Money Matters

สิ่งที่ควรทราบในการเปิดบัญชีธนาคารในประเทศออสเตรเลีย

เมื่อนักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานเดินทางถึงประเทศออสเตรเลีย ควรเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารเลยเพราะจะใช้เอกสารไม่มาก เอกสารที่ต้องใช้มีดังนี้  หนังสือเดินทางพร้อมหน้าวีซ่า  จดหมายตอบรับ COE  หลักฐานเรื่องที่อยู่ในออสเตรเลีย  หรือ ถ้าไปทำงาน ควรแสดงจดหมายรับรองจากบริษัทที่รับเข้าทำงาน หากอยู่ในประเทศออสเตรเลียนานหกเดือนขึ้นไป จึงจะเปิดบัญชีธนาคาร ต้องใช้เอกสารเพิ่ม อาทิ สูติบัตร  หน้าวีซ่า Tax File Number  หมายเลขมือถือ ใบขับขี่ เป็นต้น นักเรียนทึ่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปสามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้เอง ธนาคารในออสเตรเลียเปิดทำการเวลา 9.30 -16.00 น. ส่วนวันศุกร์จะปิดช้ากว่าวันอื่นคือปิดที่เวลา 17.00 น. หยุดทำการในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ธนาคารในประเทศออสเตรเลียมีมากกว่าสามสิบแบรนด์ แต่ธนาคารที่ได้ชื่อว่าเป็นธนาคารใหญ่หรือ Big Four เรียงตามตัวอักษร คือ Australia New Zealand Banking Group (ANZ) Commonwealth Bank National Australia Bank Westpac Bank การเปิดบัญชีธนาคารในประเทศออสเตรเลียจะใช้เวลาไม่นาน …

สิ่งที่ควรทราบในการเปิดบัญชีธนาคารในประเทศออสเตรเลีย Read More »

ขั้นตอนการชำระค่าเล่าเรียนผ่าน Peer Transfer

Iker Marcaide  สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย MIT ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังในสหรัฐอเมริกาได้เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Peer Transfer ขึ้นในปีพ.ศ. 2552 (ค.ศ.2009)  Peer Transfer เป็นการพัฒนาโซลูชั่นเรื่องการชำระเงินแบบใหม่ ที่มีประสิทธิภาพในวงการอุตสาหกรรมทางการศึกษาในต่างประเทศ โดย Peer Transfer ได้ตกลงทำสัญญากับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และอื่นๆ ในการที่จะให้นักเรียน นักศึกษาโอนเงินจากธนาคารในประเทศของตนไปยังบริษัท Peer Transfer และบริษัท Peer Transfer จะเป็นเสมือนคนกลางในการจัดส่งเงินของนักเรียน นักศึกษาไปยังสถานศึกษาที่นักเรียน นักศึกษาได้รับการตอบรับเข้าศึกษาต่อภายในเวลา 72 ชั่วโมง วิธีการชำระค่าเล่าเรียนให้มหาวิทยาลัยในต่างประเทศผ่านระบบ Peer Transfer เติบโตเร็วมากในช่วงเวลาสองสามปีที่ผ่านมา นอกจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่ต้องการให้นักศึกษาต่างชาติชำระค่าเล่าเรียนผ่าน Peer Transfer แล้วยังมีโรงเรียนมัธยมศึกษาบางแห่งในต่างประเทศ ที่กำหนดให้นักเรียนต่างชาติต้องชำระเงินค่าเล่าเรียนผ่านบริษัท Peer Transfer อีกด้วย ภายในเว็บไซต์ของ Peer Transfer จะมีคำอธิบายเกี่ยวกับวิธีการทำงานของ Peer Transfer ภายใต้หัวข้อ How it works …

ขั้นตอนการชำระค่าเล่าเรียนผ่าน Peer Transfer Read More »

มารู้จักคำว่า "บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบริษัทเครือข่ายต่างประเทศ"

บังเอิญได้อ่านเว็บไซต์กิมหยงดอทคอม ของชาวหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา  พบบทความของคุณประภัทร พูนสิน ผู้วิเคราะห์อาวุโส ส่วนคุ้มครองและให้ความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ เขียนเกี่ยวกับ ” ท่านรู้จักบัตเดบิตดีแค่ไหน” คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เริ่มใช้บัตรพลาสติกประเภทต่างๆ แต่ยังไม่เข้าใจถึงความแตกต่างของบัตรเหล่านี้ คุณประภัทรใช้ภาษาง่ายๆอธิบายความแตกต่างของการใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตร e-money ประโยชน์หรือข้อดีของบัตรเดบิต และวิธีการใช้บัตรเดบิต บัตรพลาสติกที่คนไทยมีใช้กันเป็นส่วนใหญ่ในเวลานี้มีอยู่ 3 ประเภท คือ 1.  บัตร e-money มีลักษณะที่ผู้ถือบัตรต้องชำระเงินล่วงหน้าให้แก่ผู้ให้บริการบัตรดังกล่าวก่อน จากนั้นผู้ถือบัตรจึงสามารถนำบัตรไปซื้อสินค้าและบริการจากผู้ขายได้  เช่น บัตรโดยสารรถไฟฟ้า 2. บัตรเครดิต ผู้ถือบัตรเครดิตสามารถใช้บัตรชำระค่าสินค้าและบริการ โดยผู้เป็นเจ้าของบัตรจะชำระเงินให้เจ้าของสินค้าและบริการผ่านสถาบันการเงินที่เป็นผู้ออกบัตรเครดิต 3.  บัตรเดบิต จะทำหน้าที่ 2 ชนิดคือ ผู้ถือบัตรจะใช้บัตรเดบิตชำระค่าสินค้าและบริการโดยยอดค่าใช้จ่ายจะถูกตัดออกจากบัญชีที่ผูกไว้กับบัตรเดบิตใบนั้นทันที หรือผู้ถือบัตรเดบิตจะใช้บัตรเดบิตกดเงินสดออกมาจากตู้เอทีเอ็ม บล็อก OK Nation วันที่ 19 มีนาคม 2556 และข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับวันที่ 21-23 มีนาคม 2556 ทำให้เราได้ทราบว่าธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็มีนโยบายที่จะให้ประชาชนหันมาใช้บัตรเดบิตในการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อเหมือนเช่นที่ในต่างประเทศกระตุ้นให้ประชาชนใช้บัตรเดบิตเพิ่มขึ้น เพื่อภาครัฐจะได้ ลดต้นทุนการบริหารจัดการด้านเงินสด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบัตรเดบิตเป็นหนึ่งเครื่องมือของการเตรียมระบบการชำระเงินเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือที่รู้จักกันสั้นๆว่า เออีซี …

มารู้จักคำว่า "บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบริษัทเครือข่ายต่างประเทศ" Read More »

รู้ไว้ก่อนไปเมืองนอกกับธนาคารชาติและศคง.

กระแสคนไทยให้ความสำคัญใช้บัตรพลาสติกที่เกี่ยวข้องกับการเงินมีเพิ่มมากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสารจากสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ บทความ วารสารทางการเงิน จากสถิติล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2556 ของธนาคารแห่งประเทศไทย มีจำนวนผู้ถือบัตรเครดิต 17,473,108 คน จำนวนผู้ถือบัตรเอทีเอ็ม  14,925,400 คน และจำนวนผู้ถือบัตรเดบิต   41,607,157 คน รวมจำนวนผู้มีบัตรพลาสติก 74,005,665 คน และข้อมูลจาก Payment Systems Insight ไตรมาสที่ 1 ปี 2556                   http://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/Publication/ps_quarterly_report/Payment %20Systems%20Insight/Payment_Insight_2013Q1.pdf ระบุปริมาณการเติบโตจากการชำระเงินด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (ไม่รวม e-Money) ไว้ว่ามีจำนวน 99,290 รายการ คิดเป็นมูลค่า 336 พันล้านบาท  และยังได้อธิบายถึงประโยชน์ของการใช้บัตรพลาสติกไว้ดังนี้คือ สำหรับผู้บริโภค : ให้ความสะดวกสบาย และปลอดภัย และสามารถเลือกใช้บริการที่หลากหลายให้เหมาะกับความต้องการ …

รู้ไว้ก่อนไปเมืองนอกกับธนาคารชาติและศคง. Read More »