กฎใหม่เรื่องกระเป๋าเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา

สายการบินอเมริกันได้เปลี่ยนกฎระเบียบในการนำกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้าประเทศสหรัฐอเมริกา จากเดิมที่ผู้โดยสารเคยนำกระเป๋าเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ 2 ใบ เป็นเหลือจำนวน 1 ใบ หากผู้โดยสารต้องการนำกระเป๋าเดินทางใบที่ 2 เข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้โดยสารจำเป็นต้องชำระเงินค่ากระเป๋าเดินทางใบที่ 2 ด้วยราคาประมาณ 60-70 ดอลล่าร์สหรัฐ ในปัจจุบันมีสายการบินอเมริกัน 2 สายที่ผู้โดยสารสามารถเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้คือ สายการบินเดลต้า (Delta) และสายการบินยูไนเต็ด(United) สายการบินเดลต้าได้เริ่มใช้กฎดังกล่าวข้างต้นตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2554  โดยสายการบินจะไม่คิดค่าบริการสำหรับกระเป๋าเดินทางใบที่ 1 ส่วนใบที่ 2 สายการบินเดลต้าคิดค่าบริการจำนวน 60 ดอลล่าร์สหรัฐหากเช็คอินออนไลน์ และ 75 ดอลล่าร์สหรัฐถ้านำกระเป๋าเดินทางไปเช็คอินที่สนามบินสุวรรณภูมิ โปรดศึกษาเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของสายการบินเดลต้าได้ที่  http://www.delta.com/traveling_checkin/baggage/checked/index.jsp

เช่นเดียวกันกับสายการบินยูไนเต็ด ทางสายการบินจะไม่คิดค่าบริการสำหรับกระเป๋าเดินทางใบที่ 1 แต่จะคิดค่าธรรมเนียมกระเป๋าเดินทางใบที่ 2 เป็นเงิน 2,100 บาท โปรดศึกษาเพิ่มเติมจากเว็บไซต์    http://www.unitedairlines.co.th/core/thai/SI/baggage/checkedbaggage/other_checked_post_july.html

ส่วนสายการบินในเอเซียที่บินไปยังประเทศสหสหรัฐอเมริกายังอนุโลมให้ใช้กฎเดิมได้อยู่ กล่าวคือ ผู้โดยสารสามารถนำกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้จำนวน 2 ใบ เช่น สายการบิน EVA เว็บไซต์คือ http://www.evaair.com/html/b2c/english/tips/Airport_service/Baggage/Baggage/#a3

หรือสายการบินไทยก็ยังไม่เรียกเก็บค่าบริการสำหรับกระเป๋าเดินทางใบที่ 2  เว็บไซต์สายการบินไทย คือ http://www.thaiairways.com/plan-your-trip/before-you-fly/en/baggage_and_optional_fees.htm

อย่างไรก็ตาม กรณีผู้โดยสารที่ใช้สายการบินอื่นในเอเซียที่อนุญาตให้นำกระเป๋าเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ฟรีจำนวน 2 ใบ เมื่อเดินทางถึงเมืองแรกของประเทศสหรัฐอเมริกาที่เรียกว่า  Port of Entry เช่น Los Angeles, New York ฯลฯ และจะเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นๆในสหรัฐอเมริกา โปรดตรวจสอบกับสายการบินในสหรัฐอเมริกาเรื่องกระเป๋าเดินทางใบที่ 2 ว่า ต้องชำระเงินเพิ่มเติมค่ากระเป๋าเดินทางใบที่ 2 หรือไม่ ถ้าเป็นการเดินทางต่อไปเลยทันทีโดยไม่ได้หยุดแวะพักที่เมืองแรกที่เข้าประเทศสหรัฐอเมริกา โดยปกติมักจะไม่คิดเงินเพิ่มแต่เพื่อความรอบคอบอาจจะให้สายการบินในเอเซียที่ตนใช้บริการอยู่ช่วยตรวจสอบให้ก่อนหน้าเดินทางออกจากประเทศไทย หรืออาจจะขอความช่วยเหลือจากเอเจนซี่ที่กรุงเทพมหานครที่ตนเองซื้อตั๋วเครื่องบินอยู่ การกล่าวเตือนดังกล่าว เนื่องจากในปัจจุบันนี้การเดินทางภายในประเทศสหรัฐอเมริกา หลายๆสายการบินจะคิดค่าธรรมเนียมกระเป๋าเดินทางแต่ละใบ เช่น เว็บไซต์สายการบินยูไนเต็ด http://www.united.com/page/middlepage/0,6823,1031,00.html?navSource=dropDown&linkTitle=baggage

