHUM 21 year old ,I’m student at King Mongkut’s University of Technology Thonburi Bangkok in Thailand,and now a third year student faculty of industrial education and technology in electrical engineering. Academically the program of study in this field of specialization five year.
    I’m have my aunt she name is BLUESKY NA MAEKONG when citizen in Thailand name NAPASI WACHUM now she had been an American citizen. She divorce and she have offspring three name is NINNAPA SLEZAK, ALEXANDER G SLEZAK,ROBERT J SLEZAK.She have open massage theraphy in Malibu,Californai.
    I’m want go to visit my aunt because she got a splint on ankle, she can’t walk always. I’m would go to take care her. Because my mother parents separated when I’m have 3 year old my mother supported, But my father he have new family my father is not supported. So when my mother pass away in 2006 my aunt called to sister Ms.Kantima Portaree 59 year old(government office) accept with me in Sakhonnakhon which is not for from my mother home I’had study in Sakhonnakhon.But my aunt she support financial and other .She have obligation for me I’m want go to U.S.A and take care befor next term academic I’m must to work as in-turn teacher in school.
    แม่กิ๊กเสียชีวิตเพราะโรคปอดเสื่อม กิีกไม่รู้จะเขียนยังไงอ่ะค่ะ แล้วอากิ๊กเค้ามีบัตรที่จอดรถคนพิการอ่ะค่ะ ซึ่งกิ๊กแนบไว้ในเอกสารอ่ะคะ อากิ๊กสามารถมารับกิ๊กได้แต่การเดินทางไม่ค่อยสะดวกเท่าไรอ่ะค่ะ แล้วก็อากิ๊กเค้ามีลูกสามคนส่วนมากอากิ๊กจะไปหาลูกเค้ามากกว่า ลูกเค้าไม่ค่อยมาดูแลอ่ะค่ะ
    พี่ค่ะพอใช้ได้ไหมค่ะ มีอะไรขาดตกตรงไหนยังไง ช่วยกิ๊กแก้ไขหน่อยนะค่ะ ขอบคุณมาค่ะ

    1. ลองดูที่แก้ไขให้คร่าวๆนะคะ น้องกิีก

      20…Prachautid 30, BangMod Road
      Thung Karu,Khet Thung Karu,
      Bangkok 10140

      May 7, 2012.

      The Consular Officer,
      The Embassy of the United States of America
      95 Wireless Road,
      Bangkok 10330

      Dear Sir,

      I the undersigned, MISS SIRININ WACHUM am now studying the third year of Electrical Engineering at the Faculty of Industrial Education and Technology at King Mongkut’s University of Technolgoy, Thonburi Campus (KMUTT). I would like to take this opportunity to explain my family background and my intention to visit my aunt in California for your kind consideration in granting my appropriate visa.

      I have been brought up by only my mother after her divorce in 1994. At that time, I was 3 years old. The reason I knew from my mother was my father would like to remarry with his new woman. I have studied primary and secondary school in ชื่อจังหวัด. My mother died of Byssinosis (ถ้าแม่น้องทำงานในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการทอผ้าจะทำให้ปอดมีปัญหา บางเว็บแปลภาษาอังกฤษตัวนี้ว่า ปอดเสื่อม ลองนึกถึงสภาพแม่ที่ป่วยในตอนนั้นดุนะคะว่า อาการใกล้เคียงหรือไม่ ที่จริงน่าจะถามชื่อโรคจากคุณหมอค่ะ ลองอ่าน http://www.wept.org/website/uploads/ca1cb4ca-1915-dee6.pdf ) in 2006. Then my aunt in California, called Bluesky Na Maekong, assigned my aunt in Sakonnakorn, named Ms.Kantima Portaree to take care of my well-being. Ms.Kantima worked as government official at ชื่อหน่วยงาน in จังหวัด. She has regularly transferred money to Ms. Kantima Portaree’s account to go on raising me until I can complete my bachelor degree in 2014. At that time, I was at senior high school in ชื่อจังหวัด.

      Let me kindly introduce my aunt Bluesky Na Maekong, who is my father’s sister. When she stayed in Thailand, her name was NAPASI WACHUM. She was married with American man who worked as อาชีพ. After having settled down in California, she has given birth to three children, NINNAPA SLEZAK, ALEXANDER G SLEZAK and ROBERT J SLEZAK. However, she got divorce in ปีค.ศ and has run her own business, concerning Thai Massage in Malibu. Her massage business is known as ชื่อร้าน, located at ชื่อที่อยู่ของร้านคุณอา. She has recently fallen from upstairs and her ankle was broken. She could not walk at this time because of the splint on her ankle. Her three children are now staying with their father and have rarely visited their mother. I have only my aunt Ms. Bluesky Na Maekong who always sends money to support my education since my mother died. I can lead my life smoothly and have a good education because of her dedication to me. That is why I would like to do something for the grace of her mercy to my well-being. I will spend three weeks in USA to look after my aunt until she gets better. I have to return to Thailand to register the fourth year at King Mongkut’s University of Technology, Thonburi Campus (KMUTT) in June 2012. The University will open on June 6, 2012 (เดาเอานะคะ). In addition, I cannot travel to visit my aunt after completing the fourth year at KMUTT. I have to prepare a teaching training for high school students during my fifth year. It is a compulsory course before I graduate from KMUTT.

      Your kind consideration for granting me a visa is highly appreciated. I will do a fulfillment of my gratitude to my beloved aunt’s mercy.

      Yours faithfully,

      MISS SIRININ WACHUM

  86. พี่ค่ะกิ๊กอยากคุยกับพี่่ กิ๊กขออีเมล์ได้ไหมค่ะ ถ้าพี่ไม่สะดวกที่จะให้ก็ไม่เป็นไรค่ะ กิ๊กเข้าใจ-__-

    1. ถ้าน้องกิ๊กไม่เข้าใจอะไรเขียนมาถามได้อีกนะคะ

  87. คุณอามีบุตร สามคน แต่ ลูกคุณอาไม่ได้อยู่กับคุณอา ลูกของคุณอาอยู่กับพ่อเค้า ส่วนเรื่องบัตรนักศึกษา กิ๊กขอใบ transcrip ค่ะ ตอนนี้ที่กิ๊กห่วงก็มีแต่เรื่องความสัมพันธ์อ่ะค่ะ

    1. น้องกิีกคะ ที่พี่ถามว่าคุณอามีบุตรไหม เพราะกงสุลอาจจะอยากถามน้องเพื่อประเมินว่า คุณอาไม่มีคนดูแลที่อเมริกาหรือ จึงต้องให้น้องไปทำหน้าที่นั้นค่ะ เพราะฉะนั้นน้องควรเตรียมตรงจุดนี้ไว้ด้วยว่า ถ้ามีคำถามมา ควรตอบอย่างไรค่ะ เช่น ท่านมีลูกสามคนแต่ลูกๆของคุณอาอยู่กับคุณพ่อ เพราะคุณแม่ของเด็กๆสามคนก็คือคุณอาอยู่ในสถานะหย่าร้างเป็นต้นค่ะ ท่านจึงไม่มีคนคอยดูแลค่ะ

  88. เอกสารส่วนของหนู
    บัตรรับรอง นักศึกษา
    บัตรนักศึกษา
    บัตรประชาชน
    ใบรับรองความประพฤติ
    ใบเกรด
    ทะเบียนบ้าน (ชื่อหนูอยู่ที่ทะเบียนบ้านแม่ค่ะ)
    กิ๊กควรเอาเอกสารการกู้ยืมเงิน กยศ กู้ยืมเพื่อการศึกษาไปดีไหมค่ะ
    ส่วนของอาหนู
    จดหมาย(เป็นจดหมายเขียนเชิญหนูให้ไปเยี่ยมค่ะ เป็นภาษาท้องถิ่นที่เราใช้คุยกัน)
    passpost
    เอกสารเสียภาษี
    แบบฟอร์ม ที่พี่ให้หนูอ่ะค่ะ
    บัญชีย้อนหลังตั้งแต่เดือน ธ ค – เมษา
    ใบรับรองแพทย์ว่าผ่าตัดขา ขาหัก
    ส่วนของป้าหนูที่พี่บอกหนูว่าคสรหา สปอนร์เซอร์อีกทางหนึ่ง
    บัตรข้าราชการบัตรประชาชน
    บัญชีย้อนหลังหกเดื่อน (บัญชีติดลบเป็นไรไหมค่ะ)
    ทะเบียนบ้าน

    พี่ค่ะกิ๊กว่าจะบอกเจ้าหน้าที่ว่า กิ๊กคิดถึงอา อยากไปเยี่ยมซึ่งตอนนี้ขาหัก มาเมืองไทยไม่ได้ เราไม่ได้เจอกันมานานมากเเล้ว ส่วนเหตึผลที่อาสงเสียต่อจากคุณแม่เพราะ คุณพ่อมีครอบครัวใหม่แถมยัง ติดสุรา ไม่สามารถเลี้ยงดูหนูได้ อาก็เลยอยากส่งเสียหนูต่อจากคุณแม่ ซึ่งอาหนูจให้ป้าค่อยเป็นผู้ปกครองในช่วงที่คุณแม่เพิ่งเสีย จนหนูย้ายเข้ามาเรียนที่ กท พอช่วงปิดเทอม ก็กลับไปเยี่ยมคุณป้าอยู่เป็นประจำ พี่ค่ะกิ๊กควรเขียนจดหมายให้เจ้าหน้าที่สถานทูตไหมค่ะ ถ้าเขียนเป็นภาษาไทยจะเป็นไรไหม ถ้าต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษหนูคงต้องไปให้ร้านแปลให้อ่ะค่ะ การเดินทางครั้งนี้หนูอาจจะได้ไปคนเดียว ถ้าหนูได้ vis aอ่ะค่ะ
    พี่ก็พอรู้ประวัติหนูบ้าง พี่พอมีไอเดีย อะไรช่วยหนูไหมค่ะ หนูกังวล กลัวตอบผิดๆๆถูกๆๆอ่ะค่ะ ขอบคุณมากนะคะ่

    1. น้องกิีกคะ น้องทำจดหมายแนะนำตัวน้องเองว่า น้องกำลังเรียนอยู่ปีอะไร สาขาวิชาอะไร ชื่อมหาวิทยาลัยอะไร มีวัตถุประสงค์จะไปเยี่ยมคุณอาซึ่งป่วย เพราะเกิดอุบัติเหตุอะไรที่ทำให้ขาหักต้องผ่าตัดขา ทำไมต้องไปเยี่ยมคุณอา เพราะคุณอามีพระคุณที่ได้อุปการะน้องมาตลอด เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่น้องหย่ากัน คุณแม่เสียเมื่อปีพ.ศ.อะไร ด้วยโรคอะไร คุณพ่อสมรสใหม่ ถ้าจะบอกว่าคุณพ่อติดสุรา ภาพจะดูเป็นเชิงลบไหมคะ หรือน้องจะบอกว่า คุณพ่อป่วยด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง มีรายจ่ายในครอบครัวใหม่มาก เพราะคุณแม่มีลูกใหม่ด้วยหรือเปล่าคะ ทำให้คุณอาและคุณป้าต้องรับผิดชอบดูแลน้อง คุณอามีครอบครัวไหม ถ้าไม่มีก็เขียนไปในลักษณะที่ว่า ท่านไม่มีลูกคอยดูแลจึงอยากให้หนูไปเยี่ยมและดูแลท่านประมาณ 3 สัปดาห์ ให้พอท่านถอดเฝือกออกได้ หนูก็จะต้องกลับเพื่อมาลงทะเบียนเรียนต่อที่บางมดค่ะ ถ้าในการสัมภาษณ์มีการสอบถามว่า ใครจะไปรับน้องกิีกที่สนามบินก็คงต้องบอกว่าเป็นคุณอาผู้ชายสามีคุณอา ถ้าคุณอาไม่ได้แต่งงานก็บอกว่าคุณอาจะให้เพื่อนคุณอาไปรับที่สนามบิน เป็นต้นค่ะ ส่วนคำถามที่ถามว่า จดหมายเขียนเป็นภาษาไทยได้ไหม คงไม่ได้ค่ะ รบกวนน้องกิ๊กทำเป็นภาษาอังกฤษด้วยค่ะ สมัยใหม่นี้ น้องกิีกมีตัวช่วย เช่น Google translate หรือ Google แปลภาษา คงพอช่วยน้องประหยัดค่าแปลได้บ้าง หรือจะลองเขียนส่งมาให้พี่ช่วยดูให้ก็ได้ค่ะ

      หมายเหตุ น้องกิีกไม่ได้ขอจดหมายจากมหาวิทยาลัยบางมดเพื่อรับรองความเป็นนักศึกษาหรือคะ เพราะน้องพูดถึงแต่บัตรรับรองนักศึกษา สิ่งที่ต้องใช้คือ จดหมายรับรองจากมหาวิทยาลัยค่ะว่า น้องเป็นนักศึกษาจริง ถ้าน้องจะต้องไปสัมภาษณ์วันอังคารที่ 8 พฤษภาคมนี้ ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว คงต้องเดินหน้าต่อไปด้วยการนำบัตรรับรองนักศึกษาไปค่ะ ส่วนใบเกรดก็เช่นเดียวกันน้องหมายถึง Transcript ที่ออกมาโดยมหาวิทยาลัยใช่ไหมคะ ถ้าใช่ก็ถูกแล้วค่ะ ถ้าไม่ใช่ก็เช่นเดียวกับจดหมายรับรองความเป็นนักศึกษา คือต้องใช้ไปแบบที่มี เพราะขอใหม่ไม่ทันแล้วค่ะ

  89. พี่govisa ค่ะกิ๊กกังวลและตื่นเต้นมากค่ะ จะไปสัมภาษณ์วันที่8 พ ค นี้ค่ะ กิ๊กจำเป็นต้องมี stament ของกิ๊กไหมค่ะ ซึ่งกิ๊กเป็นนักศึกษาอยู่อ่ะค่ะ และจำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์ ว่าสุขภาพร่างกายสมบรูณ์ไหมค่ะ

    1. น้องกิ๊กคะ พี่ดีใจนะคะที่น้องกิีกยังติดต่อกลับมาคุยด้วยอีก ตอนแรกเห็นหายเงียบไปเลย พี่จึงคิดว่า น้องผ่านขั้นตอนการสัมภาษณ์และบินไปแล้วค่ะ จริงๆแล้วผู้ขอวีซ่านักท่องเที่ยว ควรจะเตรียมพร้อมมีบุ๊คบัญชีเงินฝากของตนเองด้วยเผื่อกงสุลถามถึง แต่การที่น้องบอกว่าน้องยังเป็นนักศึกษาอยู่ ให้ใช้บัญชีผู้ปกครองแทนได้ค่ะ ส่วนใบรับรองแพทย์ไม่ได้ใช้ในการขอวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกานะคะ เพียงแต่ case ของน้อง ถ้าจำไม่ผิดจะมีเรื่องยุ่งๆเกี่ยวกับผู้ค้ำประกันและคุณแม่ที่เพิ่งเสียไป อาจทำให้ดูเหมือนไม่ค่อยมีความผูกพันว่า น้องจะกลับเมืองไทยเท่าไรนัก พี่แนะนำให้น้องเตรียมพร้อม present ตัวน้องเองให้ดีๆเรื่องแผนการเดินทางไปเที่ยวว่า จะไปเที่ยวนานกี่สัปดาห์ และไปเที่ยวที่ไหนบ้าง พักอยู่กับคุณอา น้องควรมีข้อมูลหรือพอทราบบ้างว่า คุณอาทำอะไรอยู่ที่ไหนนะคะ มีรายรับเท่าไร หรือมีคนงานกี่คนค่ะ หลังจากเที่ยวจบ น้องจะกลับเมืองไทย เพราะ 1 อาจจะกลับมาเรียนต่อ หรือ 2 กลับมาเพื่อหางานทำในเมืองไทย ถ้ากงสุลถามถึงคุณพ่อก็อาจจะตอบไปเลยวา ท่านมีครอบครัวใหม่แล้ว อาจจะทำให้ความผูกพันระหว่างน้องกับท่านลดลง แต่คุณอาซึ่งเป็นน้องของคุณพ่อก็ยังดูแลน้องดีอยู่ ไม่ทราบว่า พี่คาดเดาเรื่องราวของน้องถูกหรือเปล่านะคะ อีกประการหนึ่ง พี่จำไม่ได้ว่าน้องเรียนอยู่ปีไหน และต้องกลับมาเรียนต่ออีกหรือไม่ค่ะ ถ้ากลับมาเรียนต่อ อย่าลืมขอใบรับรองนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย และ transcript ของที่เรียนที่บางมดไปให้กงสุลดูด้วยค่ะ โชคดีค่ะ

  90. ตอนทำการนัดวันสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาออนไลน์ แจ้งหมายเลขยืนยันแบบฟอร์ม ดีเอส-160 ผิดไปหนึ่งตัว เพราะอ่านผิด จากหมายเลข 5 เป็นตัว S เพิ่งมาสังเกตเห็นทีหลัง จะเป็นปัญหาไหมคะ รบกวนด้วยค่ะ

    1. น้อง Sushi คะ ไม่มีปัญหาค่ะ แนะนำให้เขียนไปแจ้งความผิดพลาดตรงนี้ไว้กับ [email protected] น้องอาจจะ print เก็บไว้ตั้งแค่เนื้อความที่น้องเขียนไปรายงานความผิดพลาด เมื่อเขาตอบกลับมาให้ print ออกมาเป็นหลักฐานอีกด้วย เพื่อยื่นให้เจ้าหน้าที่สถานทูตดูในวันไปสัมภาษณ์ว่า เราทราบความผิดพลาดและแจ้งทางสถานทูตแล้วและได้รับคำตอบมาดังนี้ เป็นต้นค่ะ

      1. ขอบคุณมากค่ะ ได้ความคืบหน้ายังไงจะมาอัพเดทให้ฟังนะคะ

  91. ขอโทษนะคะ พอดีกรอกเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาผิดอ่ะค่ะ ตรงที่ให้ระบุว่าเรามีการศึกษาระดับใด ต่ำกว่าประถมหรือไม่ ตรงนั้นดิฉันตอน yes ไป ทั้งที่จริงอยู่ระดับปริญญาตรี อันนี้ต้องไปแก้มั้ยค่ะ

    1. น้อง Momm คะ ถ้าเพิ่งกรอกเสร็จเดี๋ยวนี้ ยังไม่สายเกินไปที่จะกลับไปแก้ก่อน submit นะคะ แต่ถ้า submit ไปแล้วจะกรอกใหม่ก็ดีค่ะ ข้อมูลจะได้ถูกต้องค่ะ

  92. ขอปรึกษาค่ะ พอดีจะพาพ่อกับแม่อายุ 60,70 ปี ที่ไม่ได้ทำงานแล้ว ไปเที่ยว new york ค่ะ 2 อาทิตย์ส่วนตัวมี visa เรียบร้อยแล้ว และจะเป็น sponsor ให้พ่อกับแม่เอง พอดีจะไปเยี่ยมน้องชายที่เรียนภาษาอยู่ที่นั่น ถือ I-20
    1.ไม่ทราบว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรให้ท่านบ้าง ส่วนบัญชีของท่านไม่ได้มียอดเงินมาก ไม่ต้องแสดงได้ไหมคะ กะว่าจะยื่นเอกสารวีซ่าของตัวเอง ใบรับรองการทำงานและรับรองเงินเดือน และ book bank ยอดประมาณ700000 แต่มีบัญชีฝากประจำอีกหลายบัญชีประมาณ 500000 ไม่แน่ใจว่าต้องขอ statement ด้วยไหมคะ
    2. ตอนกรอกข้อมูล เห็นเคยอ่านในบางกระทู้บอกว่่ไม่ควรบอกว่ามีคนรู้จัก จะทำให้ขอได้ยากขึ้น แต่เรามีน้องชายถือ I-20 อยู่ เลยจะกรอกข้อมูลตามนั้น แต่ที่พัก กะว่าจะเป็นที่โรงแรม เพราะน้องพักกับเพื่อน คงไม่สะดวกให้ไปพักเพิ่มอีก 3 คน จะมีปัญหาไหมคะ หรือควรกรอกที่อยู่น้องไปเลยดี
    3. พ่อเคยไปทำงานที่ USA ค่ะ แต่ประมาณ 20 ปีแล้ว เคยได้ green card แต่กลับมานานแล้ว passport เดิมก็หาย จะต้องกรอกข้อมูลส่วนนี้ไหมคะ
    4. เราจะสามารถเข้าไปสัมภาษณ์เป็นเพือ่นท่านได้ไหมคะ กังวลว่าจะตอบไม่ถูก เพราะส่วนใหญ่เราเป็นคนกรอกข้อมูลเอง
    ขอบคุณมากๆค่ะ

    1. น้อง Nuch คะ ขอตอบคำถามทีละข้อของน้องดังนี้คือ

      1. น้องสามารถเป็น sponsor ให้คุณพ่อคุณแม่ของน้องได้ค่ะ และท่านก็แสดงบัญชีของท่านได้ด้วยค่ะ ถึงจะมีน้อยก้ไม่เป็นไร มีหลักฐานไหมคะว่า มีเงินบำนาญเข้าบัญชีทุกเดือนๆละเท่าไรค่ะ ถ้ามีนำไปด้วยค่ะ สรุปหลักฐานที่ต้องแสดงเกี่ยวกับการเงินคือ จดหมายรับรองฐานะการเงินจากบัญชีของตัวท่านเองและบุ๊คบัญชัเงินฝากตัวจริง หลักฐานเสริมอื่น เช่น ที่มาของรายรับแต่ละเดือน ส่วนของน้องแสดงจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารทั้งยอด 700,000 และยอดประจำประมาณ 500,000 ตามที่เขียนเล่ามานะคะ พร้อมทั้งจดหมายรับรองการทำงานและเงินเดือนของน้องค่ะ

      2. น้องชายของน้องก็คือลูกชายของคุณพ่อคุณแม่ ท่านมีสิทธิ์ไปเยี่ยมลูกชายที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ได้ค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ และสำหรับที่พักแจ้งเป็นที่โรงแรมไปดีแล้ว เพราะจะไปกันตั้ง 3 คนค่ะ ห้องที่ลูกชายเช่าไว้คงไม่พอให้คนอีก 3 คนไปอยู่เพิ่ม และ Landlord ที่เป็นเจ้าของที่พักบางท่านอาจใช้สิทธิตำหนิน้องชายได้ด้วยว่า ทำผิดระเบียบการเข้าพักค่ะ

      3. พ่อเคยมี Greencard จะมี record ขึ้นในคอมพิวเตอร์ค่ะ ดังนั้น กงสุลท่านอาจถามว่า คุณจะ Terminate Greencard หรือไม่ ให้น้องลองเข้าไปอ่านที่เว็บไซต์ http://www.usfamilyvisa.com/uscis-offices/bangkok.html หัวข้อ Form I-407
      Relinquishment of Legal Permanent Resident Status (Giving up your green card) หรือลองไปสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ U.S. Citizenship and Immigration Services,Sindhorn Building,Tower 2, 15th Floor,130-132 Wireless Road,Bangkok 10330, Thailand ดูนะคะว่า จำเป็นต้องยกเลิก Greencard ก่อนหรือไม่ค่ะ ในฟอร์ม DS-160 มีคำถามเกี่ยวกับ SSN หรือ Social Security Number ก็ต้องแจ้งหมายเลขไป และมีคำถามว่า เคยมี driver license หมายเลขอะไร ถ้าทราบก็ควรแจ้งไปด้วยค่ะ ถือว่า เราให้ข้อมูลที่แท้จริงค่ะ อย่างไรก็ดีสถานทูตเช็คชื่อคุณพ่อได้ค่ะว่า เคยมี Greencard

      4. น้องไม่สามารถเข้าไปเป็นเพื่อนคุณพ่อคุณแม่ได้ค่ะ น้องทำได้เพียงแค่ xerox passport ของน้อง และ xerox หน้าที่มีวีซ่าเข้าอเมริกาของน้องให้คุณพ่อคุณแม่ติดมือเข้าไปด้วย โดยให้ท่านแจ้งเจ้าหน้าที่ในสถานทูตว่า ท่านไม่ได้เป็นกรอกฟอร์ม DS-160 ลูกสาวเป็นคนกรอกให้ ท่านต้องตอบคำถามนี้กับเจ้าหน้าที่ในสถานทูตแน่นอนค่ะว่า กรอกฟอร์ม DS-160 เองหรือเปล่านะคะ ท่านแจ้งเพิ่มได้ว่า ลูกสาวมีวีซ่าอยู่แล้ว พร้อมยื่นเอกสารสำเนาของน้องห้เจ้าหน้าที่ดู และลูกสาวจะร่วมเดินทางไปด้วยกันครั้งนี้ เพื่อไปเยี่ยมน้องชายค่ะ

  93. สวัสดีคะ คุณ Govisa เกี่ยวกับคำขอวีซ่าที่ตกตัวอักษรไปนั้นได้คุยกับเจ้าหน้าที่ที่สถานทูตอเมริกาแล้วแจ้งว่าถ้าความหมายตรงกับชื่อก็ไม่มีปัญหา เลยเข้าไปสัมภาษณ์รอบบ่าย หลานบอกว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตใจดีมาก เข้าไปสัมภาษณ์กับท่านกงสุลก็ไม่ได้ถามอะไรมากถามว่าไปกี่วันไปเที่ยวที่ไหนบ้าง 2 คำถามแค่นี้จริงๆ แล้วก็ยื่นใบสีฟ้าให้ไปซื้อซองไปรษณีย์ เอกสารที่เตรียมก็ไม่ขอดูเลย ต้องขอขอบคุณ คุณ govisa มากๆ สำหรับทุกคำแนะนำ

    1. ขอบคุณมากค่ะคุณ Thunyarat ที่เขียนมาบอกเล่าเรื่องตัวอักษรที่ตกไปหนึ่งตัวในใบเสร็จค่่าธรรมเนียมวีซ่าว่าไม่เป็นไรค่ะ ดีใจด้วยที่หลานผ่านวีซ่าแล้วนะคะ หลานโชคดีมากที่ท่านกงสุลไม่ได้ถามอะไรมาก หลานคงเป็นคนที่มีบุคลิกดีด้วยค่ะ ขอให้เดินทางปลอดภัยและเที่ยวให้สนุกนะคะ

  94. สวัสดีค่ะ คุณ govisa หนูมีข้อสงสัยมาอีกแล้วค่ะ พอดีใกล้วันสัมภาษณ์แล้วเริ่มระทึก แหะๆ

    1. เรื่องเงินค่ะ อย่างที่เคยบอกว่าคุณแม่เป็นสปอนเซอร์ให้ หนูก็ลิสต์เอกสารให้ท่านเรียบร้อย แต่หนูเพิ่งมารู้เรื่องจำนวนเงินในบัญชีมีแค่ 200K ค่ะ ซื้อมันไม่พอค่าใช้จ่ายสำหรับ 2 คนแน่ๆสำหรับเที่ยว 15 วัน แล้วถ้าจะใส่เงินเข้าไปช่วงนี้ (5วันก่อนสัมภาษณ์) มันจะดูตะหงิดๆไปมั้ยคะ? เพราะปกติที่บ้านไม่ได้เก็บเงินเป็นเงินสดค่ะ แปรเป็นทองคำหมด เพราะฉะนั้น หนูควร
    – ใส่เงินเข้าไปในบัญชี และ/หรือ
    – ถ่ายรูปทองไปให้ดู ว่าเรามีสินทรัพย์อย่างอื่น และ/หรือ
    – เอาสมุดบัญชีของกิจการที่บ้านให้ไปดู (อันนี้มีเงินเข้าออกเยอะค่ะ) และ/หรือ
    – เอาบัญชีคุณพ่อให้ดู (แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสค่ะ คุณพ่อนามสกุลเดียวกับหนู)
    และถ้าเอาบัญชีเล่มอื่นๆไปให้ดู ก็คงขอ statement ไม่ทันค่ะ เพราะติดวันหยุดวันจันทร์ จะเป็นอะไรมั้ยคะ?

    2. หนูยังกังวลเรื่องเอกสารแสดงความผูกพันว่าจะกลับมาประเทศไทยอยู่น่ะค่ะ คือตอนนี้มีจดหมายรับรองว่าจะทำงานกับธุรกิจของครอบครัว, ใบรับรองสถานภาพนิสิต (มหาลัยยังออกใบรับรองจบให้ไม่ได้ค่ะ เพราะกว่าจะอนุมัติจบให้ก็ปลายพ.ค.) นอกจากนั้นแล้วยังมีอะไรที่แสดงอีกได้มั้ยคะ? (เช่น บัญชีฝากประจำที่จะครบกำหนดในสามเดือนข้างหน้า, กำหนดการรับปริญญา, อื่นๆ?)

    3. คุณน้าที่ซื้อพินแยกต่างหาก จะขอสัมภาษณ์พร้อมหนูและแม่ได้มั้ยคะ?

    อาจจะมีคำถามตามมาอีก ต้องขอโทษที่รบกวนและขอบคุณคุณ govisa ล่วงหน้าด้วยค่ะ

    1. น้อง Rilakkuma คะ
      1. ไม่ต้องถ่ายรูปทองคำแท่งไปหรอกค่ะ เพราะกงสุลท่านก็คงไม่แน่ใจว่าใช่ของน้องจริงๆหรือเปล่า หรือตัดมาจากภาพถ่ายในหนังสือพิมพ์เวลาพูดถึงราคาทองคำขึ้นลงค่ะ พี่แนะนำให้น้องนำบัญชีกิจการที่บ้านน้องและบัญชีคุณพ่อไปให้กงสุลดู ถ้ากงสุลท่านจะต้องการขอดู หรือถ้าท่านพูดว่าเงินในบัญชีมีแค่สองแสนบาท ให้น้องหยิบเอกสารการเงินของกิจการที่บ้านและบัญชีคุณพ่อขึ้นมาอธิบายค่ะ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้จดทะเบียนไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะทุกวันนี้มีหลายคู่ที่มีลักษณะนี้ค่ะ น้องอาจจะเตรียมนำทะเบียนบ้านหรือใบเกิด(สูจิบัตร)ไปด้วยก็ได้ เพราะหลักฐานทั้งสองประเภทจะมีการระบุชื่อบิดามารดาของน้อง เท่านี้ก็เป็นการพิสูจน์ได้ว่าบัญชีของผู้ชายที่นำไปแสดงนั้น เป็นบัญชีของคุณพ่อน้องและเป็นสามีของคุณแม่น้องค่ะ
      2. จดหมายรับรองการทำงาน จดหมายรับรองความเป็นนิสิต และถ้าหากเป็นไปได้มี Transcript เผื่อติดมือเข้าไปด้วยก็ดีค่ะ
      3. ถ้าคุณน้าเลือกได้เวลาเดียวกันกับคุณแม่และน้องก็น่าจะลองถามเจ้าหน้าที่คนไทยดูว่า ขอเข้าไปสัมภาษณ์พร้อมกันได้ไหม เพราะจะเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยกันค่ะ

      โชคดีค่ะ ถ้าได้วีซ่าแล้วส่งข่าวด้วยนะคะ พี่จะขอบคุณน้องมากถ้าจะกรุณาแชร์ประสบการณ์ด้วยว่า กงสุลท่านถามอะไรบ้างค่ะ เผื่อคนที่เข้ามาอ่านบล็อกนี้จะได้รับประโยชน์ค่ะ

      1. สวัสดีค่ะคุณ govisa หนูเพิ่งไปสัมภาษณ์มาเสร็จสดๆร้อนๆเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ไว้ก่อนจะลืมค่ะ แหะๆ

        เรื่องเอกสาร สรุปว่าก็เตรียมไปแบบทั่วไปค่ะ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แล้วท่านกงสุลก็ไม่ได้เรียกดูอะไรเพิ่มด้วยค่ะ 🙂

        สัมภาษณ์ได้เข้าไปพร้อมกันสามคนเลยค่ะ

        แต่ช่วงแรกที่ตรวจเอกสารกับเจ้าหน้าที่คนไทย คุณน้าโดนถามเรื่องพาสปอร์ตเล่มที่เคยได้วีซ่าอเมริกาที่ตอนนี้อยู่ไหนไม่รู้ เค้าก็เลยถามหาใบแจ้งความค่ะ เพราะเอกสารราชการหายต้องแจ้งความ ซึ่งน้าหนูไม่ได้แจ้ง.. แอบหน้าซีดกันเลยตรงนี้ แต่ก็ผ่านไป

        ระหว่างสัมภาษณ์กับกงสุล มีบทสนทนาดังนี้ค่ะ
        กงสุล – ไปทำอะไรครับ
        คุณแม่ – ไปเที่ยวค่ะ และพอดีลูกไป wat อยู่เลยจะได้เที่ยวต่อพร้อมกันหลังจบโครงการ
        กงสุล – ตอนนี้ทำงานอะไรครับ
        คุณแม่ – เป็นร้าน…ค่ะ
        กงสุล – สนุกมั้ยครับ
        คุณแม่ – สนุกมากค่ะ ๕๕

        กงสุล – so you have us visa before. work and travel?
        หนู – one for exchange program & one for work & travel 🙂
        กงสุล – เรียนอยู่ปี 4?
        หนู – ค่ะ
        กงสุล – แล้วทำไมปีนี้ไม่ไปเวิร์คอีก
        หนู – มหาลัยติดน้ำท่วม ปิดเรียนไม่ทันวันเริ่มโครงการค่ะ

        กงสุล – ตอนนี้ทำงานอะไรครับ
        คุณน้า – เป็นผู้ช่วยผู้จัดการค่ะ
        กงสุล – ที่ไหนครับ
        คุณน้า – ร้าน…ค่ะ อยู่ที่…ค่ะ
        กงสุล – ที่ร้านขายอะไรครับ
        คุณน้า – ของฝาก ของชำร่วย ของไทยๆค่ะ (คุณแม่แอบแย่งตอบ)

        แล้วกงสุลก็คืนใบสีฟ้ามาให้ไปซื้อซองไปรษณีย์ค่ะ 😀

        ต้องขอบคุณคุณ govisa มากๆเลยนะคะที่เสีบสละเวลาคอยตอบคำถามหนูจนได้วีซ่ากะเค้า
        หวังว่าประสบกรณ์ของหนูจะเป็นประโยชน์สำหรับคนอื่นๆที่กำลังจะขอวีซ่าและผ่านมาเห็นข้อความนี้นะคะ ^^

        1. ดีใจด้วยค่ะน้อง Rilakkuma ขอให้น้องและครอบครัวเดินทางปลอดภัยไปเที่ยวสหรัฐอเมริกานะคะ ^_^ และขอบคุณที่น้องเขียนประสบการณ์มาให้อ่านนะคะ มีประโยชน์มากเลยค่ะ

  95. ขอขอบคุณคะสำหรับคำแนะนำ วันที่ไปยื่นเอกสารที่สถานทูต ได้เรื่องอย่างไรจะมาแชร์ประสบการณ์นะคะ หลานไปท่องเที่ยวคะ

  96. สวัสดีคะ ขอสอบถามข้อมูลคะ
    วันนี้ได้ไปซื้อคำขอวีซ่าอเมริกาให้หลาน แล้วชื่อตกพยัญชนะไป 1 ตัว จะมีปัญหาอะไรไหมหรือว่าต้องไปซื้อคำขอวีซ่าใหม่ จะไปสัมภาษณ์วันที่ 11 เม.ษ นี้แล้ว ชื่อ SITTHIKORN แต่ในใบคำขอวีซ่าเป็น SITTIKORN จะเป็นอะไรไหมคะ

    1. น้อง Thunyarat คะ ปกติสถานกงสุลจะเข้มงวดเรื่อง”ชื่อ-นามสกุลและวันเดือนปีเกิด“มากๆว่า จะผิดไม่ได้นะคะ กรณีการจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่า 4,480 บาทที่ไปรษณีย์ไปแล้ว พี่ก็เห็นใจว่า ราคาค่าวีซ่าแพงพอสมควรอยู่ ถ้าน้องสะกดผิดเพียงตัวเดียวให้หลานพูดกับเจ้าหน้าที่ที่ไปรษณีย์ดูก่อนควรเป็นเจ่้าหน้าที่หน้าตาเดิม(เหตุผลที่เป็นคนเดิมคือ พี่เกรงว่าถ้าเป็นคนอื่นเขาจะอ้างโน่นนี่อะไรหรือเปล่าซึ่งพี่ไม่ทราบค่ะ)ที่น้องไปจ่ายเงินมาว่า เกิดการผิดพลาดขึ้นและยอมรับว่าเป็นความผิดของน้องเองนะคะ น้องจะขอทำการเติมตัวอักษร “H” ลงไปอีกหนึ่งตัวต่อหน้าเขาได้ไหม และเมื่อไปที่สถานทูตก็ให้หลานแจ้งเจ้าหน้าที่ที่ตรวจเอกสารด้วยว่า เกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นค่ะ อย่างไรก็ตามให้หลานเตรียมเงินไป 4,480 บาทด้วย เผื่อเจ้าหน้าที่เขาให้หลานเดินข้ามสะพานลอยไปฝั่งอาคารสินธร จะมีไปรษณีย์ตั้งอยู่ด้านหลังอาคาร หลานจะได้ซื้อค่าธรรมเนียมวีซ่าใหม่แล้วเดินข้ามถนนกลับมาที่สถานทูต แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่ต้องทำอะไรนะคะ เพียงแต่ไปถามที่ไปรษณีย์ก่อนเท่านั้นเอง สำคัญว่าไปรษณีย์จะหยุดทำการช่วงนี้หรือเปล่า ถ้าหยุดทำการ (วันจักรี และวันพระราชทานเพลิง) ให้ลองถามที่ไปรษณีย์กลางที่เป็นสำนักงานใหญ่ของไปรษณีย์ ถ้าไม่ได้ผล อย่าวิตกกังวลเกินไป ให้ทำตามที่พี่บอก คือ ถือใบเสร็จที่สะกดชื่อผิดเข้าไปในสถานทูตและแจ้งเจ้าหน้าที่ พร้อมเตรียมเงินเผื่อไปด้วยค่ะ ถ้าหลานเข้าไปขอวีซ่าเสร็จแล้ว เขียนมาแชร์ประสบการณ์ด้วยนะคะว่า กงสุลท่านถามอะไรบ้างค่ะ หลานไปเที่ยวหรือไปเรียนหนังสือคะ โชคดีนะคะ

  97. วันนี้ได้รับหนังสือเดินทางคืนพร้อมวีซ่าสิบปีค่ะ ขอบคุณค่ะสำหรับคำแนะนำดี ๆ และกำลังใจ อยากจะบอกน้อง ๆ เพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกคนที่ขอวีซ่าแล้วไม่ผ่านก็ไม่ต้องท้อใจนะค่ะ ลองพยายามรวบรวมเอกสารเพื่อแสดงความผูกผันกับครอบครัวและเจตนาของเราอย่างชัดเจนว่าจะกลับเมืองไทยอย่างแน่นอนก็อาจจะมีโอกาสได้รับวีซ่าอย่างดิฉันค่ะ

    1. ขอบคุณน้อง Phanna ที่กรุณาแจ้งมาให้ทราบว่าในที่สุดน้องก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับวีซ่า หลังจากที่ได้ยื่นคำร้องใหม่เป็นครั้งที่สอง พี่ขอแสดงความยินดีกับน้องด้วยค่ะ และขอให้น้องได้ไปเที่ยวอเมริกากับเพื่อนท่านอื่นที่ได้รับวีซ่าแล้วและรอน้องกันอยู่อย่างมีความสุขนะคะ พี่จะขอบคุณเป็นอย่างยิ่งถ้าน้องจะช่วยเล่าเหตุการณ์วันที่ไปขอวีซ่าว่า กงสุลท่านถามอะไรบ้างค่ะ เพื่อให้น้องท่านอื่นที่ประสบความผิดหวังในรอบแรกได้ใช้เป็นกรณีศึกษาค่ะ แต่ถ้าน้อง Phanna ไม่สะดวกเล่าก็ไม่เป็นไรนะคะ ขอขอบคุณอีกครั้งที่แจ้งมาว่า ได้รับวีซ่าแล้วค่ะ

      1. สามารถเล่าได้ค่ะไม่มีปัญหาอะไรแต่เรื่องมันค่อนข้างจะยาวสักหน่อยดิฉันจึงขอสรุปคราว ๆ พอให้คนที่อยากจะลองขอวีซ่าอีกครั้งได้เตรียมตัวและเอกสารให้พร้อมเพื่อจะได้มีโอกาสผ่านเหมือนดิฉัน ซึ่งขั้นตอนก็เหมือนกับการเข้าไปขอวีซ่าครั้งแรกค่ะเพียงแต่ว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ด้านหน้า (จุดสแกนนิ้ว) ถามว่าเคยขอวีซ่ามั๊ยเราก็ต้องบอกว่าถูกปฏิเสธวีซ่าเมื่อไหร่เพราะอะไรค่ะ เจ้าหน้าก็จะถามเราเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยซึ่งผู้ขอวีซ่าจะสามารถแสดงเอกสารเพื่อยื่นเสนอก่อนล่วงหน้า ณ จุดนี้ได้ค่ะ โดยในกรณีของดิฉันในครั้งแรกร้านค้ายังไม่ได้จดทะเบียนดิฉันก็ไปดำเนินการขอจดทะเบียนและยื่นเสนอพร้อมรูปถ่ายของร้านแนบไปด้วยค่ะ (โชคดีที่ร้านของดิฉันเปิดมานานและเป็นที่รู้จักของคนในจังหวัดจึงมีน้องบ้างคนเขียนเวปเกี่ยวกับที่ร้านเพื่อเชิญชวนเพื่อน ๆ ของเค้ามาทานค่ะ) เมื่อเจ้าหน้าที่ถามคำถามเรียบร้อยแล้วก็จะให้หลายเลขซึ่งจะต่างจากของคนอื่น ๆ และบอกให้เรารอนานเล็กน้อยเพราะกงสุลจะตรวจดูเอกสารที่เราได้ยื่นเสนอไว้ก่อนเรียกสัมภาษณ์ค่ะ ดิฉันนั่งรอด้านในประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถูกเรียก (ตอนแรกคิดว่าจะต้องรอจนหมดคนสัมภาษณ์ซะอีก) ซึ่งกงศุลก็จะถามคำถามที่ดิฉันเคยถูกถามมาแล้วเมื่อขอวีซ่าในครั้งแรกซึ่งครั้งนี้ดีหน่อยที่ดิฉันมีโอกาสได้แสดงเอกสารต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ให้กับกงสุลได้พิจารณา ซึ่งทุกครั้งเมื่อดิฉันตอบคำถามจะเห็นท่านพิมพ์บันทึกไว้ค่ะ เอกสารจะถูกพิจารณาอย่างละเอียดหากมีจุดไหนที่สงสัยกงศุลก็จะถามเราทันทีซึ่งดิฉันมียอดเงินฝากในเดือนกุมภาพันธ์ประมาณสองแสนห้าซึ่งดิฉันได้อธิบายให้กงศุลฟังว่าเป็นเงินจากสลากออมสินที่ครบกำหนด แล้วจึงแสดงสลากออมสินที่ดิฉันยังมีอยู่ให้กับท่านดูค่ะ จากนั้นกงศุลก็จะถามคำถามทั่วๆ ไปเกี่ยวกับเพื่อนของดิฉันที่ส่งจดหมายเชิญมา และเคยไปเที่ยวที่ไหนบ้างซึ่งดิฉันก็ตอบคำถามอย่างชัดเจนและแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคำถามเพื่อยืนยันคำตอบของดิฉันทุกครั้งค่ะ จากนั้นท่านก็ให้ดิฉันไปจ่ายเงินที่ไปรษณีย์ด้านหน้าค่ะ ตอนนั้นดีใจมากเพราะเราเตรียมพร้อมทุกอย่างและเพื่อน ๆ ก็พยายามช่วยเหลือเต็มที่ค่ะ แต่พอจะออกจากสถานทูตเจ้าหน้าที่ด้านหน้าก็บอกให้ดิฉันกับเข้าไปใหม่เพราะด้านในต้องการขอดูเอกสารบ้างอย่างเพิ่มเติม ตอนนั้นตกใจมากค่ะแต่คิดว่าไม่ได้ทำอะไรผิดก็เดินกลับเข้าไปใหม่ซึ่งดิฉันได้ถูกสัมภาษณ์เพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่คนไทยสองคนค่ะ คำถามก็เหมือนกับของท่านกงศุลค่ะจะมีรายละเอียดปลีกย่อยเล็กน้อยค่ะ แล้วเจ้าหน้าที่ทั้งสองก็ให้ดิฉันรอสักครู่เพื่อขอตรวจดูเอกสารอีกครั้งตอนนี้ใจดิฉันเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะแล้วค่ะแต่คิดว่าเป็นไงก็เป็นกันเพราะดิฉันเตรียมตัวมาดีและเอกสารก็มีครบถ้วนแล้ว สักพักเจ้าหน้าที่ก็เรียกดิฉันไปหาแล้วคืนเอกสารซึ่งบางส่วนขอเก็บไว้เพื่อพิจารณาอีกทีค่ะ มาถึงตอนนี้ดิฉันเริ่มสงสัยแล้วว่าจะได้วีซ่าหรือเปล่าเพราะตรวจเอกสารไม่จบสักที แต่ก็ยังใจชื่นที่ทางสถานทูตไม่ได้คืนหนังสือเดินทางดิฉันมา เมื่อกลับมาถึงบ้าน (ขอนแก่น) พ่อดิฉันได้เล่าให้ฟังว่าเจ้าหน้าที่ของสถานทูตได้โทรมาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับดิฉันค่ะ ซึ่งดิฉันตกใจเล็กน้อยและเริ่มเป็นกังวลขึ้นมาเมื่อรู้วว่าพ่อดิฉันบอกกับทางสถานทูตว่าดิฉันเคยไปทำงานที่เวียดนามเมื่อสมัยที่เคยทำงานกับมูลนิธิฯ คนตาบอด ซึ่งจริง ๆ แล้วดิฉัน
        ไปเที่ยวค่ะและในหนังสือเดินทางเล่มเก่าของดิฉันก็มีแสดงหลักฐานให้เห็นตามนั้น แต่ด้วยความเข้าใจผิดของพ่อจึงตอบไปแบบนั้นเพราะช่วงจังหวะที่ดิฉันไปเที่ยวพ่อก็ไปประชุมที่เมืองเดียวกันค่ะ และคำถามคือสาเหตุที่ดิฉันออกจากงานซึ่งก่อนหน้าที่ดิฉันจะลาออกสองเดือนลูกน้องของดิฉันถูกกระชากกระเป๋าในซอยของสำนักงานค่ะ และเมื่อไปแจ้งความก็ได้ทราบว่าเกิดเหตุการณ์ลักษณะคล้าย ๆ กันหลายรายแล้วแต่ตำรวจยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ ซึ่งดิฉันได้ไปเล่าให้ทางบ้านฟังทำให้ที่บ้านเป็นห่วงเพราะดิฉันพักอยู่บริเวณสำนักงาน และพ่อดิฉันเข้าใจผิดคิดว่าดิฉันเป็นคนถูกกระชากกระเป๋าแล้วบอกเจ้าหน้าที่ของสถานทูตไปว่าเพราะอันตรายเลยอนุญาตให้ดิฉันออกจากงานกลับบ้านได้ค่ะ ตอนแรกดิฉันก็สงสัยว่าทำไมเจ้าหน้าที่ถามสาเหตุที่ดิฉันออกจากงาน ดิฉันตอบไปว่าออกมาช่วยที่บ้านเพราะพี่สาวแต่งงานเลยไม่มีคนช่วยน้องสาวและพ่อกับแม่ค่ะ ซึ่งนั้นก็เป็นความจริงค่ะและเพราะอันตรายจากบริเวณที่ทำงานก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ดิฉันตัดสินใจกลับบ้านด้วยค่ะ เจ้าหน้าที่ก็ได้ถามย้ำว่ามีสาเหตุอื่นหรือไม่ดิฉันก็ตอบไปว่าไม่เพราะไม่เคยคิดถึงเรื่องกระชากกระเป๋าของน้องที่ทำงานค่ะ พอทราบว่าพ่อคุยอะไรไปบ้างก็เริ่มกังวลใจแล้วว่าพ่อตอบคำถามไม่ตรงกับเราก็กลัวว่าทางสถานทูตจะว่าเราโกหกแต่คิดว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้วจนวันนี้ได้รับหนังสือเดินทางคืนพร้อมวีซ่าก็รู้เลยว่าถ้าเรามีความพยายามมากพอและชัดเจนในเจตนาของตนก็จะประสบความสำเร็จได้ค่ะ ต้องขออภัยที่เขียนยาวไปหน่อยนะค่ะ หวังว่าเรื่องของดิฉันจะเป็นส่วนที่ช่วยสร้างกำลังใจให้กับคนที่จะไปขอวีซ่าอีกครั้งนะค่ะ

        1. ขอบคุณน้อง Phanna ที่กรุณาแชร์ข้อมูลๆที่น้องให้มามีประโยชน์มากๆค่ะ พี่มั่นใจว่า ถ้าน้องทุกคนตั้งใจเตรียมเอกสารให้พร้อม ไม่ทำอะไรแบบไม่ตั้งใจหรือไม่เตรียมตัวให้ดี สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้น้องผ่านวีซ่าได้ค่ะ เที่ยวให้สนุกนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

  98. จริง ๆ อยากจะแชร์ประสบการณ์ในการสัมภาษณ์ืครั้งที่สองมากค่ะแต่พอดีเรื่องมันค่อนข้างยาวมากค่ะยังไงก็จะพยายามสรุปรวบยอดแล้วแชร์อีกครั้งนะค่ะ แต่มีข้อสงสัยอย่างหนึ่่งค่ะว่าถ้าหากเราไม่ได้รับหนังสือเดินทางคืนแสดงว่าได้วีซ่าใช่มั๋ยค่ะ หรือเคยมีกรณีที่ได้รับคืนหนังสือเดินทางทีหลังแต่ไม่ผ่านวีซ่า หรือได้วีซ่าตามจำนวนวันที่ขอค่ะ อยากทราบมากค่ะ

    1. น้อง Phanna คะ ยินดีด้วยนะคะที่น้องได้รับวีซ่าแล้วค่ะ สถานทูตจะส่งหนังสือเดินทางพร้อมประทับตราวีซ่าให้กลับมาที่บ้านน้องด้วยไปรษณีย์ด่วน EMS ค่ะ ถ้าถามว่ามีเปอร์เซ็นต์ของการไม่ผ่านไหม เท่าทีพี่เคยเห็นนะคะ คือถ้ากงสุลไม่ให้วีซ่าจะบอกเลยว่าไม้ให้น้องผ่านวีซ่าค่ะ และคืนหนังสือเดินทางให้น้องในวันนั้นค่่ะ อย่างไรก็ตาม เคยมีกรณีไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ค่ะที่กงสุลท่านนำเรื่องไปพิจารณาอีกครั้งและตัดสินใจไม่ให้วีซ่า เพราะเคยมีน้องผู้หญิงท่านหนึ่งมีกรณีนี้เกิดขึ้นแต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดนานหลายปีมากแล้วค่ะ สังเกตคำถามและคำตอบของน้องระหว่างสัมภาษณ์ ลองให้คะแนนดูนะคะว่า น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่พึงพอใจอยู่ไหมคะ ถ้าทุกอย่างดูเป็นบวกก็ผ่านแน่นอนค่ะ ขอให้น้องประสบความสำเร็จได้เดินทางไปอเมริกาพร้อมเพื่อนๆค่ะ

  99. ตื่นเต้นมากพรุ่งนี้จะต้องสัมภาษณ์แล้ว เอกสารทุกอย่างคิดว่าน่าจะเพียงพออ้างอิงจากการที่ถูกปฏิเสธในครั้งแรก พอดีคุยกับเพี่อนเค้าแนะนำให้พิมพ์อีเมลล์เก่า ๆ ที่แรกเริ่มรู้จักกับเพื่อน (เจ้าของจดหมายเชิญ) ว่ารู้จักกันมานาน (ตั้งแต่ปี 2008) ซึ่งเราไม่ได้โกหกพราะดิฉันบอกกงศุลไปว่ารู้จักกับเพื่อนทางเน็ตไปแสดงด้วยค่ะ แล้วก็โชคดีที่น้องที่ทำงานเก่าช่วยเดินเรื่องขอจดหมายรับรองจากผู้อำนวยการ (ดิฉันเคยทำงานอยู่องค์กรสาธารณกุศลมาก่อนประมาณเกือบ 10 ปี แล้วค่อยลาออกมาช่วยกิจการที่บ้านเพราะไม่มีคนช่วยพ่อกับแม่ค่ะ) ซึ่งท่านก็ใจดีช่วยออกให้ว่าดิฉันเคยปฏิบัตงานที่มูลนิธิฯ นี้จริง ๆ ค่ะ ไม่แน่ใจว่าจะพอสนับสนุนเหตุผลที่เรามีความผูกผันกับครอบครัวจึงลาออกมาดูแลพ่อกับแม่ได้รึเปล่า ซึ่งตอนนั้นดิฉันมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการสำนักงานมูลนิธิฯ ที่กรุงเทพฯค่ะ ค่อนข้างกังวลแล้วก็ตื่นเต้น แต่ทุกคนที่รู้ว่าดิฉันจะไปขอวีซ่าอีกครั้งและเตรียมเอกสารอะไรบ้างคิดว่าน่าจะผ่านค่ะตอนนี้ดิฉันเองก็ไม่แน่ใจนักเพราะไม่รู้ว่ากงศุลจะคิดเหมือนที่เราคิดรึเปล่า ยังไงพรุ่งนี้รู้ผลแล้วจะมาแชร์อีกรอบนะค่ะ เผื่อใครที่ต้องการจะขอวีซ่าครั้งที่สองจะได้มีแนวทางในการเตรียมตัวค่ะ

    1. พี่จะคอยฟังข่าวจากน้อง Phanna ค่ะ พี่แอบลุ้นน้องอยู่เช่นเดียวกันนะคะ เพราะพี่เห็นใจในความพยายามของน้องมากๆค่ะ เอาใจช่วย ขอให้โชคดีนะคะ

  100. อ่อยังค่ะ สัมภาษณ์วันที่สิบสอง เมษาอ่ะค่ะ คือตอนนี้ไม่พร้อมเรื่องการปิดเทอมค่ะ เลยถามไว้ ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน ถ้ากิ๊กไม่ได้ไปกิ๊กต้องไปยกเลิมภาษณ์ในอินเทอร์เน็ตก่อนวันสัมภาษณ์สองวันใช่ไหมค่ะ ขอบคุณค่ะ

    1. น้องกิ๊กดูที่ใบนัดวันสัมภาษณ์ที่น้อง Print ออกมาว่า เขากำหนดให้วันสุดท้ายในการแก้ไขวันนัดสัมภาษณ์คือวันอะไรค่ะ ให้แก้ไขก่อนวันนั้นนะคะ โชคดีค่ะ

  101. คำถามของคุณ Mallika อ่ะค่ะคุณ govisa แล้วเราต้องไปยกเลิกวันสัมภาษณ์ในเวปด้วยใช่ไหมค่ะ แล้วการยกเลิกวีซ่าเนี้ยจะมีผลกระทบอะไรกับเราในอนาคตไหมค่ะ คือแบบว่าถ้่สอบสัมภาษณ์ในครั้งต่อไปจะผ่านไหม

    1. น้องกิ๊กเข้าไปสัมภาษณ์หรือยังคะ กงสุลถามอะไรน้องบ้างคะ คำถามคล้ายๆกันกับของน้อง Mallika พี่เคยลองโทรศัพท์ถามเจ้าหน้าที่ในสถานกงสุล ท่านอธิบายว่าถ้าไม่ได้มาในวันสัมภาษณ์เพราะติดธุระก็ไม่เป็นไร ถ้าจะมาสัมภาษณ์คราวหน้าให้ทำเรื่องซื้อพินนัดวันสัมภาษณ์ กรอกฟอร์ม และทำนัดวันสัมภาษณ์เข้าไปใหม่ค่ะ ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรต่อการสัมภาษณ์ค่ะ

  102. สวัสดีค่ะ ขอสอบถามเรื่องการ ยกเลิกการนัดสัมภาษณ์วีซ่าค่ะ คือต้องการยกเลิกวันนัดสัมภาษณ์วีซ่าไปเลยอ่ะค่ะ ไม่ได้เลื่อน เนื่องจากว่า ไม่ได้ไปปีนี้แล้วอ่ะค่ะแล้วก็ไม่รู้ว่าจะพร้อมอีกทีเมื่อไหร่ จึงเกิดข้อสงสัยดังนี้
    1. PIN ที่ซื้อมาใช้ไปหมดแล้ว ต้องซื้อใหม่เพื่อกดยกเลิกมั้ยคะ
    2. หากไม่กดยกเลิก แต่ไม่ได้ไปสัมภาษณ์จะเกิดปัญญหาอะไรมั้ยคะ
    3. ข้อมูล DS-160 ที่เคยกรอกไว้ จะถูกเก็บไว้กี่ปีคะ
    4. หากในปีหน้าอยากจะไปขอใหม่ จะใช้ข้อมูลจาก DS160 อันเก่ามั้ยคะ

    1. น้อง Mallika คะ
      1. พินที่ซื้อมาใช้หมดแล้วก้ไม่ต้องทำอะไรไม่ต้องวื้อพินใหม่เพื่อยกเลิกค่ะ
      2. ถ้าไม่ไปสัมภาษณ์ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าน้องไม่สบายใจจะเขียนอีเมล์แจ้งเขาว่าไม่ไปเพราะอะไรก็ได้ค่้ะ
      3. ถ้าน้องอ่านกระทู้ที่หลายท่านเขียนมา จะเห็นได้ว่าบางคนกรอก Ds-160 หลายคนเพราะอาจจะกรอกผิดแก้ไขไม่ได้เลยกรอกใหม่ค่ะ ดังนั้นถ้าครั้งนี้ น้องตัดสินใจไๆม่ไปขอวีซ่า ก้ไม่ต้องกังวลอะไรเกี่ยวกับ DS-160 ค่ะ
      4. ถ้าปีหน้าตะไปใหม่ กรอก DS-160 ใหม่ อย่าไปใช้ใบเก่าเลยค่ะ

  103. รบกวนถามค่ะ ได้ซื้อ pin ขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เมื่อวันที่ 8/03/12 แต่ยังไม่ได้โทรไปจองวันสัมภาษณ์ เป็นอะไรหรือเปล่าค่ะ และขั้นตอนต่อไปต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ (ได้ทราบมาว่าวันสัมภาษณ์จะว่างก็ต้องเลยวันที่ 22 พ.ค.55 ไปแล้วค่ะ

    1. น้อง Yavanart คะ พี่ได้ตอบคำถามน้องไปแล้วค่ะ พินมีอายุการใช้งานนาน 3 เดือน ถ้าน้องไม่ confirm วันนัดสัมภาษณ์ภายใน 3 เดือน พินจะหมดอายุใช้งานไม่ได้ค่ะ ดังนั้นน้องก็ต้องหมั่นโทรไปถามเจ้าหน้าที่เพื่อหาวันนัดที่ว่าง เพราะวันที่ทราบว่า จะว่างคือ 22 พฤษภาคมใช่ไหมคะ ถ้าน้องไม่ได้จองคนอื่นอาจจองไปก่อนน้องได้ ทำให้ไม่มีวันว่างก็ต้องรอกันต่อไปค่ะ อย่างที่บอกน้องคือ ถ้าเลย 3 เดือนพินก็จะหมดอายุ ต้องซื้อพินใหม่ค่ะ ถ้าน้องจองวันนัดสัมภาษณ์สมมติว่าเป็น 22 พฤษภาคมนี้ และน้องเกิดเปลี่ยนใจ น้องต้องการจะเลื่อนวันนัดสัมภาษณ์ให้เร็วขึ้นก็ต้องโทรไปเจ้าหน้าที่ขอยกเลิกวันนัดเก่าและจองใหม่ จะทำการยกเลิกวันนัดเก่าและจองวันนัดใหม่ได้ 2 ครั้ง หลังจากนั้นน้องจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการเปลี่ยนแปลงวันนัดได้อีกค่ะ ส่วนขั้นตอนการจองพี่ได้อธิบายไปแล้วว่า ให้โทรสัพท์ไปที่ 001-800-13-202-2457 พูดกับเจ้าหน้าที่ปลายสายที่เป็น Call Center เนื่องจากเป็น Call Center อย่าไปคิดว่า น้องจะสามารถถามอะไรมากมายได้ เพราะเจ้าหน้าที่จะพูดตามบทที่เขาได้รับมอบหมายมา ถามคำถามอื่นที่ไม่ได้อยู่ในสิ่งที่เขาถูกเทรนมาให้พูด เขาจะไม่ตอบอะไรทั้งสิ้นค่ะ ถ้าไม่คิดว่ามันนานเกินไปที่จะต้องรอ วันนัดที่ว่างอยู่คือ 22 พฤษภาคม ให้น้องรีบจองไปเถอะค่ะ ยิ่งปลายเดือนมิถุนายนต่อต้นเดือนกรกฎาคมแล้ว คิวนัดสัมภาษณ์จะยิ่งมีน้อย เพราะโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในสหรัฐใกล้เปิดเทอมกัน นักเรียนจะขอนัดวีซ่ากันแน่นมากค่ะ

      โปรดใช้โทรศัพท์ที่บ้านโทรออกไปยังเบอร์ข้างต้น ถ้าจะใช้มือถือโทรออก มือถือต้องมี international roaming ค่ะ

  104. ดิฉันจะซื้อ Pin ทาง online มาถึงขั้นตอนรายละเอียดบัตรเครดิต ก็กรอกไปตามช่องจนกระทั่ง submit ปรากฎว่าไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ ปกติจะได้รับรหัส pin เลยหรือเปล่าคะ ถ้าเป็นเช่นนั้น ทำไมดิฉันถึงทำไม่ได้คะ
    ขอบคุณค่ะ
    สุนันท์

    1. น้อง Sunan คะ ถ้าน้องตัดเงินจากบัตรเครดิตได้ก็จะพบหน้าเว็บไซต์ถัดไปที่จะบอกรหัสของผู้ซื้อพินออนไลน์เป็น W และตามด้วยตัวอักษรผสมกับตัวเลข และมีตัวอักษรให้เลือกว่า Print หรือ Next ส่วนมากก็จะเป็น print หน้ายืนยันการซื้อพินไว้เป็นหลักฐานด้วยแล้วค่อยกด Next เพื่อทำรายการหน้าถัดไปที่จะถามทำนองว่า น้องจะขอวีซ่าประเภทอะไรค่ะ ถ้าน้องไม่แน่ใจหรือไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงลองเข้าไปที่ http://thailand.us-visaservices.com แล้วลอง log in โดยการใส่รหัส Username และ password ถ้าสามารถเข้าไปได้แปลว่า น้องซื้อพินนัดวันสัมภาษณ์ไปได้เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ถ้าเข้าไปไม่ได้แสดงว่า น้องยังไม่สามารถตัดเงินจากบัตรเครดิตได้ หรืออีกวิธีหนึ่งจะลองโทรศัพท์สอบถามธนาคารที่เป็นเจ้าของบัตรว่า บัตรเครดิตของน้องถูกตัดเงินจำนวน 384 บาทไปหรือยังก็ได้ค่ะ

  105. รบกวนถามหน่อยค่ะ พอดีว่า ได้นัดสัมภาษณ์แล้วในวันที่ 10/4/55 นี้ จำนวนรวม 4 คน (พ่อ-แม่และลูก 2 คน) แต่ต้องการเพิ่มลูกคนเล็กอีกคน สามารถกรอก DS-160 ส่งแอฟ แต่ไม่นัดสัมภาษณ์ออนไลน์ จะไปพร้อมกันทีเดียว 5 คนได้ไหม หรือรบกวนแนะนำหน่อยค่ะ
    พอดีลูกคนเล็ก เพิ่งตัดสินใจว่าจะให้น้องร่วมเดินทางไปด้วยกันค่ะ

    1. คุณ Eed คะ ในใบยืนยันวันนัดสัมภาษณ์ที่ print ออกมาจะระบุวันที่สุดท้ายที่ยอมให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงวันนัดสัมภาษณ์ได้คือวันอะไรคะ ปกติขะเป็น 3 วันก่อนวันนัดสัมภาษณ์จะเข้าไปแก้ไขอะไรในวันนัดสัมภาษณ์วัซ่าไม่ได้ ถ้ายังไม่ถึงวันนั้นช่วยกรุณเข้าไป add ชื่อลูกคนเล็กเพิ่มด้วยค่ะ หลังจากที่กรอก DS-160 และทราบหมายเลขยืนยัน DS-160 เรียบร้อยแล้วนะคะ

  106. ขอบคุณมากค่ะ..เพราะไม่รู้อะไรเลยค่ะ ขออนุญาตคัดลอกคำตอบไปแจ้งข่าวสารแก่ญาติพี่น้อง และ เพื่อนๆน่ะค่ะ…รมิดา

  107. สวัสดีคะ่ ขอรบกวนสอบถามอีกข้อน่ะค่ะ ตอนไปสัมภาษณ์วีซ่ามา ท่านกงสุลให้เข้าพร้อมกันเพราะไปเป็นครอบครัว ถ้าพอถึง ตม.จะได้เข้าพร้อมกันหรือไม่ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ..รมิดา

    1. น้องรมิดาคะ ตรงด่านตม.ส่วนใหญ่เท่าที่พี่เคยเห็นคือให้เข้าไปทีละคนเพื่อสัมภาษณ์ถ่ายรูปและประทับตราลายนิ้วมือค่ะ ถ้ายังไม่ถึงคิวให้ยืนรอหลังเส้นที่ขีดอยู่ที่พื้นค่ะ อย่างไรก็ตาม เคยเห็นคนที่เข้าไปก่อนแล้วพูดภาาาอังกฤษไม่ค่อยได้ อาจจะลองแจ้งเจ้าหน้าที่ตม.ว่าคนที่อยู่ต่อจากเราเป็นญาติมาด้วยกัน เขาถึงจะเรียกให้เขาไปยืนด้วยค่ะ เอาเป็นว่า พยายามช่วยตัวเองให้ได้ในระดับหนึ่งก่อนแล้วกันนะคะ ถ้าญาติน้องฟังไม่ค่อยเข้าใจอาจจะแนะนำให้ญาติแจ้งเจ้าหน้าที่ตม.ว่าเดินทางมากับอีกคนที่ยืนอยู่ถัดไป เขาจะได้เรียกเข้าไปช่องเดียวกันเพื่อช่วยเหลือค่ะ

  108. ขอบพระคุณมากค่ะ รอคำตอบแบบใจจดใจจ่อทีเดียวค่ะ ตอนนี้ก็จะเริ่มวางแผนเที่ยวและซื้อตั๋วเครื่องบินค่ะ…..ค่ะก็จะวางแผนท่องเที่ยว เตรียมเงิน และ บัตรเครดิตไป ค่ะ
    อ่านจากกระทู้ข้างบน พี่ไม่สบายดูแลสุขภาพด้วยน่ะค่ะ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยจริงๆ
    ขอบคุณมากค่ะ….รมิดา

    1. ขอบคุณในคำอวยพรของน้องรมิดามากๆค่ะ พี่หายแล้วค่ะ และพี่ก็ขอให้น้องพบกับความสนุกสนานในการไปท่องเที่ยวอเมริกาครั้งนี้ด้วยค่ะ พบเห็นอะไรที่น้องคิดว่า เป็นข้อคิด หรือเป็นความแปลกใหม่ที่น่าจะเป็นประโยชน์กับพวกเราคนไทยด้วยกัน เขียนมาให้อ่านกันบ้างก็ดีนะคะ พี่จะคอยอ่านค่ะ

  109. สวัสดีค่ะ ขอสอบถามข้อมูลค่ะ

    1.เมื่อปีที่ผ่านมาได้ไปวีซ่าได้รับอนุมัติเรียบร้อยค่ะได้เป็นวีซ่าท่องเที่ยว 10 ปีค่ะ
    2.ตอนไปทำได้รับจดหมายเชิญจากคุณอามาคุ่ะ
    3.แต่ปีที่ผ่านมาไม่ได้ไปค่ะเพราะเจอปัญหาน้ำท่วมพอดี และลูกชายคุณอาเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดใหญ่เมื่อปลายปี 3 ครั้ง ทำให้เกรงใจคุณอา….จะเปลี่ยนแผนจากไปหาคุณอาแล้วไปหาเพื่อนให้เพื่อนพาเที่ยวซึ่งอยู่คนล่ะรัฐกับที่ระบุไว้ในจดหมายเชิญ จะมีปัญหาในการเข้าด่านตม.หรือปล่าวค่ะ ในครั้งนี้จะเดินทางไป 15 วันค่ะ
    4.กลัวว่าตม.จะไม่ให้ผ่านค่ะเพราะตอนแรกครอบครัวคุณอาจะพาเที่ยวค่ะ
    ขอบคุณมากค่ะ
    รมิดา

    1. น้องรมิดาคะ โดยทั่วไปผู้ที่มีวีซ่าท่องเที่ยว B-2 จะสังเกตได้ว่า วีซ่าที่ได้รับการประทับตราอยู่ในหนังสือเดินทางมีอายุนาน 10 ปี หมายความว่า เขาผู้นั้นจะสามารถเดินทางเข้าและออกในประเทศสหรัฐอเมริกาในฐานะนักท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าใหม่อยู่เรื่อยๆเป็นเวลานาน 10 ปี ดังนั้น การเข้าและออกแต่ละครั้งเราสามารถมีเหตุผลแตกต่างกันไปได้ เช่น ครั้งนี้อาจจะแวะเที่ยว California ครั้งหน้าอาจจะเปลี่ยนไปเที่ยวทางฝั่งตะวันออกคือ New York บ้างก็ได้ค่ะ ดังนั้น น้องไม่ต้องกังวลว่า น้องจะไม่ได้เข้าไปเยี่ยมคุณอาตามเหตุผลที่ขยื่นขอวีซ่าไปในตอนแรกค่ะ และจะทำให้ไม่ได้รับการอนุญาตให้เข้าประเทศสหรัฐฯค่ะ น้องสามารถตอบเจ้าหน้าที่ตม.ได้ว่า น้องเข้ามาในประเทศสหรัฐอเมริกาครั้งนี้กี่วัน โดยวางแผนจะไปเที่ยวรัฐไหนบ้าง ถ้าเจ้าหน้าที่ตม.ถามนะคะ บางทีน้องก็อาจจะถูกถามว่า จะไปพักที่ไหน นำเงินมาเท่าไร เป็นต้นค่ะ

  110. พอดีคุณพ่อมียอดเงินฝากในบัญชีไม่กี่แสนค่ะเพราะส่วนใหญ่แม่จะเป็นคนบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้วก็จะนำไปซื้อสลากออมสินเพราะดอกเบี้ยดีกว่าธนาคารแถมยังตรวจรางวัลได้อีกด้วย ถ้าดิฉันจะยื่นสลากออมสินที่เป็นชื่อของพ่อหรือแม่จะได้มั๋ยค่ะ เพราะจริง ๆ ก็สามารถถอนเป็นเงินได้ทันทีเหมือนกับบัญชีธนาคาร อ้อ! ลืมถามอีกอย่างคือพ่อกับแม่ใช้นามสกุลคนละนามสกุล พ่อจะใช้นามสกุลของตระกูลแต่แม่กับลูก ๆ หลาน ๆ ทุกคนจะใช้นามสกุลใหม่ที่เพิ่มเติมจากสกุลเดิมลักษณะแบบ แซ่ของคนจีนนะคะไม่แน่ใจว่าจะมีปัญหาอะไรมั๋ยค่ะ

    1. น้อง Phanna สามารถยื่นสลากออมสินของคุณพ่อร่วมกับสมุดบัญชีเงินฝากในธนาคารที่มีอยู่ไม่กี่แสนได้ค่ะ ส่วนหลักฐานที่แสดงว่าเป็นลูก เช่น สูติบัตร, ทะเบียนบ้าน ลองสังเกตดูในทะเบียนบ้าน ในชื่ของน้องจะเขียนชื่อผู้ใหกำเนิด ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ของน้องบางท่านที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน น้องสามารถชี้แจงได้ว่า คุณพ่อคุณแม่แต่งงานโดยไม่ได้จดทะเบียนกัน แต่ถ้ามีคำถามเรื่องเกี่ยวกับผู้ให้กำเนิด น้องสามารถหยิบยกหลักฐานที่เอ่ยมาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างแสดงให้ดูได้ค่ะ

  111. สวัสดีค่ะคุณ Govisa

    ขอถามอีกนิดนึงนะคะ การที่เราจะได้สัมภาษณ์เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ เราไปเลือกภาษาที่โน่น หรือเราเลือกไปแล้วคะในช่วงที่กรอก DS 160 อ่ะค่ะ

    ขอบคุณมากค่ะ

    1. น้อง Ook ได้เลือกตอบไปแล้วว่าจะสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยหรืออังกฤษในตอนกรอกฟอร์มนัดวันสัมภาษณ์ที่ให้น้องตั้งรหัส Username กับ password ก่อนซื้อพินนัดวันสัมภาษณ์ค่ะ

  112. จริง ๆ แล้วเป็นรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ตัวเองค่ะ เพื่อนจะเป็นสปอนเซอร์ในเรื่องที่พักอาศัยและอาหารในระหว่างที่เราไปเที่ยวตามคำเชิญของเค้าเท่านั้นค่ะ เพราะตอนที่เค้ามาเที่ยวเมืองไทยดิฉันและครอบครัวก็ให้การต้อนรับและดูแลเค้าเป็นอย่างดีทำให้เค้าอยากที่จะแสดงน้ำใจเชิญเราไปเที่ยวบ้านเค้าบ้างค่ะ บัญชีเงินฝากของดิฉันก็มีประวัติดีเพราะเปิดมานานแล้วค่ะตอนนี้ก็มียอดเกือบล้าน (มีเงินจากสลากออมสินที่ครบกำหนดเพิ่มมาอีกค่ะ) แล้วก็มีเงินฝากสลากออมสินอีก 5 แสนคิดว่าน่าจะโอเคนะค่ะ เพราะตอนที่ดิฉันไปเที่ยวยุโรป 20 วัน (พักบ้านเพื่อนเหมือนกันค่ะ) ก็ใช้เงินไปแค่แสนต้น ๆ เองค่ะขนาดรวมค่าเครื่องบินด้วย ตอนนี้จองวันสัมภาษณ์ได้แล้วเป็นวันที่ 29 มีค. พอดีพี่สาวกับแม่จะให้ดิฉันพาไปทำธุระในกรุงเทพฯ ด้วยไม่แน่ใจว่าทางสถานทูตอนุญาตให้บุคคลอื่นเข้าไปรอพร้อมกับผู้ขอวีซ่ามั๊ยค่ะ

    1. น้อง Phanna คะ จริงๆแล้ว statement เกือบล้านก็ใช้ได้แล้วนะคะ ถ้าน้องจะให้ข้อมูลดูมีความสัมพันธ์กัน เพราะน้องบอกพี่ว่า คุณพ่อเป็นนายกสมาคม อาจจะขอจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารของคุณพ่อเพื่อแสดงฐานะของคุณพ่อว่า คุณพ่อก็ยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายลูกสาวระหว่างลูกสาวไปเที่ยวก็ดูดีนะคะ เพราะแต่ละข้อมูลที่น้องให้พี่มาจะดูเชื่อมโยงและสนับสนุนกันค่ะ พี่ขออวยพรให้น้องผ่านวีซ่านะคะ

      อนึ่ง บุคคลอื่นที่ไม่ได้ขอวีซ่า จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปนั่งรอที่ในสถานทูต เพราะสถานทูตค่อนข้างมีเนื้อที่น้อยค่ะ พี่แนะนำให้คุณแม่และพี่สาวของน้องนั่งรอที่ร้านกาแฟพร้อมขนมในอาคารสินธรฝั่งตรงข้ามกับสถานทูต มีหลายร้าน เช่น ร้าน S&P หรือจะไปรอที่ร้านกาแฟในอาคาร All Seasons ฝั่งเดียวกับสถานทูตก็ได้ค่ะ

  113. สวัสดีค่ะ คุณ GoVisa

    ook กำลังจะไปสัมภาษณ์ visa สัปดาห์หน้าแล้วค่ะ ขอ visa นักเรียนนะคะจะไปเรียนภาษาประมาณ 6 เดือนค่ะ เนื่องจากตอนนี้ทำงานอยู่ค่ะ แต่ที่ทำงานอนุญาตให้ไปได้ โดยมีหนังสืออนุมัติออกมาว่าให้ไปตั้งแต่วันที่ เท่าไหร่ ถึงเท่าไหร่ ค่ะ

    แต่ตอนนี้ที่กังวลคือที่ทำงานออกหนังสือรับรองเงินเดือนกับรับรองว่ามีตำแหน่งอะไร ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ก็เลยเกรงว่าคนที่สัมภาษณ์จะสงสัยไหมคะ ? ว่าทำไมขอหนังสือรับรองไว้นานจัง ที่จริงตอนทำเรื่องขออ่ะค่ะ ไม่ทราบว่า 3 วันก็จะได้รับหนังสือแล้ว นึกว่าเป็นเดือน ก็เลยขอล่วงหน้าไว้ก่อนค่ะ

    ตรงส่วนนี้จะเป็นปัญหาไหมคะ ? เพราะหนังสือยืนยันว่าเราเข้าทำงานตั้งแต่วันที่นี้ จนถึงปัจจุบัน (คือวันที่ขอหนังสือ) ค่ะ

    ขอบคุณมากค่ะ

    ปล. ในใจลึก ๆ คิดว่าไม่เป็นไรหรอกถึงอย่างไรก็มีหนังสืออนุมัติบอกแล้วว่าให้ลาไปวันที่เท่าไหร่ และต้องกลับมาปฏิบัติงานวันที่เท่าไหร่ค่ะ แต่เป็นฉบับสำเนาค่ะ

    1. น้อง Ook คะ เรื่องจดหมายรับรองการทำงานที่ออกมา 1 กุมภาพันธ์ 2555 แสดงให้เห็นว่าน้องมีการเตรียมความพร้อมแต่เนิ่นๆ เตรียมเอกสารต่างๆมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่เพิ่งได้คิววันนัดสัมภาษณ์อาทิตย์หน้าค่ะ จดหมายฉบับสำเนามีลายเซ็นต์สดไม่ใช่ copy ใช่ไหมคะ ลองถาม HR หรือหัวหน้างานในกรณีที่ลายเซ็นต์ไม่ใช่ลายเซ็นต์สดว่า จะขอเป็นฉบับจริงไปได้ไหมคะ ถ้าไม่ได้ก็คงตองแจ้งท่านกงสุลไปว่าที่ทำงานของน้องมีนโยบายในการออกหนังสือรับรองการทำงานเป็นฉบับสำเนาและเก็บต้นขั้วหรือตัวจริงไว้ที่ที่ทำงานค่ะ น้องจะได้สบายใจด้วยว่า น้องเตรียมคำตอบไว้พร้อมที่จะตอบคำถามกงสุลแล้วค่ะ ช่วยเขียนมาบอกด้วยนะคะว่าผลของการสัมภาษณ์เป็นอย่างไร ขอให้น้องโชคดีค่ะ

      1. ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ คุณ Govisa ทำให้สบายใจไปได้มากเลยค่ะ คือว่าจดหมายรับรองทาง HR ให้เป็นตัวจริงค่ะ แต่หนังสืออนุมัติให้ไปเป็นสำเนาค่ะ

        ถ้าทราบผลแล้ว จะแจ้งให้ทราบนะคะ

        พี่รู้ไหมคะ ? พี่เป็นคนที่มีจิตใจดีงามมากส์เลยค่ะ กับการมาช่วยตอบข้อสงสัยต่าง ๆ สำหรับการทำ visa

        ขอให้พี่มีความสุขตลอดไป และช่วยเหลือเพื่อน ๆ น้อง ๆ แบบนี้ตลอดไปเลยนะคะ ^________________^

        1. ขอบคุณที่น้อง Ook จะเขียนมาแชร์ประสบการณ์ค่ะ และขอให้น้องสัมภาษณ์วีซ่าผ่านค่ะ มีอะไรสงสัยเขียนมาถามได้อีกค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจที่ส่งมาให้ค่ะ โชคดีเช่นเดียวกันนะคะ

      2. สวัสดีค่ะคุณ GoVisa

        เพิ่งไปสัมภาษณ์มาเื่มื่อวันที่ 27 ที่ผ่านมาค่ะ สรุปว่าผ่านค่ะ งงส์มากเค้าถามแค่ 3 คำถามเท่านั้นค่ะ ถามว่าใครเป็น sponsor ? ทำงานอะไรอยู่ ? และจะกลับมาใช่ไหม ? คำถามสุดท้ายเค้าก็ยิ้ม ๆ ค่ะเหมือนแบบว่าพูดเล่นกับเราอ่ะค่ะ ใช้เวลาสัมภาษณ์ประมาณ 1 นาที ค่ะ เลยงงมากค่ะ เพราะไปถึงตั้งแต่ 7 โมงเช้าแต่ได้สัมภาษณ์ตอนเที่ยงตรงพอดีเลยค่ะ

        ทุกอย่างราบรื่นดีค่ะ รปภ. ที่สถานทูตก็อารมณ์ดีกันทุกคนนะคะ

        ขอขอบคุณคุณ GoVisa มากค่ะ ที่ตอบคำถามเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

        รักษาสุขภาพนะคะ ^______________^

        1. ดีใจด้วยค่ะน้อง Ook ขอให้น้องเดินทางถึงอเมริกาด้วยความปลอดภัยนะคะ และขอบคุณมากๆที่เขียนมาบอกว่า บรรยากาศในการสัมภาษณ์เป็นอย่างไรค่ะ แม้จะรอนานครึ่งวันแต่น้องคงหายเหนื่อยเลยใช่ไหมเมื่อทราบว่า ได้รับวีซ่าค่ะ พี่ดีใจด้วยอีกครั้งนะคะ

          1. บรรยากาศในการสัมภาษณ์หรือคะ ? ดูสบาย ๆ มาก ๆ ค่ะ แต่ก็มีบางช่องก็ดูเคร่งขรึม ไม่เข้าใจเหมือนกานค่ะ ส่วนช่องไปที่ดูเหมือนทุกคนจะเป็น visa นักเรียน ชิว ๆ เลยหล่ะค่ะ ฝรั่งก็ใจดี คุยเล่นอีกต่างหาก

            แต่ยอมรับค่ะรอนาน 5 ชม. คุ้มค่ามาก ๆ ค่ะ

            แต่เมื่อตะกี้กลับถึงบ้าน passport ส่งถึงบ้านแล้วค่ะ ดูวันหมดอายุพบว่า กว่าจะหมด 5 ปี แต่ขอเรียน 6 เดือนค่ะ

            ก็เลยอยากจะรบกวนถามอีกครั้งค่ะว่า เค้ามีเกณฑ์การพิจารณาอย่างไรหรือคะ ? ว่าจะให้ visa กี่ปีอ่ะค่ะ ?

            ขอบคุณค่ะ

          2. น้อง Ook คะ วีซ่านักเรียนจะมีอายุนาน 5 ปีเกือบทุกคนค่ะ มีน้อยรายที่จะได้วีซ่าที่มีอายุไม่ถึง 5 ปี พี่สันนิษฐานเหตุผลว่า น่าจะเป็นเพราะกงสุลท่านอาจจะไม่แน่ใจในน้องที่ยื่นเอกสารรายนั้น แต่จะปฏิเสธวีซ่าก็คงเป็นไปไม่ได่ เพราะน้องท่านนั้นอาจจะมีคุณสมบัติครบถ้วนของนักเรียนค่ะ

  114. ตอนตอบคำถามคิดว่าคงจะไม่อ้างอิงจดหมายของ Senator หรอกค่ะเพราะมันไม่เกี่ยวกับเหตูผลของการถูกปฏิเสธวีซ่าในครั้งแรก คิดว่าจะตอบเฉพาะข้อมูลที่แสดงว่าเรามีความผูกพันกับครอบครัว สังคมและมีกิจการที่มันคงของครอบครัวซึ่งไม่จำเป็นต้องไปหางานที่อื่นทำแต่ที่ต้องแนบจดหมายเพิ่มเติมไปเพราะเพื่อนต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเรามีแผนแค่ไปเที่ยวพักผ่อนตามคำเชิญของเค้าเพราะครอบครัวและตัวดิฉันก็ให้การต้อนรับและดูแลเค้าเป็นอย่างดีตอนที่เพื่อนมาเมืองไทยนะค่ะ ดิฉันเข้าใจว่ากงสุลมีอำนาจในการพิจารณาตามเอกสารและคำถามที่เราตอบซึ่งดิฉันก็เคารพในการตัดสินใจของท่านในครั้งแรก และครั้งนี้เพราะเป็นการแสดงว่าดิฉันมีวัตถุประสงค์ในการไปเที่ยวจริง ๆ จึงจำเป็นต้องมีจดหมายดังกล่าวมาประกอบเพราะทางรัฐสามารถที่จะตรวจสอบประวัติของเพื่อนดิฉันได้ในฐานะที่เค้าเชิญดิฉันไปเที่ยวและรับรองว่าดิฉันจะกลับตามกำหนดเวลาที่ขอไว้ค่ะ

    1. เป็นความคิดที่ดีค่ะที่น้อง Phanna จะเตรียมเอกสารแสดงความเป็นมาของเพื่อนที่เชิญน้องไปเที่ยวค่ะ ซึ่งการยื่นขอวีซ่าในครั้งแรกอาจจะไม่ทันระวังจุดอ่อนตรงนี้ค่ะ และอย่าลืมตรียมเรื่องเกี่ยวข้องกับการเงินของตัวน้องและเสริมจากท่าน sponsor (ถ้ามี)ไม่ว่าจะเป็นจดหมายรับรองฐานะการเงินจากธนาคารและบัญชีตัวจริง นอกจากนี้ เตรียมแผนการเดินทางไปเที่ยวคร่าวๆว่าจะมีที่ใดบ้างค่ะ ขอให้โชคดี่ค่ะ เขียนมาส่งข่าวกันอีกนะคะ

  115. พี่ค้ะแล้วถ้ากิ๊กต้องไปชำระเงินสี่พันบาทกิ๊กต้องใช้บาร์โค้ดds160 ไหมค่ะ แล้วถ้าใช้ต้องใช้ds160 อันใหม่รึเก่าค่ะ แล้วกิ๊กอยากทราบอีกเรื่องค่ะคือว่าถ้าไปสัมภาษณ์ตัวกิ๊กเองจำเป็นไหมต้องมีเงินในบัญชีเกี่ยวกับค่าเดินทางทั้งหมดหรือแค่คนที่เป็นสปอนเซอร์เท่านั้นค่ะที่จะมีเงินในบัญชี ขอบคุณค่ะ

    1. เวลาไปจ่ายเงินที่ไปรษณ๊ย์ไม่ต้องแสดงหมายเลข DS-160 ค่ะน้องกิ๊ก ถ้าน้องกิ๊กทำงานแล้วและมีเงินเก็บบ้าง ให้นำสมุดบัญชีเงินฝากติดตัวไปด้วยนอกเหนือจากบัญชีเงินฝากของ sponsor ค่ะ เคยมีผู้ไปสัมภาษณ์ถูกถามว่า ทำงานแล้วมีเงินฝากกับธนาคารไหมนะคะ แต่ถ้าเป็นวีซ่านักเรียนไม่ต้องแสดงบัญชีเงินฝากของตนเองก็ได้ค่ะ

  116. สวัสดีค่ะคุณ Govisa ไม่แน่ใจว่าจะยังจำกันได้หรือเปล่า ตอนนี้ดิฉันกำลังจะยื่นขอวีซ่าอีกครั้งค่ะแต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะผ่านหรือเปล่าคิดว่าคราวนี้ทางสถานทูตคงจะต้องมีการตรวจดูเอกสารเพ่ิมเติมที่จะแสดงความผูกพันกับครอบครัวที่ต้องกลับมาเมืองไทยของดิฉัน ซึ่งเอกสารส่วนมากดิฉันก็ยังคงใช้ตัวเดิมทั้งหมดค่ะ แต่มีเพิ่มเติมในส่วนของทะเบียนการค้าที่ดิฉันขออนุญาตคุณแม่จดเป็นชื่อของตัวเองแล้วเรียบร้อยค่ะ นอกจากนี้ก็มีจดหมายเชิญจากเพื่อนแล้วก็อีเมลล์เพื่อนคนอื่น ๆ ที่อยู่อเมริกาที่เตรียมลางานเพือนจะไปเที่ยวด้วยกันกับดิฉันในช่วงเวลาที่ขอไปนะค่ะ (ครั้งแรกเพื่อนต้องเปลี่ยนแผนวันลาเพราะวีซ่าของดิฉันไม่ผ่าน) แล้วก็มีจดหมายตอบของ senotor (พอดีเพื่อนดิฉันเขียนจดหมายไปร้องเรียนค่ะ) ซึ่งเพื่อนของดิฉันได้ชี้แจ้งและ