ผู้โดยสารจะต้องจ่ายค่ากระเป๋าเดินทางใบที่ 1 เป็นเงิน 25 ดอลล่าร์สหรัฐและใบที่ 2 เป็นเงิน 35 ดอลล่าร์สหรัฐเป็นต้น

Copyright © 2010-2011 GoVisa All rights reserved.

2 thoughts on “กฎใหม่เรื่องกระเป๋าเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา”

  1. วิชุดา

    อยากทราบนิดหนึ่งคะ อันนี้ไม่มีความรู้เรื่องวีซ่า คือ แฟน เป็น ซีตีเซ่นอเมริกาคะ แต่มาอยู่ไทยได้ 10 แล้ว ตอนนี้ อยากกลับไปหางานทำที่อเมริกา แล้ว อยากพาดดิฉันไปด้วย อย่างนี้ต้องเตรียมตัว ทำอะไร ยังไงก่อนดีคะ ถ้าจะไปพร้อมกัน ตอนนี้ เริ่มไม่ถูกเลยคะ

    1. น้องวิชชุดาคะ น้องเขียนมาไม่ชัดเจนว่า แฟนมาอยูที่ไทย 10 เดือน หรือ 10 ปี และจดทะเบียนสมรสที่ไทยแล้วหรือยังคะ เพราะ
      1. ถ้ายังไม่ได้จดทะเบียนสมรส น้องให้แฟนเดืนทางกลับเข้าสหรัฐและทำเรื่องยื่นขอ K-1 visa เป็นวีซ่าคู่หมั้น เพิ่อให้น้องเดินทางเข้าไปจดทะเบียนสมรสในอเมริกาภายในระยะเวลา 90 วันหลังจากเดินทางเข้าประเทศ ระยะเวลาการขอวีซ่า K-1 ประมาณ 1 ปีหรือมากกว่านั้น case by case ค่ะ K-1 ยังไม่ได้กรีนการ์ด ต้องอยู่ในอเมริกาเพื่อปรับสถานะอีกประมาณ 2 ปี จึงจะได้ กรีนการ์ด และระหว่างรอกรีนการ์ดกลับไทยไม่ได้ ขณะที่วีซ่าของคนที่จดทะเบียนในไทย อาจยื่นขอเป็น K-3 visa ได้ K-3 จะยังไม่ได้รับกรีนการ์ด แต่ขอปรับสถานะได้ที่อเมริกา และระหว่างรอปรับสถานะ สามารถเดินทางกลับไทยได้อยู่ค่ะ
      2. ถ้าจดทะเบียนสมรสที่ไทยไม่เกิน 2 ปี วีซ่าที่ขอเรียกว่า CR-1 จะได้กรีนการ์ดเลย ระยะเวลานานในการขอวีซ่าประมาณ 1 ปีหรือมากกว่านั้น case by case
      3. ถ้าจดทะเบียนสมรสที่ไทยนานเกิน 2 ปี ต้องขอวีซ่าที่เรียกว่า IR-1 ได้กรีนการ์ดเลย แต่ระยะเวลานานในการขอว๊ซ่า 1 ปีหรือมากกว่า 1 ปี case by case เช่นเดียวกันค่ะ

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *